กลับหน้าแรก / Main Menu

 

ปฐมกาล 31 / Genesis 31

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25] [26] [27] [28] [29] [30] [31] [32] [33] [34] [35] [36] [37] [38] [39] [40] [41] [42] [43] [44] [45] [46] [47] [48] [49] [50]

ยาโคบต้องไปจากลาบัน
31:1 และยาโคบได้ยินคำพูดบุตรชายทั้งหลายของลาบัน พูดว่า “ยาโคบได้แย่งทรัพย์ของบิดาเราไปหมด และเขาได้ความร่ำรวยทั้งหมดนี้จากทรัพย์สมบัติซึ่งเป็นของบิดาเรานั้น”

Jacob Must Leave Laban
31:1 And he heard the words of Laban's sons, saying, Jacob hath taken away all that was our father's; and of that which was our father's hath he gotten all this glory.

31:2 และยาโคบได้สังเกตดูสีหน้าของลาบัน และดูเถิด เห็นว่าไม่เป็นเหมือนแต่ก่อน

31:2 And Jacob beheld the countenance of Laban, and, behold, it was not toward him as before.

31:3 และพระเยโฮวาห์ตรัสกับยาโคบว่า “จงกลับไปยังแผ่นดินแห่งบรรพบุรุษของเจ้า และยังญาติพี่น้องของเจ้าเถิด และเราจะอยู่กับเจ้า”

31:3 And the LORD said unto Jacob, Return unto the land of thy fathers, and to thy kindred; and I will be with thee.

31:4 และยาโคบก็ส่งคนไปเรียกราเชลและเลอาห์ให้มาที่ทุ่งนาที่เลี้ยงฝูงสัตว์ของเขา

31:4 And Jacob sent and called Rachel and Leah to the field unto his flock,

31:5 และพูดกับนางทั้งสองว่า “เราเห็นว่าสีหน้าบิดาของเจ้าไม่เป็นเหมือนแต่ก่อน แต่พระเจ้าของบิดาเราทรงสถิตอยู่กับเรา

31:5 And said unto them, I see your father's countenance, that it is not toward me as before; but the God of my father hath been with me.

31:6 และเจ้าทั้งสองรู้แล้วว่าเรารับใช้บิดาของเจ้าทั้งสองด้วยเต็มกำลังของเรา

31:6 And ye know that with all my power I have served your father.

31:7 และบิดาของเจ้าทั้งสองได้หลอกลวงเรา และเปลี่ยนค่าจ้างของเราเสียสิบครั้งแล้ว แต่พระเจ้าไม่ได้ทรงอนุญาตให้ท่านทำความเสียหายแก่เรา

31:7 And your father hath deceived me, and changed my wages ten times; but God suffered him not to hurt me.

31:8 ถ้าท่านพูดอย่างนี้ว่า ‘สัตว์ที่มีจุดจะเป็นค่าจ้างของเจ้า’ แล้วสัตว์ทุกตัวก็มีลูกมีจุด และถ้าท่านพูดอย่างนั้นว่า ‘สัตว์ตัวที่ลายจะเป็นค่าจ้างของเจ้า’ แล้วสัตว์ทุกตัวก็มีลูกลายหมด

31:8 If he said thus, The speckled shall be thy wages; then all the cattle bare speckled: and if he said thus, The ringstraked shall be thy hire; then bare all the cattle ringstraked.

31:9 ดังนี้แหละพระเจ้าได้ทรงยกสัตว์ของบิดาเจ้าทั้งสอง และประทานให้แก่เรา

31:9 Thus God hath taken away the cattle of your father, and given them to me.

31:10 และต่อมา ในเวลาที่สัตว์เหล่านั้นถึงฤดูตั้งท้อง เราแหงนหน้าขึ้นดู และเห็นในความฝัน และดูเถิด แพะตัวผู้ที่ผสมพันธุ์กับฝูงสัตว์นั้นเป็นแพะลาย แพะจุด และแพะลายเป็นแถบ ๆ

31:10 And it came to pass at the time that the cattle conceived, that I lifted up mine eyes, and saw in a dream, and, behold, the rams which leaped upon the cattle were ringstraked, speckled, and grisled.

พระเจ้าทรงเรียกยาโคบให้กลับไปยังเบธเอล
31:11 และในความฝันนั้นทูตสวรรค์ของพระเจ้าตรัสกับเราว่า ‘ยาโคบเอ๋ย’ และเราพูดว่า ‘ข้าพระองค์อยู่ที่นี่ พระเจ้าข้า’

God Calls Jacob Back to Beth-el
31:11 And the angel of God spake unto me in a dream, saying, Jacob: And I said, Here am I.

31:12 และพระองค์ตรัสว่า ‘เจ้าจงเงยหน้าขึ้นและดู แพะตัวผู้ทุกตัวที่ผสมพันธุ์กับฝูงสัตว์นั้น เป็นสัตว์ลาย มีจุดและลายเป็นแถบ ๆ เพราะเราเห็นทุกสิ่งที่ลาบันทำกับเจ้า

31:12 And he said, Lift up now thine eyes, and see, all the rams which leap upon the cattle are ringstraked, speckled, and grisled: for I have seen all that Laban doeth unto thee.

31:13 เราเป็นพระเจ้าแห่งเบธเอลที่เจ้าเจิมเสาสำคัญไว้และที่เจ้าทำการปฏิญาณต่อเรา บัดนี้จงลุกขึ้น เจ้าจงออกจากแผ่นดินนี้ และกลับไปยังแผ่นดินแห่งญาติพี่น้องของเจ้า’”

31:13 I am the God of Bethel, where thou anointedst the pillar, and where thou vowedst a vow unto me: now arise, get thee out from this land, and return unto the land of thy kindred.

เลอาห์และราเชลเห็นด้วย ยาโคบหนีไป
31:14 และราเชลกับเลอาห์ได้ตอบและพูดกับเขาว่า “เราทั้งสองยังมีส่วนทรัพย์มรดกในบ้านบิดาของเราทั้งสองอีกหรือไม่

Wives Agreeing, Jacob Flees
31:14 And Rachel and Leah answered and said unto him, Is there yet any portion or inheritance for us in our father's house?

31:15 ท่านนับเราทั้งสองเหมือนคนต่างชาติมิใช่หรือ เพราะท่านขายเราทั้งสอง ทั้งยังกินเงินของเราทั้งสองหมดด้วย

31:15 Are we not counted of him strangers? for he hath sold us, and hath quite devoured also our money.

31:16 ด้วยว่าทรัพย์สมบัติทั้งปวงที่พระเจ้าทรงเอามาจากบิดาของเราทั้งสอง นั่นแหละเป็นของของเราทั้งสองกับลูกหลานของเราทั้งสอง ดังนั้นบัดนี้พระเจ้าตรัสสั่งท่านอย่างไร ก็ขอให้ทำอย่างนั้นเถิด”

31:16 For all the riches which God hath taken from our father, that is ours, and our children's: now then, whatsoever God hath said unto thee, do.

31:17 ดังนั้น ยาโคบได้ลุกขึ้น และให้บุตรทั้งหลายของท่านกับภรรยาทั้งหลายของท่านขึ้นขี่อูฐ

31:17 Then Jacob rose up, and set his sons and his wives upon camels;

31:18 และเขาต้อนสัตว์เลี้ยงทั้งหมดของเขาไป และขนข้าวของทั้งสิ้นของเขาที่เขาได้กำไรมา คือสัตว์เลี้ยงที่เป็นกรรมสิทธิ์ของเขา ที่เขาหามาได้ในเมืองปัดดานอารัม เพื่อเดินทางกลับไปหาอิสอัคบิดาของเขาในแผ่นดินแห่งคานาอัน

31:18 And he carried away all his cattle, and all his goods which he had gotten, the cattle of his getting, which he had gotten in Padanaram, for to go to Isaac his father in the land of Canaan.

31:19 และลาบันออกไปตัดขนแกะของท่าน และราเชลได้ขโมยเหล่าเทวรูปของบิดาของนางไปด้วย

31:19 And Laban went to shear his sheep: and Rachel had stolen the images that were her father's.

31:20 และยาโคบก็หลบหนีไปไม่ได้บอกลาบันคนซีเรีย คือเขาไม่บอกท่านว่าเขาจะหนีไป

31:20 And Jacob stole away unawares to Laban the Syrian, in that he told him not that he fled.

31:21 ดังนั้น เขาเอาทรัพย์สมบัติทั้งหมดของเขา และเขาลุกขึ้นหนีไป และข้ามแม่น้ำ และมุ่งหน้าของเขาไปยังถิ่นเทือกเขากิเลอาด

31:21 So he fled with all that he had; and he rose up, and passed over the river, and set his face toward the mount Gilead.

พระเจ้าทรงเตือนลาบันในความฝัน
31:22 และในวันที่สาม มีคนไปบอกลาบันว่ายาโคบหนีไปแล้ว

Laban Is Warned of God
31:22 And it was told Laban on the third day that Jacob was fled.

31:23 และท่านก็พาญาติพี่น้องของท่านออกไปกับท่าน และไล่ตามเขาไปเจ็ดวัน และพวกท่านก็ตามทันยาโคบในถิ่นเทือกเขากิเลอาด

31:23 And he took his brethren with him, and pursued after him seven days' journey; and they overtook him in the mount Gilead.

31:24 และในกลางคืนพระเจ้าทรงมาปรากฏแก่ลาบันคนซีเรียในความฝัน และตรัสแก่ท่านว่า “จงเอาใจใส่ตัวว่า เจ้าอย่าพูดดีหรือร้ายแก่ยาโคบเลย”

31:24 And God came to Laban the Syrian in a dream by night, and said unto him, Take heed that thou speak not to Jacob either good or bad.

31:25 แล้วลาบันตามมาทันยาโคบ เวลานั้นยาโคบได้ตั้งเต็นท์ของเขาอยู่ที่ถิ่นเทือกเขา และลาบันกับญาติพี่น้องของท่านตั้งเต็นท์อยู่ที่ถิ่นเทือกเขาแห่งกิเลอาด

31:25 Then Laban overtook Jacob. Now Jacob had pitched his tent in the mount: and Laban with his brethren pitched in the mount of Gilead.

31:26 และลาบันพูดกับยาโคบว่า “เจ้าทำอะไรลงไป ที่เจ้าหนีไปโดยไม่บอกให้เรารู้ และพาบุตรสาวทั้งสองของเราไป เหมือนเป็นเชลยที่จับได้ด้วยดาบ

31:26 And Laban said to Jacob, What hast thou done, that thou hast stolen away unawares to me, and carried away my daughters, as captives taken with the sword?

31:27 เหตุไฉนเจ้าได้หลบหนีไปอย่างลับ ๆ และแอบไปจากเรา และไม่บอกให้เรารู้ เพื่อเราจะจัดส่งเจ้าไปด้วยความร่าเริงยินดี และด้วยการขับร้องด้วยรำมะนาและด้วยพิณเขาคู่

31:27 Wherefore didst thou flee away secretly, and steal away from me; and didst not tell me, that I might have sent thee away with mirth, and with songs, with tabret, and with harp?

31:28 และไม่ยอมให้เราจุบลาบุตรหลานทั้งหลายของเราและบุตรสาวทั้งหลายของเรา บัดนี้สิ่งที่เจ้ากระทำนั้น ก็เป็นการกระทำที่โง่เขลา

31:28 And hast not suffered me to kiss my sons and my daughters? thou hast now done foolishly in so doing.

31:29 เรามีกำลังพอในมือของเราที่จะทำอันตรายแก่เจ้าทั้งหลายได้ แต่ในเวลาเมื่อคืนนี้พระเจ้าแห่งบิดาของเจ้าตรัสกับเราว่า ‘เจ้าจงระมัดระวัง เจ้าอย่าพูดดีหรือร้ายแก่ยาโคบเลย’

31:29 It is in the power of my hand to do you hurt: but the God of your father spake unto me yesternight, saying, Take thou heed that thou speak not to Jacob either good or bad.

ราเชลขโมยรูปเคารพของลาบัน ยาโคบต่อว่าลาบัน
31:30 และบัดนี้ แม้ว่าเจ้าต้องการไปเพราะเจ้าคิดถึงบ้านบิดาของเจ้ามาก ถึงอย่างนั้นทำไมเจ้าได้ขโมยเหล่าพระของเราไปด้วยเล่า”

Rachel Had Stolen Laban's Idols; Jacob Reproves Laban
31:30 And now, though thou wouldest needs be gone, because thou sore longedst after thy father's house, yet wherefore hast thou stolen my gods?

31:31 และยาโคบได้ตอบและพูดกับลาบันว่า “เพราะว่าข้าพเจ้ากลัว ด้วยว่าข้าพเจ้าพูดว่า ‘บางทีท่านจะริบบุตรสาวทั้งสองของท่านคืนจากข้าพเจ้าเสีย’

31:31 And Jacob answered and said to Laban, Because I was afraid: for I said, Peradventure thou wouldest take by force thy daughters from me.

31:32 ส่วนเหล่าพระของท่านนั้นถ้าพบที่คนไหน ก็อย่าไว้ชีวิตผู้นั้นเลย ค้นดูต่อหน้าญาติพี่น้องของพวกเรา ท่านพบสิ่งใดที่เป็นของท่านกับข้าพเจ้า ท่านก็จงเอาไปเถิด” เพราะยาโคบไม่รู้ว่าราเชลได้ขโมยรูปเหล่านั้นมา

31:32 With whomsoever thou findest thy gods, let him not live: before our brethren discern thou what is thine with me, and take it to thee. For Jacob knew not that Rachel had stolen them.

31:33 และลาบันได้เข้าไปในเต็นท์ของยาโคบ และเข้าไปในเต็นท์ของเลอาห์ และเข้าไปในเต็นท์สาวใช้ทั้งสองคนนั้น แต่ท่านหารูปเหล่านั้นไม่พบ แล้วท่านออกจากเต็นท์ของเลอาห์ และเข้าไปในเต็นท์ของราเชล

31:33 And Laban went into Jacob's tent, and into Leah's tent, and into the two maidservants' tents; but he found them not. Then went he out of Leah's tent, and entered into Rachel's tent.

31:34 บัดนี้ราเชลได้เก็บเทวรูปเหล่านั้น และซ่อนรูปเหล่านั้นไว้ในกูบอูฐและนั่งทับรูปเหล่านั้นไว้ และลาบันได้ค้นดูทั่วเต็นท์ แต่หาไม่พบ

31:34 Now Rachel had taken the images, and put them in the camel's furniture, and sat upon them. And Laban searched all the tent, but found them not.

31:35 และนางก็พูดกับบิดาของตนว่า “ขอนายของข้าพเจ้าอย่าโกรธเลยที่ข้าพเจ้าลุกขึ้นต่อหน้าท่านไม่ได้ ด้วยว่าธรรมดาที่ผู้หญิงเคยมีกำลังเป็นอยู่กับข้าพเจ้า” และท่านก็ค้นดู แต่ไม่พบเทวรูปเหล่านั้นเลย

31:35 And she said to her father, Let it not displease my lord that I cannot rise up before thee; for the custom of women is upon me. And he searched, but found not the images.

31:36 และยาโคบก็โกรธและต่อว่าลาบัน และยาโคบตอบและพูดกับลาบันว่า “ข้าพเจ้าทำการละเมิดประการใด ข้าพเจ้าทำบาปอะไร ที่ท่านได้รีบร้อนไล่ตามข้าพเจ้ามาดังนี้

31:36 And Jacob was wroth, and chode with Laban: and Jacob answered and said to Laban, What is my trespass? what is my sin, that thou hast so hotly pursued after me?

31:37 เพราะว่าท่านค้นดูของของข้าพเจ้าทั้งหมดแล้ว ท่านพบอะไรที่เป็นของมาจากบ้านของท่าน ก็เอามาตั้งไว้ที่นี่ตรงหน้าญาติพี่น้องของข้าพเจ้าและญาติพี่น้องของท่าน ให้พวกเขาตัดสินความระหว่างเราทั้งสอง

31:37 Whereas thou hast searched all my stuff, what hast thou found of all thy household stuff? set it here before my brethren and thy brethren, that they may judge betwixt us both.

31:38 ข้าพเจ้าอยู่กับท่านมายี่สิบปีนี้แล้ว แกะตัวเมียของท่านและแพะตัวเมียของท่านไม่ได้แท้งลูก และแกะตัวผู้ในฝูงของท่าน ข้าพเจ้าก็ไม่ได้กินเลย

31:38 This twenty years have I been with thee; thy ewes and thy she goats have not cast their young, and the rams of thy flock have I not eaten.

31:39 ที่สัตว์ร้ายกัดฉีกกินเสีย ข้าพเจ้าก็ไม่ได้นำมาให้ท่าน ข้าพเจ้าเองยอมรับผิดชอบให้ ที่ถูกขโมยไปในเวลากลางวันหรือที่ถูกขโมยไปในเวลากลางคืน ท่านก็เรียกร้องจากมือของข้าพเจ้าทั้งนั้น

31:39 That which was torn of beasts I brought not unto thee; I bare the loss of it; of my hand didst thou require it, whether stolen by day, or stolen by night.

31:40 ข้าพเจ้าเคยเป็นเช่นนี้ ในเวลากลางวัน ความแห้งแล้งก็เผาข้าพเจ้า และเวลากลางคืน น้ำค้างแข็งก็ผลาญข้าพเจ้า และตาของข้าพเจ้าก็นอนไม่หลับ

31:40 Thus I was; in the day the drought consumed me, and the frost by night; and my sleep departed from mine eyes.

31:41 ข้าพเจ้าอาศัยอยู่ในเรือนของท่านเช่นนี้ยี่สิบปีแล้ว ข้าพเจ้าได้รับใช้ท่านสิบสี่ปีเพื่อได้บุตรสาวสองคนของท่าน และรับใช้ท่านหกปีเพื่อได้ฝูงสัตว์ของท่าน และท่านได้เปลี่ยนค่าจ้างของข้าพเจ้าสิบครั้ง

31:41 Thus have I been twenty years in thy house; I served thee fourteen years for thy two daughters, and six years for thy cattle: and thou hast changed my wages ten times.

31:42 เว้นแต่ว่า พระเจ้าของบิดาข้าพเจ้า พระเจ้าของอับราฮัมและผู้ซึ่งอิสอัคเกรงกลัว ไม่ทรงสถิตอยู่กับข้าพเจ้าแล้ว ครั้งนี้ท่านคงให้ข้าพเจ้าไปตัวเปล่าเป็นแน่ พระเจ้าทรงเห็นความทุกข์ใจของข้าพเจ้าและการงานตรากตรำแห่งมือของข้าพเจ้า และทรงห้ามท่านเมื่อคืนวานนี้”

31:42 Except the God of my father, the God of Abraham, and the fear of Isaac, had been with me, surely thou hadst sent me away now empty. God hath seen mine affliction and the labour of my hands, and rebuked thee yesternight.

พันธสัญญาระหว่างยาโคบกับลาบัน
31:43 และลาบันตอบและพูดกับยาโคบว่า “บุตรสาวเหล่านี้ก็เป็นบุตรสาวของเรา และเด็กเหล่านี้ก็เป็นเด็กของเรา และฝูงสัตว์ทั้งฝูงนี้ก็เป็นฝูงสัตว์ของเรา และของทั้งสิ้นที่เจ้าเห็นก็เป็นของเรา วันนี้เราจะกระทำอะไรแก่บุตรสาวทั้งสองของเรานี้ หรือแก่เด็ก ๆ ของเขาทั้งสองที่เกิดมาจากเขา

Vows of Peace Between Laban and Jacob
31:43 And Laban answered and said unto Jacob, These daughters are my daughters, and these children are my children, and these cattle are my cattle, and all that thou seest is mine: and what can I do this day unto these my daughters, or unto their children which they have born?

31:44 ฉะนั้นเจ้าจงมาเถิด บัดนี้ให้พวกเราทำพันธสัญญา ทั้งเรากับเจ้า และให้พันธสัญญานั้นเป็นพยานระหว่างเรากับเจ้า”

31:44 Now therefore come thou, let us make a covenant, I and thou; and let it be for a witness between me and thee.

31:45 และยาโคบก็เอาหินก้อนหนึ่ง และตั้งหินนั้นไว้เป็นเสาสำคัญ

31:45 And Jacob took a stone, and set it up for a pillar.

31:46 และยาโคบได้พูดกับญาติพี่น้องของเขาว่า “เก็บก้อนหินต่าง ๆ มา” และพวกเขาเก็บก้อนหินเหล่านั้นมา และกองสุมไว้ และที่นั่นพวกเขาได้กินเลี้ยงกันที่กองหินนั้น

31:46 And Jacob said unto his brethren, Gather stones; and they took stones, and made an heap: and they did eat there upon the heap.

31:47 และลาบันได้เรียกกองหินนั้นว่า เยการ์สหดูธา แต่ยาโคบเรียกกองหินนั้นว่า กาเลเอด

31:47 And Laban called it Jegarsahadutha: but Jacob called it Galeed.

31:48 และลาบันพูดว่า “วันนี้กองหินนี้เป็นพยานระหว่างเรากับเจ้า” เหตุฉะนั้นได้เรียกชื่อกองหินนั้นว่า กาเลเอด

31:48 And Laban said, This heap is a witness between me and thee this day. Therefore was the name of it called Galeed;

31:49 และมิสปาห์ เพราะท่านพูดว่า “พระเยโฮวาห์ทรงเฝ้าอยู่ระหว่างเรากับเจ้า เมื่อพวกเราจากกันไป

31:49 And Mizpah; for he said, The LORD watch between me and thee, when we are absent one from another.

31:50 ถ้าเจ้าข่มเหงบุตรสาวทั้งสองของเรา หรือถ้าเจ้าได้ภรรยาอื่นนอกจากบุตรสาวทั้งสองของเรา ถึงไม่มีใครอยู่กับเรา ดูเถิด พระเจ้าทรงเป็นพยานระหว่างเรากับเจ้า”

31:50 If thou shalt afflict my daughters, or if thou shalt take other wives beside my daughters, no man is with us; see, God is witness betwixt me and thee.

31:51 และลาบันพูดกับยาโคบว่า “จงดูกองหินนี้และจงดูเสาหินนี้ ซึ่งเราได้ตั้งไว้ระหว่างเรากับเจ้า

31:51 And Laban said to Jacob, Behold this heap, and behold this pillar, which I have cast betwixt me and thee;

31:52 กองหินนี้เป็นพยาน และเสาหินนี้ก็เป็นพยานว่า เราจะไม่ข้ามกองหินนี้ไปหาเจ้า และเจ้าจะไม่ข้ามกองหินนี้และเสาหินนี้มาหาเรา เพื่อทำอันตรายกัน

31:52 This heap be witness, and this pillar be witness, that I will not pass over this heap to thee, and that thou shalt not pass over this heap and this pillar unto me, for harm.

31:53 ขอให้พระเจ้าของอับราฮัมและพระเจ้าของนาโฮร์ ผู้ทรงเป็นพระเจ้าของบิดาของท่านทั้งสองทรงตัดสินความระหว่างพวกเรา” และยาโคบก็ปฏิญาณโดยอ้างถึงผู้ซึ่งอิสอัคบิดาของตนเกรงกลัว

31:53 The God of Abraham, and the God of Nahor, the God of their father, judge betwixt us. And Jacob sware by the fear of his father Isaac.

31:54 ดังนั้นยาโคบได้ถวายเครื่องบูชาบนถิ่นเทือกเขา และเรียกญาติพี่น้องของตนมารับประทานขนมปัง และพวกเขาได้รับประทานขนมปัง และอยู่บนถิ่นเทือกเขาตลอดคืนวันนั้น

31:54 Then Jacob offered sacrifice upon the mount, and called his brethren to eat bread: and they did eat bread, and tarried all night in the mount.

31:55 และลาบันตื่นขึ้นแต่เช้ามืด และจุบบุตรหลานทั้งหลายของท่านและบุตรสาวทั้งหลายของท่าน และอวยพรแก่พวกเขา และลาบันก็ออกเดินทางและกลับไปถึงที่อยู่ของตน

31:55 And early in the morning Laban rose up, and kissed his sons and his daughters, and blessed them: and Laban departed, and returned unto his place.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope