กลับหน้าแรก / Main Menu

 

มัทธิว 15 / Matthew 15

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25] [26] [27] [28]

ทรงว่ากล่าวพวกธรรมาจารย์และพวกฟาริสี (มก 7:1-23)
15:1 แล้วพวกธรรมาจารย์และพวกฟาริสี ซึ่งมาจากกรุงเยรูซาเล็ม มาหาพระเยซู โดยกล่าวว่า

Scribes and Pharisees Rebuked (Mark 7:1-23)
15:1 Then came to Jesus scribes and Pharisees, which were of Jerusalem, saying,

15:2 “ทำไมพวกสาวกของท่านจึงละเมิดประเพณีของพวกผู้อาวุโส ด้วยว่าพวกเขามิได้ล้างมือของตนเมื่อพวกเขารับประทานอาหาร”

15:2 Why do thy disciples transgress the tradition of the elders? for they wash not their hands when they eat bread.

15:3 แต่พระองค์ทรงตอบและตรัสกับพวกเขาว่า “ทำไมพวกท่านจึงละเมิดพระบัญญัติของพระเจ้าโดยประเพณีของพวกท่านด้วยเล่า

15:3 But he answered and said unto them, Why do ye also transgress the commandment of God by your tradition?

15:4 เพราะพระเจ้าได้ทรงบัญญัติไว้ โดยตรัสว่า ‘จงให้เกียรติแก่บิดาและมารดาของเจ้า’ และ ‘ผู้ใดแช่งด่าบิดาหรือมารดาของตน จงให้ผู้นั้นถูกประหารชีวิต’

15:4 For God commanded, saying, Honour thy father and mother: and, He that curseth father or mother, let him die the death.

15:5 แต่พวกท่านกล่าวว่า ‘ผู้ใดก็ตามจะกล่าวแก่บิดาของตนหรือมารดาของตนว่า “สิ่งใดก็ตามจากข้าพเจ้าซึ่งอาจเป็นประโยชน์แก่ท่าน สิ่งนั้นเป็นของถวายแล้ว”

15:5 But ye say, Whosoever shall say to his father or his mother, It is a gift, by whatsoever thou mightest be profited by me;

15:6 และไม่ให้เกียรติบิดาของตนหรือมารดาของตน เขาจะเป็นอิสระ’ อย่างนั้นแหละท่านทั้งหลายทำให้พระบัญญัติของพระเจ้าไม่มีผลกระทบใด ๆ โดยประเพณีของพวกท่าน

15:6 And honour not his father or his mother, he shall be free. Thus have ye made the commandment of God of none effect by your tradition.

15:7 ท่านทั้งหลาย พวกคนหน้าซื่อใจคด อิสยาห์ได้พยากรณ์ถึงพวกท่านถูกแล้ว โดยกล่าวว่า

15:7 Ye hypocrites, well did Esaias prophesy of you, saying,

15:8 ‘ชนชาตินี้เข้ามาใกล้เราด้วยปากของพวกเขา และให้เกียรติเราด้วยริมฝีปากของพวกเขา แต่ใจของพวกเขาอยู่ห่างไกลจากเรา

15:8 This people draweth nigh unto me with their mouth, and honoureth me with their lips; but their heart is far from me.

15:9 แต่พวกเขานมัสการเราโดยไร้ประโยชน์ โดยสอนบรรดาบทบัญญัติของมนุษย์เป็นหลักคำสอนทั้งหลาย’”

15:9 But in vain they do worship me, teaching for doctrines the commandments of men.

15:10 และพระองค์ทรงเรียกประชาชน และตรัสกับพวกเขาว่า “จงฟังและเข้าใจเถิด

15:10 And he called the multitude, and said unto them, Hear, and understand:

15:11 มิใช่สิ่งซึ่งเข้าไปในปากจะทำให้มนุษย์เป็นมลทิน แต่สิ่งซึ่งออกมาจากปากนั้น สิ่งนี้ทำให้มนุษย์เป็นมลทิน”

15:11 Not that which goeth into the mouth defileth a man; but that which cometh out of the mouth, this defileth a man.

15:12 แล้วพวกสาวกของพระองค์มา และทูลพระองค์ว่า “พระองค์ทรงทราบแล้วหรือว่า พวกฟาริสีสะดุดหลังจากพวกเขาได้ยินคำตรัสนี้”

15:12 Then came his disciples, and said unto him, Knowest thou that the Pharisees were offended, after they heard this saying?

15:13 แต่พระองค์ทรงตอบและตรัสว่า “พืชทุกต้นซึ่งพระบิดาของเราผู้ทรงสถิตในสวรรค์มิได้ทรงปลูกไว้ จะถูกถอนรากเสีย

15:13 But he answered and said, Every plant, which my heavenly Father hath not planted, shall be rooted up.

15:14 จงปล่อยพวกเขาไปเถิด พวกเขาเป็นพวกผู้นำตาบอดของคนตาบอด และถ้าคนตาบอดนำทางคนตาบอด ทั้งคู่จะตกลงไปในคูน้ำ”

15:14 Let them alone: they be blind leaders of the blind. And if the blind lead the blind, both shall fall into the ditch.

15:15 แล้วเปโตรตอบและทูลพระองค์ว่า “ขอโปรดอธิบายคำอุปมานี้แก่พวกข้าพระองค์”

15:15 Then answered Peter and said unto him, Declare unto us this parable.

15:16 และพระเยซูตรัสว่า “ท่านทั้งหลายยังปราศจากความเข้าใจด้วยหรือ

15:16 And Jesus said, Are ye also yet without understanding?

15:17 ท่านทั้งหลายยังไม่เข้าใจหรือว่า สิ่งใดก็ตามซึ่งเข้าไปในปากก็ลงไปในท้อง และถูกถ่ายออกลงส้วมไป

15:17 Do not ye yet understand, that whatsoever entereth in at the mouth goeth into the belly, and is cast out into the draught?

15:18 แต่สิ่งเหล่านั้นซึ่งออกจากปากก็ออกมาจากใจ และสิ่งเหล่านั้นทำให้มนุษย์เป็นมลทิน

15:18 But those things which proceed out of the mouth come forth from the heart; and they defile the man.

15:19 เพราะออกมาจากใจมีบรรดาความคิดชั่วร้าย การฆาตกรรม การเล่นชู้ การล่วงประเวณี การลักขโมย การเป็นพยานเท็จ การพูดหมิ่นประมาท

15:19 For out of the heart proceed evil thoughts, murders, adulteries, fornications, thefts, false witness, blasphemies:

15:20 สิ่งเหล่านี้เป็นบรรดาสิ่งซึ่งทำให้มนุษย์เป็นมลทิน แต่ที่จะรับประทานด้วยมือที่ยังไม่ได้ล้าง ไม่ทำให้มนุษย์เป็นมลทิน”

15:20 These are the things which defile a man: but to eat with unwashen hands defileth not a man.

ลูกสาวของหญิงชาติคานาอันได้รับการรักษาให้หาย (มก 7:24-30)
15:21 แล้วพระเยซูเสด็จไปจากที่นั่น และเข้าไปในเขตแดนแห่งเมืองไทระและเมืองไซดอน

The Daughter of the Canaanite Woman Healed (Mark 7:24-30)
15:21 Then Jesus went thence, and departed into the coasts of Tyre and Sidon.

15:22 และดูเถิด หญิงชาวคานาอันคนหนึ่งออกมาจากเขตแดนเดียวกันนั้น และร้องทูลต่อพระองค์ โดยทูลว่า “ขอโปรดเมตตาข้าพระองค์เถิด โอ พระองค์เจ้าข้า พระองค์ผู้ทรงเป็นบุตรชายของดาวิด ลูกสาวของข้าพระองค์ถูกรังควานอย่างหนักด้วยผีตนหนึ่ง”

15:22 And, behold, a woman of Canaan came out of the same coasts, and cried unto him, saying, Have mercy on me, O Lord, thou Son of David; my daughter is grievously vexed with a devil.

15:23 แต่พระองค์ไม่ทรงตอบนางสักคำเดียว และพวกสาวกของพระองค์มาและอ้อนวอนพระองค์ โดยทูลว่า “ไล่นางไปเสียเถิด เพราะนางร้องตามพวกเรามา”

15:23 But he answered her not a word. And his disciples came and besought him, saying, Send her away; for she crieth after us.

15:24 แต่พระองค์ทรงตอบและตรัสว่า “เรามิได้ถูกส่งมาหาผู้ใด เว้นแต่แกะที่หลงหายไปของวงศ์วานแห่งอิสราเอล”

15:24 But he answered and said, I am not sent but unto the lost sheep of the house of Israel.

15:25 แล้วหญิงคนนั้นก็มาและนมัสการพระองค์ โดยทูลว่า “พระองค์เจ้าข้า ขอโปรดช่วยข้าพระองค์เถิด”

15:25 Then came she and worshipped him, saying, Lord, help me.

15:26 แต่พระองค์ทรงตอบและตรัสว่า “ไม่สมควรที่จะเอาอาหารของลูก ๆ และโยนอาหารนั้นให้แก่พวกสุนัข”

15:26 But he answered and said, It is not meet to take the children's bread, and to cast it to dogs.

15:27 และผู้หญิงนั้นทูลว่า “จริงพระองค์เจ้าข้า แต่พวกสุนัขนั้นย่อมกินเศษอาหารซึ่งตกจากโต๊ะนายทั้งหลายของพวกมัน”

15:27 And she said, Truth, Lord: yet the dogs eat of the crumbs which fall from their masters' table.

15:28 แล้วพระเยซูทรงตอบและตรัสกับนางว่า “โอ หญิงเอ๋ย ความเชื่อของเจ้าก็ยิ่งใหญ่ ให้เป็นไปตามที่เจ้าปรารถนาเถิด” และลูกสาวของนางก็หายเป็นปกติตั้งแต่ชั่วโมงนั้นเอง

15:28 Then Jesus answered and said unto her, O woman, great is thy faith: be it unto thee even as thou wilt. And her daughter was made whole from that very hour.

ทรงรักษาฝูงชนให้หายจากโรค (มก 7:31-37)
15:29 และพระเยซูจึงเสด็จไปจากที่นั่น และเข้ามาใกล้ทะเลกาลิลี และเสด็จขึ้นไปบนภูเขา และประทับนั่งที่นั่น

Multitudes Healed (Mark 7:31-37)
15:29 And Jesus departed from thence, and came nigh unto the sea of Galilee; and went up into a mountain, and sat down there.

15:30 และประชาชนเป็นอันมากมาหาพระองค์ พร้อมกับพวกเขามีคนเหล่านั้นที่เป็นคนง่อย คนตาบอด คนใบ้ คนพิการ และคนอื่น ๆ อีกมากมาย และวางพวกเขาลงแทบพระบาทของพระเยซู และพระองค์ทรงรักษาพวกเขาให้หาย

15:30 And great multitudes came unto him, having with them those that were lame, blind, dumb, maimed, and many others, and cast them down at Jesus' feet; and he healed them:

15:31 จนถึงขนาดที่คนเหล่านั้นอัศจรรย์ใจ เมื่อพวกเขาเห็นคนใบ้พูดได้ คนพิการหายเป็นปกติ คนง่อยเดินได้ และคนตาบอดมองเห็นได้ และเขาทั้งหลายก็ถวายสง่าราศีแด่พระเจ้าแห่งอิสราเอล

15:31 Insomuch that the multitude wondered, when they saw the dumb to speak, the maimed to be whole, the lame to walk, and the blind to see: and they glorified the God of Israel.

ทรงเลี้ยงอาหารคนสี่พันคน (มก 8:1-9)
15:32 แล้วพระเยซูทรงเรียกพวกสาวกของพระองค์มาหาพระองค์ และตรัสว่า “เรามีความกรุณาต่อคนเหล่านี้ เพราะพวกเขาค้างอยู่กับเราเป็นเวลาสามวันแล้วตอนนี้ และไม่มีอาหารกิน และเราจะไม่ส่งพวกเขาไปเมื่อยังอดอาหารอยู่ เกรงว่าพวกเขาจะสิ้นแรงลงตามทาง”

Feeding the Four Thousand (Mark 8:1-9)
15:32 Then Jesus called his disciples unto him, and said, I have compassion on the multitude, because they continue with me now three days, and have nothing to eat: and I will not send them away fasting, lest they faint in the way.

15:33 และพวกสาวกของพระองค์ทูลพระองค์ว่า “ในถิ่นทุรกันดารนี้พวกเราจะหาอาหารจากที่ไหนพอเพื่อเลี้ยงคนเป็นอันมากขนาดนี้ให้อิ่มได้”

15:33 And his disciples say unto him, Whence should we have so much bread in the wilderness, as to fill so great a multitude?

15:34 และพระเยซูตรัสกับพวกเขาว่า “พวกท่านมีขนมปังกี่ก้อน” และพวกเขาทูลว่า “มีเจ็ดก้อนกับปลาเล็ก ๆ สองสามตัว”

15:34 And Jesus saith unto them, How many loaves have ye? And they said, Seven, and a few little fishes.

15:35 และพระองค์ตรัสสั่งประชาชนให้นั่งลงบนพื้นดิน

15:35 And he commanded the multitude to sit down on the ground.

15:36 และพระองค์ทรงรับขนมปังเจ็ดก้อนนั้นและปลาเหล่านั้นมา และทรงขอบพระคุณ และทรงหักอาหารเหล่านั้น และส่งให้พวกสาวกของพระองค์ และพวกสาวกก็แจกให้ประชาชน

15:36 And he took the seven loaves and the fishes, and gave thanks, and brake them, and gave to his disciples, and the disciples to the multitude.

15:37 และเขาทั้งหลายได้รับประทานทุกคนและอิ่ม และพวกเขาเก็บเศษอาหารที่ยังเหลือนั้นไว้ได้เจ็ดกระบุงเต็ม

15:37 And they did all eat, and were filled: and they took up of the broken meat that was left seven baskets full.

15:38 และพวกเขาที่ได้รับประทานนั้นมีผู้ชายสี่พันคน นอกจากพวกผู้หญิงและเด็ก ๆ

15:38 And they that did eat were four thousand men, beside women and children.

15:39 และพระองค์ทรงส่งประชาชนให้กลับไป และเสด็จลงเรือ และเข้ามาในเขตแดนแห่งเมืองมักดาลา

15:39 And he sent away the multitude, and took ship, and came into the coasts of Magdala.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับคิงเจมส์ / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope