กลับหน้าแรก / Main Menu

 

ปฐมกาล 32 / Genesis 32

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25] [26] [27] [28] [29] [30] [31] [32] [33] [34] [35] [36] [37] [38] [39] [40] [41] [42] [43] [44] [45] [46] [47] [48] [49] [50]

ยาโคบเผชิญหน้ากับเอซาว
32:1 และยาโคบก็ไปตามทางของเขา และเหล่าทูตสวรรค์ของพระเจ้าได้พบเขา

Jacob Must Face Esau
32:1 And Jacob went on his way, and the angels of God met him.

32:2 และเมื่อยาโคบเห็นทูตสวรรค์เหล่านั้น เขาพูดว่า “นี่เป็นกองทัพของพระเจ้า” และเขาได้เรียกชื่อสถานที่นั้นว่า มาหะนาอิม

32:2 And when Jacob saw them, he said, This is God's host: and he called the name of that place Mahanaim.

32:3 และยาโคบส่งผู้สื่อสารหลายคนล่วงหน้าก่อนเขา ไปหาเอซาวพี่ชายของตน ถึงแผ่นดินแห่งเสอีร์ ซึ่งเป็นเขตแดนแห่งเอโดม

32:3 And Jacob sent messengers before him to Esau his brother unto the land of Seir, the country of Edom.

32:4 และยาโคบสั่งพวกเขาว่า “พวกเจ้าจงไปบอกเอซาวนายของเราอย่างนี้ว่า ยาโคบผู้รับใช้ของท่านกล่าวดังนี้ ‘ข้าพเจ้าไปอาศัยอยู่กับลาบัน และอาศัยอยู่ที่นั่นจนถึงบัดนี้

32:4 And he commanded them, saying, Thus shall ye speak unto my lord Esau; Thy servant Jacob saith thus, I have sojourned with Laban, and stayed there until now:

32:5 และข้าพเจ้ามีฝูงวัวตัวผู้ และฝูงลา ฝูงแพะแกะ และคนใช้ชายหญิง และข้าพเจ้าใช้คนมาเรียนนายของข้าพเจ้าเพื่อข้าพเจ้าจะได้รับความกรุณาในสายตาของท่าน’”

32:5 And I have oxen, and asses, flocks, and menservants, and womenservants: and I have sent to tell my lord, that I may find grace in thy sight.

32:6 และผู้สื่อสารเหล่านั้นกลับมายังยาโคบ พูดว่า “พวกข้าพเจ้าไปถึงเอซาวพี่ชายของท่านแล้ว และเขากำลังจะมาพบท่านด้วย และมีพวกผู้ชายมากับเขาสี่ร้อยคน”

32:6 And the messengers returned to Jacob, saying, We came to thy brother Esau, and also he cometh to meet thee, and four hundred men with him.

32:7 แล้วยาโคบก็มีความกลัวและเป็นทุกข์ยิ่งนัก และเขาได้แบ่งคนทั้งหลายที่มาด้วยกันกับเขา และฝูงแพะแกะ และฝูงวัว และฝูงอูฐ ออกเป็นสองพวก

32:7 Then Jacob was greatly afraid and distressed: and he divided the people that was with him, and the flocks, and herds, and the camels, into two bands;

32:8 และพูดว่า “ถ้าเอซาวมาถึงพวกหนึ่งและตีพวกนั้น แล้วอีกพวกหนึ่งที่เหลือจะหนีไปได้”

32:8 And said, If Esau come to the one company, and smite it, then the other company which is left shall escape.

ยาโคบถ่อมใจลงขอพระเจ้าทรงช่วยเขาให้รอดพ้น
32:9 และยาโคบพูดว่า “โอ พระเจ้าของอับราฮัมปู่ของข้าพระองค์ และพระเจ้าของอิสอัคบิดาของข้าพระองค์ ข้าแต่พระเยโฮวาห์ผู้ตรัสกับข้าพระองค์ไว้ว่า ‘จงกลับไปยังแผ่นดินของเจ้าและยังญาติพี่น้องของเจ้า และเราจะกระทำการดีแก่เจ้านั้น’

Jacob Humbly Seeks God's Help and Deliverance
32:9 And Jacob said, O God of my father Abraham, and God of my father Isaac, the LORD which saidst unto me, Return unto thy country, and to thy kindred, and I will deal well with thee:

32:10 ข้าพระองค์ไม่สมควรจะรับบรรดาพระกรุณาและความจริงทั้งสิ้นแม้แต่เล็กน้อยที่สุด ซึ่งพระองค์ได้ทรงโปรดสำแดงแก่ผู้รับใช้ของพระองค์ ด้วยว่าข้าพระองค์ข้ามแม่น้ำจอร์แดนนี้เมื่อมีแต่ไม้เท้า และบัดนี้ข้าพระองค์มีผู้คนเป็นสองพวก

32:10 I am not worthy of the least of all the mercies, and of all the truth, which thou hast shewed unto thy servant; for with my staff I passed over this Jordan; and now I am become two bands.

32:11 ข้าพระองค์ขอพระองค์ทรงโปรดช่วยข้าพระองค์ให้พ้นจากเงื้อมมือพี่ชายของข้าพระองค์ คือจากเงื้อมมือของเอซาว เพราะข้าพระองค์กลัวเขา เกรงว่าเขาจะมาและตีข้าพระองค์ ทั้งมารดากับบุตรทั้งหลาย

32:11 Deliver me, I pray thee, from the hand of my brother, from the hand of Esau: for I fear him, lest he will come and smite me, and the mother with the children.

32:12 และพระองค์ตรัสไว้แล้วว่า ‘เราจะกระทำการดีแก่เจ้าเป็นแน่ และทำให้เชื้อสายของเจ้าดุจเม็ดทรายที่ทะเล ซึ่งมีจำนวนมากมายจนนับไม่ถ้วน’”

32:12 And thou saidst, I will surely do thee good, and make thy seed as the sand of the sea, which cannot be numbered for multitude.

ยาโคบส่งฝูงสัตว์ให้เอซาวเป็นของกำนัล
32:13 และคืนวันนั้นเองยาโคบพักอยู่ที่นั่นและคัดเอาของที่มีอยู่นั้นให้เป็นของกำนัลแก่เอซาวพี่ชายของตน

Flocks and Herds Are Sent as Gifts to Esau
32:13 And he lodged there that same night; and took of that which came to his hand a present for Esau his brother;

32:14 คือแพะตัวเมียสองร้อยตัว และแพะตัวผู้ยี่สิบตัว แกะตัวเมียสองร้อยตัว และแกะตัวผู้ยี่สิบตัว

32:14 Two hundred she goats, and twenty he goats, two hundred ewes, and twenty rams,

32:15 อูฐแม่กับลูกอ่อนของมันสามสิบตัว และลูกวัวตัวเมียสี่สิบตัว และวัวตัวผู้สิบตัว ลาตัวเมียยี่สิบตัว และลูกลาสิบตัว

32:15 Thirty milch camels with their colts, forty kine, and ten bulls, twenty she asses, and ten foals.

32:16 และยาโคบมอบสิ่งเหล่านี้ไว้ในมือของพวกคนใช้ของเขา แต่ละฝูงอยู่ต่างหาก และพูดกับพวกคนใช้ของเขาว่า “ล่วงหน้าไปก่อนเรา และให้ฝูงสัตว์เหล่านี้เว้นระยะห่างกันหน่อย”

32:16 And he delivered them into the hand of his servants, every drove by themselves; and said unto his servants, Pass over before me, and put a space betwixt drove and drove.

32:17 และเขาสั่งพวกที่อยู่ข้างหน้าสุดว่า “เมื่อเอซาวพี่ชายของเรามาพบเจ้าและถามเจ้าว่า ‘เจ้าเป็นคนของใคร และเจ้าไปไหน และของที่อยู่ข้างหน้าเจ้านี้เป็นของใคร’

32:17 And he commanded the foremost, saying, When Esau my brother meeteth thee, and asketh thee, saying, Whose art thou? and whither goest thou? and whose are these before thee?

32:18 แล้วเจ้าจงพูดว่า ‘ของเหล่านี้เป็นของยาโคบผู้รับใช้ของท่าน ของเหล่านี้เป็นของกำนัลส่งมาให้เอซาวนายของข้าพเจ้า และดูเถิด ยาโคบตามมาข้างหลังพวกเราด้วย’”

32:18 Then thou shalt say, They be thy servant Jacob's; it is a present sent unto my lord Esau: and, behold, also he is behind us.

32:19 และเขาสั่งพวกที่สองและพวกที่สาม และบรรดาผู้ที่ติดตามพวกเหล่านั้นทำนองเดียวกันว่า “เมื่อพวกเจ้าพบเอซาว พวกเจ้าจงกล่าวแก่เขาเช่นเดียวกัน

32:19 And so commanded he the second, and the third, and all that followed the droves, saying, On this manner shall ye speak unto Esau, when ye find him.

32:20 และยิ่งกว่านั้นพวกเจ้าจงพูดอีกว่า ‘ดูเถิด ยาโคบผู้รับใช้ของท่านกำลังตามมาข้างหลังพวกเรา’” เพราะยาโคบพูดว่า “ข้าจะระงับความโกรธของเขาได้ด้วยของกำนัลที่ส่งล่วงหน้าข้าไป และภายหลังข้าจะเห็นหน้าของเขา บางทีเขาจะยอมรับข้า”

32:20 And say ye moreover, Behold, thy servant Jacob is behind us. For he said, I will appease him with the present that goeth before me, and afterward I will see his face; peradventure he will accept of me.

32:21 ดังนั้น ของกำนัลเหล่านั้นจึงล่วงหน้าไปก่อนเขา และคืนนั้นตัวเขายังค้างอยู่ในค่าย

32:21 So went the present over before him: and himself lodged that night in the company.

ยาโคบปล้ำสู้กับทูตสวรรค์ของพระเจ้าและได้ชัยชนะ
32:22 และกลางคืนนั้นเอง เขาก็ลุกขึ้น และพาภรรยาทั้งสองของเขา และสาวใช้ทั้งสองของเขา และบุตรชายสิบเอ็ดคนของเขา และได้ข้ามลำน้ำยับบอกบริเวณน้ำตื้น

Wrestling with God's Angel, Jacob Prevails
32:22 And he rose up that night, and took his two wives, and his two womenservants, and his eleven sons, and passed over the ford Jabbok.

32:23 และเขาได้พาพวกเขา และส่งพวกเขาให้ข้ามลำธารไป และส่งของทั้งหมดของตนข้ามไป

32:23 And he took them, and sent them over the brook, and sent over that he had.

32:24 และยาโคบอยู่แต่ผู้เดียว และที่นั่นมีบุรุษผู้หนึ่งมาปล้ำสู้กับเขาจนเวลารุ่งสาง

32:24 And Jacob was left alone; and there wrestled a man with him until the breaking of the day.

32:25 และเมื่อพระองค์เห็นว่าพระองค์จะเอาชนะเขาไม่ได้ พระองค์จึงถูกต้องที่เบ้ากระดูกต้นขาของเขา และเบ้ากระดูกต้นขาของยาโคบก็เคล็ด เมื่อเขาปล้ำสู้กับพระองค์อยู่นั้น

32:25 And when he saw that he prevailed not against him, he touched the hollow of his thigh; and the hollow of Jacob's thigh was out of joint, as he wrestled with him.

32:26 และพระองค์ตรัสว่า “ปล่อยให้เราไปเถิดเพราะใกล้สว่างแล้ว” และเขาพูดว่า “ข้าพเจ้าไม่ยอมให้พระองค์ไป นอกจากพระองค์จะอวยพรแก่ข้าพเจ้า”

32:26 And he said, Let me go, for the day breaketh. And he said, I will not let thee go, except thou bless me.

32:27 และพระองค์ได้ตรัสกับเขาว่า “เจ้าชื่ออะไร” และเขาพูดว่า “ยาโคบ”

32:27 And he said unto him, What is thy name? And he said, Jacob.

ทรงเปลี่ยนชื่อ ยาโคบ เป็น อิสราเอล
32:28 และพระองค์ตรัสว่า “จะไม่เรียกชื่อเจ้าว่ายาโคบต่อไป แต่จะเรียกว่า อิสราเอล เพราะเจ้าเป็นเหมือนเจ้าชายที่มีอำนาจอยู่กับพระเจ้าและอยู่กับมนุษย์ และได้ชัยชนะ”

Jacob's Name Changed to Israel
32:28 And he said, Thy name shall be called no more Jacob, but Israel: for as a prince hast thou power with God and with men, and hast prevailed.

32:29 และยาโคบได้ถามพระองค์ และพูดว่า “ข้าพเจ้าขอร้องพระองค์ ขอบอกข้าพเจ้าว่าพระองค์ชื่ออะไร” และพระองค์ตรัสว่า “เหตุไฉนเจ้าจึงถามชื่อของเรา” และพระองค์ก็อวยพรเขาที่นั่น

32:29 And Jacob asked him, and said, Tell me, I pray thee, thy name. And he said, Wherefore is it that thou dost ask after my name? And he blessed him there.

32:30 และยาโคบได้เรียกชื่อสถานที่นั้นว่า เปนีเอล กล่าวว่า “เพราะข้าพเจ้าได้เห็นพระเจ้าหน้าต่อหน้า และชีวิตของข้าพเจ้ายังคงอยู่”

32:30 And Jacob called the name of the place Peniel: for I have seen God face to face, and my life is preserved.

32:31 และเมื่อเขาผ่านเปนูเอล ดวงอาทิตย์ก็ขึ้นเหนือเขา และเขาก็เดินโขยกเขยกไปเพราะกระดูกต้นขาของเขา

32:31 And as he passed over Penuel the sun rose upon him, and he halted upon his thigh.

32:32 เหตุฉะนั้น ชนชาติอิสราเอลจึงไม่กินเส้นเอ็นที่หดตัวซึ่งอยู่ที่เบ้ากระดูกต้นขานั้นจนทุกวันนี้ เพราะพระองค์ทรงถูกต้องเบ้ากระดูกต้นขาของยาโคบตรงเส้นเอ็นที่หดตัวนั้น

32:32 Therefore the children of Israel eat not of the sinew which shrank, which is upon the hollow of the thigh, unto this day: because he touched the hollow of Jacob's thigh in the sinew that shrank.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope