กลับหน้าแรก / Main Menu

 

มัทธิว 14 / Matthew 14

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25] [26] [27] [28]

ยอห์นผู้ให้รับบัพติศมาถูกตัดศีรษะ (มก 6:14-29; ลก 9:7-9)
14:1 ในเวลานั้นเฮโรดเจ้าเมืองได้ยินถึงชื่อเสียงของพระเยซู

Beheading of John the Baptist (Mark 6:14-29; Luke 9:7-9)
14:1 At that time Herod the tetrarch heard of the fame of Jesus,

14:2 และกล่าวแก่พวกคนใช้ของท่านว่า “ผู้นี้แหละเป็นยอห์นผู้ให้รับบัพติศมา ท่านได้เป็นขึ้นมาจากความตายแล้ว และเหตุฉะนั้นบรรดาการอิทธิฤทธิ์จึงได้แสดงพวกมันเองออกมาในตัวท่าน”

14:2 And said unto his servants, This is John the Baptist; he is risen from the dead; and therefore mighty works do shew forth themselves in him.

14:3 ด้วยว่าเฮโรดได้จับยอห์น และมัดเขาไว้ และขังเขาไว้ในคุก เพราะเห็นแก่นางเฮโรเดียสภรรยาของฟีลิปน้องชายของตน

14:3 For Herod had laid hold on John, and bound him, and put him in prison for Herodias' sake, his brother Philip's wife.

14:4 เพราะยอห์นได้กล่าวแก่ท่านว่า “เป็นการผิดพระราชบัญญัติที่ท่านจะรับนางมาเป็นภรรยา”

14:4 For John said unto him, It is not lawful for thee to have her.

14:5 และเมื่อเฮโรดอยากจะประหารชีวิตของยอห์น ท่านก็กลัวประชาชน ด้วยว่าเขาทั้งหลายนับว่ายอห์นเป็นศาสดาพยากรณ์

14:5 And when he would have put him to death, he feared the multitude, because they counted him as a prophet.

14:6 แต่เมื่อวันฉลองวันกำเนิดของเฮโรดมาถึง บุตรสาวของนางเฮโรเดียสก็เต้นรำต่อหน้าเขาทั้งหลาย และเฮโรดก็ชอบใจ

14:6 But when Herod's birthday was kept, the daughter of Herodias danced before them, and pleased Herod.

14:7 ดังนั้นเฮโรดจึงสัญญาโดยคำปฏิญาณว่า จะให้เธอสิ่งใดก็ตามที่เธอจะขอนั้น

14:7 Whereupon he promised with an oath to give her whatsoever she would ask.

14:8 และเธอ ซึ่งถูกยุยงโดยมารดาของเธอ ก็ทูลว่า “ขอศีรษะของยอห์นผู้ให้รับบัพติศมาใส่ถาดมาให้หม่อมฉันที่นี่”

14:8 And she, being before instructed of her mother, said, Give me here John Baptist's head in a charger.

14:9 และกษัตริย์ก็เศร้าใจ แต่อย่างไรก็ตามเพราะเห็นแก่คำปฏิญาณนั้น และเพราะเห็นแก่คนทั้งหลายซึ่งเอนกายลงรับประทานอาหารด้วยกันกับท่าน ท่านจึงออกคำสั่งให้เอาศีรษะของยอห์นมาให้แก่เธอ

14:9 And the king was sorry: nevertheless for the oath's sake, and them which sat with him at meat, he commanded it to be given her.

14:10 และท่านก็ส่งไป และตัดศีรษะของยอห์นในคุก

14:10 And he sent, and beheaded John in the prison.

14:11 และศีรษะของยอห์นถูกนำใส่ถาดมา และมอบให้แก่หญิงสาวนั้น และเธอก็เอาศีรษะของยอห์นไปให้มารดาของเธอ

14:11 And his head was brought in a charger, and given to the damsel: and she brought it to her mother.

14:12 และพวกสาวกของยอห์นมา และรับเอาศพไป และฝังศพไว้ และไปและทูลพระเยซู

14:12 And his disciples came, and took up the body, and buried it, and went and told Jesus.

ทรงเลี้ยงอาหารแก่ห้าพันคน (มก 6:30-44; ลก 9:10-17; ยน 6:1-14)
14:13 เมื่อพระเยซูทรงได้ยินเรื่องนั้นแล้ว พระองค์ก็เสด็จไปจากที่นั่นโดยลงเรือ ไปยังถิ่นทุรกันดารแต่ลำพังพระองค์ และเมื่อประชาชนได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว พวกเขาก็ออกจากนครต่าง ๆ เดินตามพระองค์ไป

Feeding the Five Thousand (Mark 6:30-44; Luke 9:10-17; John 6:1-14)
14:13 When Jesus heard of it, he departed thence by ship into a desert place apart: and when the people had heard thereof, they followed him on foot out of the cities.

14:14 และพระเยซูเสด็จออกไป และทอดพระเนตรเห็นประชาชนเป็นอันมาก และทรงมีพระทัยกรุณาต่อพวกเขา และพระองค์ทรงรักษาคนป่วยของพวกเขาให้หาย

14:14 And Jesus went forth, and saw a great multitude, and was moved with compassion toward them, and he healed their sick.

14:15 และเมื่อถึงเวลาเย็นแล้ว พวกสาวกของพระองค์ก็มาหาพระองค์ โดยทูลว่า “สถานที่แห่งนี้เป็นถิ่นทุรกันดาร และบัดนี้เวลาก็ล่วงเลยไปแล้ว ขอทรงส่งประชาชนไปเสียเถิด เพื่อพวกเขาจะได้เข้าไปในหมู่บ้านต่าง ๆ และซื้ออาหารสำหรับตนเอง”

14:15 And when it was evening, his disciples came to him, saying, This is a desert place, and the time is now past; send the multitude away, that they may go into the villages, and buy themselves victuals.

14:16 แต่พระเยซูตรัสกับพวกสาวกว่า “พวกเขาไม่จำเป็นต้องไปจากที่นี่ พวกท่านจงเลี้ยงพวกเขาเถิด”

14:16 But Jesus said unto them, They need not depart; give ye them to eat.

14:17 และพวกสาวกจึงทูลพระองค์ว่า “ที่นี่พวกข้าพระองค์มีแต่ขนมปังห้าก้อนกับปลาสองตัวเท่านั้น”

14:17 And they say unto him, We have here but five loaves, and two fishes.

14:18 พระองค์จึงตรัสว่า “เอาอาหารเหล่านั้นมาให้เราที่นี่เถิด”

14:18 He said, Bring them hither to me.

14:19 และพระองค์ทรงสั่งให้ประชาชนนั่งลงบนหญ้า และทรงรับขนมปังห้าก้อนกับปลาสองตัวนั้น และทรงแหงนพระพักตร์ดูฟ้าสวรรค์ พระองค์ทรงขอบพระคุณ และหัก และส่งขนมปังเหล่านั้นให้พวกสาวกของพระองค์ และพวกสาวกก็แจกให้ประชาชน

14:19 And he commanded the multitude to sit down on the grass, and took the five loaves, and the two fishes, and looking up to heaven, he blessed, and brake, and gave the loaves to his disciples, and the disciples to the multitude.

14:20 และเขาทั้งหลายได้รับประทานทุกคนและอิ่ม และพวกเขาเก็บเศษอาหารที่ยังเหลือนั้นไว้ได้สิบสองกระบุงเต็ม

14:20 And they did all eat, and were filled: and they took up of the fragments that remained twelve baskets full.

14:21 และคนทั้งหลายที่ได้รับประทานนั้นมีผู้ชายประมาณห้าพันคน นอกจากพวกผู้หญิงและเด็ก ๆ

14:21 And they that had eaten were about five thousand men, beside women and children.

พระเยซูดำเนินบนน้ำ (มก 6:45-56; ยน 6:15-21)
14:22 และในทันใดนั้นพระเยซูทรงบังคับพวกสาวกของพระองค์ให้ลงเรือ และข้ามฟากไปก่อนพระองค์ ขณะที่พระองค์ทรงส่งประชาชนให้กลับไป

Jesus Walks on the Water (Mark 6:45-56; John 6:15-21)
14:22 And straightway Jesus constrained his disciples to get into a ship, and to go before him unto the other side, while he sent the multitudes away.

14:23 และเมื่อพระองค์ทรงส่งประชาชนให้กลับไปแล้ว พระองค์ก็เสด็จขึ้นไปบนภูเขาโดยลำพังเพื่อจะอธิษฐาน และเมื่อมาถึงเวลาเย็นแล้ว พระองค์ยังทรงอยู่ที่นั่นแต่ผู้เดียว

14:23 And when he had sent the multitudes away, he went up into a mountain apart to pray: and when the evening was come, he was there alone.

14:24 แต่บัดนี้เรืออยู่กลางทะเลแล้ว โดยถูกคลื่นทั้งหลายโคลง เพราะลมนั้นพัดต้าน

14:24 But the ship was now in the midst of the sea, tossed with waves: for the wind was contrary.

14:25 และในช่วงเวลายามที่สี่ในเวลากลางคืน พระเยซูเสด็จไปยังพวกเขา โดยดำเนินบนทะเล

14:25 And in the fourth watch of the night Jesus went unto them, walking on the sea.

14:26 และเมื่อพวกสาวกเห็นพระองค์ดำเนินมาบนทะเล พวกเขาก็หวาดหวั่น โดยกล่าวว่า “นั่นผี” และพวกเขาร้องออกมาเพราะความกลัว

14:26 And when the disciples saw him walking on the sea, they were troubled, saying, It is a spirit; and they cried out for fear.

14:27 แต่ในทันใดนั้นพระเยซูตรัสกับพวกเขา โดยกล่าวว่า “จงชื่นใจเถิด คือเราเอง อย่ากลัวเลย”

14:27 But straightway Jesus spake unto them, saying, Be of good cheer; it is I; be not afraid.

เปโตรสงสัยและจมลง
14:28 และเปโตรทูลตอบพระองค์ และกล่าวว่า “พระองค์เจ้าข้า ถ้าเป็นพระองค์แล้ว ขอทรงสั่งข้าพระองค์ให้เดินบนน้ำมาหาพระองค์”

Peter Doubts, Fails
14:28 And Peter answered him and said, Lord, if it be thou, bid me come unto thee on the water.

14:29 และพระองค์ตรัสว่า “มาเถิด” และเมื่อเปโตรลงมาจากเรือแล้ว เขาก็เดินบนน้ำ เพื่อไปหาพระเยซู

14:29 And he said, Come. And when Peter was come down out of the ship, he walked on the water, to go to Jesus.

14:30 แต่เมื่อเขาเห็นลมพัดแรง เขาก็กลัว และเมื่อกำลังจะจม เขาก็ร้องออกมา โดยทูลว่า “พระองค์เจ้าข้า ช่วยข้าพระองค์ด้วย”

14:30 But when he saw the wind boisterous, he was afraid; and beginning to sink, he cried, saying, Lord, save me.

14:31 และในทันใดนั้นพระเยซูทรงเหยียดพระหัตถ์ของพระองค์ออก และจับเขาไว้ และตรัสกับเขาว่า “โอ เจ้า คนมีความเชื่อน้อย เจ้าสงสัยทำไม”

14:31 And immediately Jesus stretched forth his hand, and caught him, and said unto him, O thou of little faith, wherefore didst thou doubt?

14:32 และเมื่อพระองค์กับเปโตรเข้ามาในเรือแล้ว ลมก็สงบลง

14:32 And when they were come into the ship, the wind ceased.

14:33 แล้วเขาทั้งหลายที่อยู่ในเรือจึงมาและนมัสการพระองค์ โดยทูลว่า “แท้จริงแล้ว พระองค์ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า”

14:33 Then they that were in the ship came and worshipped him, saying, Of a truth thou art the Son of God.

14:34 และเมื่อพวกเขาข้ามฟากไปแล้ว พวกเขาก็มาถึงแผ่นดินแห่งเยนเนซาเรท

14:34 And when they were gone over, they came into the land of Gennesaret.

14:35 และเมื่อผู้คนในสถานที่นั้นได้ทราบเกี่ยวกับพระองค์แล้ว พวกเขาก็ส่งไปทั่วทั้งแผ่นดินนั้นโดยรอบ และพาบรรดาคนที่เป็นโรคภัยมาหาพระองค์

14:35 And when the men of that place had knowledge of him, they sent out into all that country round about, and brought unto him all that were diseased;

14:36 และทูลอ้อนวอนขอพระองค์โปรดให้พวกเขาได้แตะต้องเพียงชายฉลองพระองค์ของพระองค์เท่านั้น และทุกคนที่ได้แตะต้องแล้วก็หายเป็นปกติอย่างสมบูรณ์

14:36 And besought him that they might only touch the hem of his garment: and as many as touched were made perfectly whole.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับคิงเจมส์ / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope