กลับหน้าแรก / Main Menu

 

กิจการ 26 / Acts 26

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25] [26] [27] [28]

เปาโลสู้คดีและอุทธรณ์ไปยังอากริปปา
26:1 แล้วอากริปปาจึงตรัสกับเปาโลว่า “เจ้าได้รับอนุญาตให้กล่าวเพื่อตัวเจ้าเอง” แล้วเปาโลได้ยื่นมือออก และตอบเพื่อตนเองว่า

Paul's Defense and Appeal to Agrippa
26:1 Then Agrippa said unto Paul, Thou art permitted to speak for thyself. Then Paul stretched forth the hand, and answered for himself:

26:2 “ข้าพระองค์คิดว่าตัวเองมีความสุข ท่านกษัตริย์อากริปปาเจ้าข้า เพราะข้าพระองค์จะตอบเพื่อตนเองวันนี้ต่อพระพักตร์พระองค์ เกี่ยวกับสิ่งสารพัดซึ่งข้าพระองค์ถูกกล่าวหาโดยพวกยิวนั้น

26:2 I think myself happy, king Agrippa, because I shall answer for myself this day before thee touching all the things whereof I am accused of the Jews:

26:3 โดยเฉพาะเพราะข้าพระองค์ทราบอยู่ว่าพระองค์เป็นผู้ชำนาญในบรรดาธรรมเนียมและคำถามต่าง ๆ ซึ่งมีอยู่ท่ามกลางพวกยิวแล้ว เหตุฉะนั้นข้าพระองค์ขอร้องพระองค์ ขอโปรดฟังข้าพระองค์ด้วยความอดทน

26:3 Especially because I know thee to be expert in all customs and questions which are among the Jews: wherefore I beseech thee to hear me patiently.

26:4 ลักษณะแห่งชีวิตของข้าพระองค์ตั้งแต่วัยหนุ่มของข้าพระองค์นั้น ซึ่งตั้งแต่แรกได้อยู่ท่ามกลางชนชาติของข้าพระองค์ที่กรุงเยรูซาเล็มนั้น พวกยิวทุกคนก็ทราบอยู่แล้ว

26:4 My manner of life from my youth, which was at the first among mine own nation at Jerusalem, know all the Jews;

26:5 ผู้ซึ่งได้รู้จักข้าพระองค์ตั้งแต่แรก ถ้าพวกเขาจะยอมเป็นพยานให้การว่า ตามนิกายที่เคร่งครัดที่สุดในศาสนาของข้าพระองค์ทั้งหลาย ข้าพระองค์เคยดำเนินชีวิตเป็นฟาริสีคนหนึ่ง

26:5 Which knew me from the beginning, if they would testify, that after the most straitest sect of our religion I lived a Pharisee.

26:6 และบัดนี้ข้าพระองค์ยืนอยู่และถูกพิพากษาเนื่องด้วยความหวังแห่งพระสัญญาซึ่งพระเจ้าได้ตรัสแก่บรรพบุรุษของพวกข้าพระองค์นั้น

26:6 And now I stand and am judged for the hope of the promise made of God unto our fathers:

26:7 โดยสิบสองเผ่าของพวกข้าพระองค์ ซึ่งปรนนิบัติพระเจ้าอย่างจริงจังทั้งกลางวันและกลางคืนหวังว่าจะมาถึงพระสัญญานั้น เพราะเห็นแก่ความหวังอันนี้ ข้าแต่กษัตริย์อากริปปา ข้าพระองค์จึงถูกกล่าวหาโดยพวกยิว

26:7 Unto which promise our twelve tribes, instantly serving God day and night, hope to come. For which hope's sake, king Agrippa, I am accused of the Jews.

26:8 เหตุไฉนท่านทั้งหลายจึงคิดว่าเป็นสิ่งที่เหลือเชื่อว่า พระเจ้าจะทรงให้คนตายเป็นขึ้นมา

26:8 Why should it be thought a thing incredible with you, that God should raise the dead?

26:9 ข้าพระองค์เคยคิดในใจของตนเองอย่างแท้จริงว่า ข้าพระองค์ควรทำหลายสิ่งซึ่งขัดขวางพระนามของพระเยซูแห่งนาซาเร็ธนั้น

26:9 I verily thought with myself, that I ought to do many things contrary to the name of Jesus of Nazareth.

26:10 ซึ่งเป็นสิ่งที่ข้าพระองค์ได้กระทำในกรุงเยรูซาเล็มด้วย และวิสุทธิชนหลายคนนั้น ข้าพระองค์ได้ขังไว้ในคุก โดยได้รับอำนาจจากพวกปุโรหิตใหญ่ และเมื่อพวกเขาถูกประหารชีวิต ข้าพระองค์ก็ออกเสียงของข้าพระองค์ต่อต้านพวกเขา

26:10 Which thing I also did in Jerusalem: and many of the saints did I shut up in prison, having received authority from the chief priests; and when they were put to death, I gave my voice against them.

26:11 และข้าพระองค์ได้ทำโทษพวกเขาบ่อย ๆ ในธรรมศาลาทุกแห่ง และบังคับพวกเขาให้กล่าวคำหมิ่นประมาท และโดยมีความโกรธยิ่งนักต่อพวกเขา ข้าพระองค์ได้ข่มเหงพวกเขาถึงนครทั้งหลายในต่างประเทศ

26:11 And I punished them oft in every synagogue, and compelled them to blaspheme; and being exceedingly mad against them, I persecuted them even unto strange cities.

26:12 ดังนั้นขณะที่ข้าพระองค์กำลังไปยังเมืองดามัสกัส พร้อมด้วยสิทธิอำนาจและงานที่ได้รับมอบหมายจากพวกปุโรหิตใหญ่

26:12 Whereupon as I went to Damascus with authority and commission from the chief priests,

26:13 ในเวลาเที่ยงวัน โอ ข้าแต่กษัตริย์ ขณะอยู่ระหว่างทางข้าพระองค์ได้เห็นแสงสว่างส่องมาจากฟ้า เจิดจ้ายิ่งกว่าดวงอาทิตย์ ส่องลงมาล้อมรอบข้าพระองค์กับคนทั้งหลายซึ่งเดินทางไปพร้อมกับข้าพระองค์

26:13 At midday, O king, I saw in the way a light from heaven, above the brightness of the sun, shining round about me and them which journeyed with me.

26:14 และเมื่อข้าพระองค์ทุกคนได้ล้มลงถึงพื้นดินแล้ว ข้าพระองค์ได้ยินพระสุรเสียงหนึ่งตรัสแก่ข้าพระองค์ และตรัสเป็นภาษาฮีบรูว่า ‘เซาโล เซาโลเอ๋ย เจ้าข่มเหงเราทำไม เป็นการยากที่เจ้าจะถีบประตัก’

26:14 And when we were all fallen to the earth, I heard a voice speaking unto me, and saying in the Hebrew tongue, Saul, Saul, why persecutest thou me? it is hard for thee to kick against the pricks.

26:15 และข้าพระองค์ได้ทูลว่า ‘พระองค์ทรงเป็นผู้ใด พระองค์เจ้าข้า’ และพระองค์ตรัสว่า ‘เราคือเยซู ผู้ซึ่งเจ้าข่มเหงนั้น

26:15 And I said, Who art thou, Lord? And he said, I am Jesus whom thou persecutest.

26:16 แต่จงลุกขึ้น และยืนบนเท้าของเจ้าเถิด ด้วยว่าเราได้ปรากฏแก่เจ้าเพื่อจุดประสงค์นี้ เพื่อจะตั้งเจ้าไว้ให้เป็นผู้รับใช้และเป็นพยานถึงทั้งสิ่งเหล่านี้ซึ่งเจ้าได้เห็นแล้ว และถึงสิ่งเหล่านั้นซึ่งในพวกมันเราจะปรากฏแก่เจ้า

26:16 But rise, and stand upon thy feet: for I have appeared unto thee for this purpose, to make thee a minister and a witness both of these things which thou hast seen, and of those things in the which I will appear unto thee;

26:17 โดยช่วยเจ้าให้พ้นจากชนชาตินี้และจากคนต่างชาติ ผู้ซึ่งบัดนี้เราจะส่งเจ้าไปหานั้น

26:17 Delivering thee from the people, and from the Gentiles, unto whom now I send thee,

26:18 เพื่อจะเปิดตาของพวกเขา และเพื่อจะหันพวกเขาจากความมืดมาถึงความสว่าง และจากอำนาจของซาตานมาถึงพระเจ้า เพื่อพวกเขาจะได้รับการยกโทษบาปทั้งหลาย และได้รับมรดกในท่ามกลางคนทั้งหลายซึ่งถูกแยกตั้งไว้แล้วโดยความเชื่อที่อยู่ในเรา’

26:18 To open their eyes, and to turn them from darkness to light, and from the power of Satan unto God, that they may receive forgiveness of sins, and inheritance among them which are sanctified by faith that is in me.

26:19 ดังนั้น โอ ข้าแต่กษัตริย์อากริปปา ข้าพระองค์ไม่ได้ดื้อดึงต่อนิมิตซึ่งมาจากสวรรค์นั้น

26:19 Whereupon, O king Agrippa, I was not disobedient unto the heavenly vision:

26:20 แต่ได้สำแดงในตอนแรกแก่คนเหล่านั้นแห่งเมืองดามัสกัส และที่กรุงเยรูซาเล็ม และตลอดทั่วเขตแดนทั้งหลายแห่งแคว้นยูเดีย และจากนั้นแก่คนต่างชาติว่า พวกเขาควรกลับใจเสียใหม่และหันมาหาพระเจ้า และกระทำกิจการทั้งหลายซึ่งสมกับการกลับใจเสียใหม่

26:20 But shewed first unto them of Damascus, and at Jerusalem, and throughout all the coasts of Judaea, and then to the Gentiles, that they should repent and turn to God, and do works meet for repentance.

26:21 เพราะเหตุเหล่านี้พวกยิวจึงได้จับข้าพระองค์ในพระวิหาร และได้พยายามที่จะฆ่าข้าพระองค์เสีย

26:21 For these causes the Jews caught me in the temple, and went about to kill me.

26:22 เหตุฉะนั้นหลังจากได้รับความช่วยเหลือจากพระเจ้าแล้ว ข้าพระองค์จึงมีชีวิตอยู่จนถึงทุกวันนี้ โดยเป็นพยานทั้งแก่ผู้น้อยและผู้ใหญ่ โดยไม่กล่าวสิ่งอื่นใดเลยนอกจากสิ่งเหล่านั้นซึ่งพวกศาสดาพยากรณ์กับโมเสสได้กล่าวไว้ว่าจะมาถึง

26:22 Having therefore obtained help of God, I continue unto this day, witnessing both to small and great, saying none other things than those which the prophets and Moses did say should come:

26:23 ว่าพระคริสต์จะต้องทนทุกข์ทรมาน และพระองค์จะทรงเป็นผู้แรกที่จะเป็นขึ้นมาจากความตาย และจะทรงแสดงความสว่างแก่ชนชาตินี้และแก่คนต่างชาติ”

26:23 That Christ should suffer, and that he should be the first that should rise from the dead, and should shew light unto the people, and to the Gentiles.

26:24 และขณะที่เปาโลกำลังกล่าวเพื่อตนเองนั้น เฟสทัสกล่าวด้วยเสียงอันดังว่า “เปาโลเอ๋ย เจ้าเสียสติไปแล้ว การเรียนรู้มากทำให้เจ้าคลั่งไปจริง ๆ”

26:24 And as he thus spake for himself, Festus said with a loud voice, Paul, thou art beside thyself; much learning doth make thee mad.

26:25 แต่เปาโลกล่าวว่า “ข้าพเจ้าไม่คลั่งเลย ท่านเจ้าคุณเฟสทัสเจ้าข้า แต่กล่าวบรรดาคำแห่งความจริงและความมีสติ

26:25 But he said, I am not mad, most noble Festus; but speak forth the words of truth and soberness.

26:26 ด้วยว่าท่านกษัตริย์ทรงทราบเรื่องสิ่งเหล่านี้แล้ว ต่อพระพักตร์พระองค์ข้าพเจ้าจึงกล้ากล่าว เพราะข้าพเจ้ามั่นใจว่า ไม่มีสักสิ่งหนึ่งในสิ่งเหล่านี้ที่ถูกปิดบังไว้จากพระองค์ เพราะสิ่งนี้มิได้ถูกกระทำในที่ลับลี้

26:26 For the king knoweth of these things, before whom also I speak freely: for I am persuaded that none of these things are hidden from him; for this thing was not done in a corner.

26:27 ข้าแต่กษัตริย์อากริปปา พระองค์เชื่อพวกศาสดาพยากรณ์หรือไม่พระเจ้าข้า ข้าพระองค์ทราบว่าพระองค์เชื่อ”

26:27 King Agrippa, believest thou the prophets? I know that thou believest.

26:28 แล้วอากริปปาจึงตรัสกับเปาโลว่า “เจ้าเกือบจะชักชวนเราให้เป็นคริสเตียน”

26:28 Then Agrippa said unto Paul, Almost thou persuadest me to be a Christian.

26:29 และเปาโลทูลว่า “ข้าพระองค์มีความปรารถนายิ่งนักต่อพระพักตร์พระเจ้าว่า ไม่ใช่พระองค์เท่านั้น แต่ทุกคนที่ฟังข้าพระองค์วันนี้ด้วย จะทั้งเกือบเป็นเหมือนและเป็นเหมือนอย่างข้าพระองค์ในทุกสิ่ง เว้นเสียแต่เครื่องพันธนาการเหล่านี้”

26:29 And Paul said, I would to God, that not only thou, but also all that hear me this day, were both almost, and altogether such as I am, except these bonds.

26:30 และเมื่อเปาโลกล่าวดังนั้นแล้ว กษัตริย์ก็ทรงลุกขึ้น กับผู้ว่าราชการเมือง และพระนางเบอร์นิส และคนทั้งหลายที่นั่งอยู่ด้วยกันกับพวกเขา

26:30 And when he had thus spoken, the king rose up, and the governor, and Bernice, and they that sat with them:

26:31 และเมื่อพวกเขาได้ออกไปแล้ว พวกเขาจึงพูดกันและกัน โดยกล่าวว่า “ชายคนนี้มิได้ทำสิ่งใดที่สมควรจะถูกลงโทษถึงตายหรือถูกจองจำ”

26:31 And when they were gone aside, they talked between themselves, saying, This man doeth nothing worthy of death or of bonds.

26:32 แล้วอากริปปาจึงตรัสกับเฟสทัสว่า “ชายคนนี้คงจะถูกปล่อยตัวเป็นอิสระไปแล้ว หากเขามิได้อุทธรณ์ถึงซีซาร์”

26:32 Then said Agrippa unto Festus, This man might have been set at liberty, if he had not appealed unto Caesar.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับคิงเจมส์ / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope