กลับหน้าแรก / Main Menu

 

2 โครินธ์ 4 / 2 Corinthians 4

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13]

การรับใช้ของเปาโลได้รับการมอบหมายจากพระเจ้า
4:1 เหตุฉะนั้น โดยเห็นว่าพวกเรามีการรับใช้นี้ ตามที่พวกเราได้รับความเมตตา พวกเราจึงไม่ย่อท้อ

Paul's Ministry Received from God
4:1 Therefore seeing we have this ministry, as we have received mercy, we faint not;

4:2 แต่ได้ละทิ้งสิ่งทั้งหลายที่ถูกปิดบังไว้แห่งความไม่ซื่อสัตย์ โดยไม่ได้ดำเนินในความมีเล่ห์เหลี่ยม และไม่ได้พลิกแพลงพระวจนะของพระเจ้าอย่างหลอกลวง แต่โดยการสำแดงความจริงให้ประจักษ์ พวกเราได้มอบพวกเราเองไว้กับใจวินิจฉัยผิดและชอบของคนทั้งปวง ในสายพระเนตรของพระเจ้า

4:2 But have renounced the hidden things of dishonesty, not walking in craftiness, nor handling the word of God deceitfully; but by manifestation of the truth commending ourselves to every man's conscience in the sight of God.

ซาตานทำให้ตาของผู้ที่ไม่เชื่อมืดไป
4:3 แต่ถ้าข่าวประเสริฐของพวกเราถูกปิดบังไว้ ข่าวประเสริฐนั้นก็ถูกปิดบังไว้จากคนทั้งหลายที่กำลังจะพินาศ

Satan Blinds the Eyes of Unsaved
4:3 But if our gospel be hid, it is hid to them that are lost:

4:4 ในคนเหล่านั้น พระของยุคนี้ได้กระทำจิตใจทั้งหลายของพวกเขาซึ่งยังไม่เชื่อให้มืดบอดไป เกรงว่าความสว่างของข่าวประเสริฐอันเปี่ยมสง่าราศีของพระคริสต์ ผู้ทรงเป็นพระฉายของพระเจ้า จะส่องแสงถึงพวกเขา

4:4 In whom the god of this world hath blinded the minds of them which believe not, lest the light of the glorious gospel of Christ, who is the image of God, should shine unto them.

4:5 ด้วยว่าพวกเราไม่ได้ประกาศพวกเราเอง แต่ประกาศพระเยซูคริสต์ว่าทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า และพวกเราเองเป็นผู้รับใช้ทั้งหลายของพวกท่านเพราะเห็นแก่พระเยซู

4:5 For we preach not ourselves, but Christ Jesus the Lord; and ourselves your servants for Jesus' sake.

4:6 เพราะว่าพระเจ้า ผู้ได้ตรัสสั่งความสว่างให้ส่องแสงออกมาจากความมืด ได้ทรงส่องสว่างเข้ามาในใจทั้งหลายของพวกเรา เพื่อประทานความสว่างของความรู้แห่งสง่าราศีของพระเจ้าในพระพักตร์ของพระเยซูคริสต์

4:6 For God, who commanded the light to shine out of darkness, hath shined in our hearts, to give the light of the knowledge of the glory of God in the face of Jesus Christ.

“ทรัพย์สมบัติในภาชนะดิน”
4:7 แต่พวกเรามีทรัพย์สมบัตินี้อยู่ในภาชนะดิน เพื่อความยอดเยี่ยมแห่งฤทธานุภาพนั้นจะเป็นของพระเจ้า และไม่ใช่ของพวกเรา

“Treasure in Earthen Vessels”
4:7 But we have this treasure in earthen vessels, that the excellency of the power may be of God, and not of us.

การฟื้นขึ้นใหม่ทุกวันของมนุษย์ภายใน
4:8 พวกเราถูกรบกวนอยู่ทุกด้าน แต่ก็ไม่เป็นทุกข์ พวกเราสับสนงงงวย แต่ก็ไม่สิ้นหวัง

Daily Renewal of the Inward Man
4:8 We are troubled on every side, yet not distressed; we are perplexed, but not in despair;

4:9 ถูกข่มเหง แต่ไม่ถูกทอดทิ้ง ถูกเหวี่ยงลงแล้ว แต่ไม่ถูกทำลาย

4:9 Persecuted, but not forsaken; cast down, but not destroyed;

4:10 โดยแบกการตายของพระเยซูเจ้าไว้ในร่างกายเสมอ เพื่อว่าชีวิตของพระเยซูด้วยจะถูกทำให้ปรากฏในร่างกายของพวกเรา

4:10 Always bearing about in the body the dying of the Lord Jesus, that the life also of Jesus might be made manifest in our body.

4:11 เพราะว่าพวกเราซึ่งมีชีวิตอยู่นั้นถูกมอบไว้แก่ความตายอยู่เสมอเพราะเห็นแก่พระเยซู เพื่อพระชนม์ชีพของพระเยซูด้วยจะถูกทำให้ปรากฏในเนื้อหนังที่ต้องตายของพวกเรา

4:11 For we which live are alway delivered unto death for Jesus' sake, that the life also of Jesus might be made manifest in our mortal flesh.

4:12 ดังนั้นความตายจึงทำงานอยู่ในพวกเรา แต่ชีวิตในพวกท่าน

4:12 So then death worketh in us, but life in you.

4:13 โดยที่พวกเรามีจิตวิญญาณแบบเดียวกันแห่งความเชื่อ ตามที่มีเขียนไว้แล้วว่า ‘ข้าพเจ้าได้เชื่อ และเหตุฉะนั้นข้าพเจ้าจึงพูดแล้ว’ พวกเราก็เชื่อเหมือนกัน และเหตุฉะนั้นจึงพูด

4:13 We having the same spirit of faith, according as it is written, I believed, and therefore have I spoken; we also believe, and therefore speak;

4:14 โดยทราบอยู่ว่าพระองค์ผู้ซึ่งได้ทรงบันดาลให้พระเยซูเจ้าเป็นขึ้นมาแล้ว จะทรงบันดาลให้พวกเราเป็นขึ้นมาเช่นกันโดยพระเยซู และจะทรงพาพวกเรามาเข้าเฝ้าพร้อมกับพวกท่าน

4:14 Knowing that he which raised up the Lord Jesus shall raise up us also by Jesus, and shall present us with you.

4:15 เพราะว่าสิ่งสารพัดนั้นเป็นไปเพราะเห็นแก่พวกท่าน เพื่อว่าพระคุณอันอุดม โดยการขอบพระคุณของคนเป็นอันมาก จะได้บริบูรณ์สู่การถวายสง่าราศีแด่พระเจ้า

4:15 For all things are for your sakes, that the abundant grace might through the thanksgiving of many redound to the glory of God.

4:16 เพราะเหตุนี้พวกเราจึงไม่ย่อท้อ แต่ถึงแม้ว่ามนุษย์ภายนอกของพวกเรากำลังทรุดโทรมไป แต่มนุษย์ภายในนั้นก็ยังคงจำเริญขึ้นใหม่วันต่อวัน

4:16 For which cause we faint not; but though our outward man perish, yet the inward man is renewed day by day.

4:17 ด้วยว่าการทุกข์ยากอันบางเบาของพวกเรา ซึ่งอยู่แต่ประเดี๋ยวเดียวนั้น จะทำให้พวกเรามีน้ำหนักของสง่าราศีที่มากยิ่งกว่าและที่คงอยู่ชั่วนิรันดร์

4:17 For our light affliction, which is but for a moment, worketh for us a far more exceeding and eternal weight of glory;

4:18 ขณะที่พวกเราไม่ได้มองไปที่สิ่งทั้งหลายซึ่งมองเห็นได้ แต่มองไปที่สิ่งทั้งหลายซึ่งมองไม่เห็น เพราะว่าสิ่งทั้งหลายซึ่งมองเห็นได้นั้นก็อยู่ชั่วคราว แต่สิ่งทั้งหลายซึ่งมองไม่เห็นนั้นก็อยู่ชั่วนิรันดร์

4:18 While we look not at the things which are seen, but at the things which are not seen: for the things which are seen are temporal; but the things which are not seen are eternal.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับคิงเจมส์ / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope