กลับหน้าแรก / Main Menu

 

กันดารวิถี 10 / Numbers 10

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25] [26] [27] [28] [29] [30] [31] [32] [33] [34] [35] [36]

แตรเงินสองคัน
10:1 และพระเยโฮวาห์ตรัสกับโมเสสว่า

Silver Trumpets
10:1 And the LORD spake unto Moses, saying,

10:2 “เจ้าจงทำแตรเงินสองคัน เจ้าจงทำแตรนั้นจากเงินก้อนเดียวโดยใช้ค้อนเคาะ เจ้าจงใช้แตรนั้นเพื่อเรียกที่ประชุม และใช้เพื่อเคลื่อนย้ายค่ายทั้งหลาย

10:2 Make thee two trumpets of silver; of a whole piece shalt thou make them: that thou mayest use them for the calling of the assembly, and for the journeying of the camps.

10:3 และเมื่อพวกเขาได้เป่าแตรทั้งสองนั้นแล้ว ก็จงให้ที่ประชุมทั้งหมดมาประชุมพร้อมกันกับเจ้าที่ประตูพลับพลาแห่งชุมนุมชน

10:3 And when they shall blow with them, all the assembly shall assemble themselves to thee at the door of the tabernacle of the congregation.

10:4 และถ้าพวกเขาเป่าแตรคันเดียว จากนั้นจงให้พวกประมุข ผู้ซึ่งเป็นบรรดาหัวหน้าแห่งคนอิสราเอลที่นับเป็นพัน ๆ นั้นมาประชุมพร้อมกันกับเจ้า

10:4 And if they blow but with one trumpet, then the princes, which are heads of the thousands of Israel, shall gather themselves unto thee.

10:5 เมื่อเจ้าเป่าแตรปลุก ดังนั้นจงให้บรรดาค่ายที่ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันออกยกออกเดิน

10:5 When ye blow an alarm, then the camps that lie on the east parts shall go forward.

10:6 เมื่อเจ้าเป่าแตรปลุกครั้งที่สอง ดังนั้นจงให้บรรดาค่ายที่อยู่ด้านทิศใต้ยกออกเดิน พวกเขาจะเป่าแตรปลุกเพื่อยกออกเดิน

10:6 When ye blow an alarm the second time, then the camps that lie on the south side shall take their journey: they shall blow an alarm for their journeys.

10:7 แต่เมื่อจะให้ชุมนุมชนมาประชุมพร้อมกัน เจ้าจงเป่าแตร แต่เจ้าจงอย่าเป่าเสียงปลุก

10:7 But when the congregation is to be gathered together, ye shall blow, but ye shall not sound an alarm.

10:8 และจงให้บุตรชายทั้งหลายของอาโรน คือพวกปุโรหิต เป่าแตรทั้งสองนั้น และแตรทั้งสองนั้นจะเป็นกฎเนืองนิตย์สำหรับพวกเจ้าตลอดชั่วอายุของเจ้าทั้งหลาย

10:8 And the sons of Aaron, the priests, shall blow with the trumpets; and they shall be to you for an ordinance for ever throughout your generations.

10:9 และถ้าเจ้าทั้งหลายจะไปทำศึกสงครามในแผ่นดินของพวกเจ้าต่อสู้ศัตรูที่บีบบังคับเจ้าทั้งหลาย ดังนั้นพวกเจ้าจงเป่าแตรทั้งสองให้เป็นเสียงปลุก และเจ้าทั้งหลายจะเป็นที่ระลึกถึงต่อพระพักตร์พระเยโฮวาห์พระเจ้าของพวกเจ้า และเจ้าทั้งหลายจะได้พ้นจากบรรดาศัตรูของพวกเจ้า

10:9 And if ye go to war in your land against the enemy that oppresseth you, then ye shall blow an alarm with the trumpets; and ye shall be remembered before the LORD your God, and ye shall be saved from your enemies.

10:10 เช่นเดียวกันในวันที่เจ้าทั้งหลายมีความรื่นเริงยินดี และในบรรดาวันเทศกาลของพวกเจ้า และในวันต้นเดือนทั้งหลายของพวกเจ้า เจ้าทั้งหลายจงเป่าแตรทั้งสองเหนือเครื่องเผาบูชาของพวกเจ้าและเหนือเครื่องสันติบูชาของพวกเจ้า เพื่อแตรทั้งสองนั้นจะเป็นที่ระลึกถึงสำหรับพวกเจ้าต่อพระพักตร์พระเจ้าของพวกเจ้า เราเป็นพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้าทั้งหลาย”

10:10 Also in the day of your gladness, and in your solemn days, and in the beginnings of your months, ye shall blow with the trumpets over your burnt offerings, and over the sacrifices of your peace offerings; that they may be to you for a memorial before your God: I am the LORD your God.

การเดินทางจากถิ่นทุรกันดารแห่งซีนายไปถึงถิ่นทุรกันดารแห่งคาเดชบารเนีย
10:11 และต่อมาในวันที่ยี่สิบของเดือนที่สองในปีที่สอง เมฆนั้นลอยขึ้นไปจากพลับพลาแห่งพระโอวาท

Journey from Sinai to Kadesh-barnea
10:11 And it came to pass on the twentieth day of the second month, in the second year, that the cloud was taken up from off the tabernacle of the testimony.

10:12 และชนชาติอิสราเอลได้เดินทางออกจากถิ่นทุรกันดารแห่งซีนาย และเมฆนั้นได้หยุดอยู่ที่ถิ่นทุรกันดารแห่งปาราน

10:12 And the children of Israel took their journeys out of the wilderness of Sinai; and the cloud rested in the wilderness of Paran.

10:13 และเขาทั้งหลายได้ออกเดินทางไปเป็นครั้งแรกตามพระบัญชาของพระเยโฮวาห์โดยมือของโมเสส

10:13 And they first took their journey according to the commandment of the LORD by the hand of Moses.

10:14 ธงแห่งค่ายของลูกหลานของยูดาห์ออกเดินไปตามกรมกองของพวกเขาก่อน และนาโชนบุตรชายของอัมมีนาดับเป็นผู้นำพลโยธาของเขา

10:14 In the first place went the standard of the camp of the children of Judah according to their armies: and over his host was Nahshon the son of Amminadab.

10:15 และเนธันเอลบุตรชายของศุอาร์ เป็นผู้นำพลโยธาแห่งเผ่าของลูกหลานของอิสสาคาร์

10:15 And over the host of the tribe of the children of Issachar was Nethaneel the son of Zuar.

10:16 และเอลีอับบุตรชายของเฮโลน เป็นผู้นำพลโยธาแห่งเผ่าของลูกหลานของเศบูลุน

10:16 And over the host of the tribe of the children of Zebulun was Eliab the son of Helon.

10:17 จากนั้นได้ยกพลับพลาลง และบรรดาบุตรชายของเกอร์โชนกับบรรดาบุตรชายของเมรารีก็ออกเดินไป โดยแบกหามพลับพลานั้น

10:17 And the tabernacle was taken down; and the sons of Gershon and the sons of Merari set forward, bearing the tabernacle.

10:18 และธงแห่งค่ายของคนรูเบนออกเดินไปตามกรมกองของพวกเขา และเอลีซูร์บุตรชายของเชเดเออร์เป็นผู้นำพลโยธาของเขา

10:18 And the standard of the camp of Reuben set forward according to their armies: and over his host was Elizur the son of Shedeur.

10:19 และเชลูมิเอลบุตรชายของซูริชัดดัย เป็นผู้นำพลโยธาแห่งเผ่าของลูกหลานของสิเมโอน

10:19 And over the host of the tribe of the children of Simeon was Shelumiel the son of Zurishaddai.

10:20 และเอลียาสาฟบุตรชายของเดอูเอล เป็นผู้นำพลโยธาแห่งเผ่าของลูกหลานของกาด

10:20 And over the host of the tribe of the children of Gad was Eliasaph the son of Deuel.

10:21 และคนโคฮาทก็ออกเดินทาง โดยแบกหามสถานบริสุทธิ์ และพวกเขาก็ตั้งพลับพลาเสร็จก่อนที่คนอื่น ๆ มาถึง

10:21 And the Kohathites set forward, bearing the sanctuary: and the other did set up the tabernacle against they came.

10:22 และธงแห่งค่ายของลูกหลานของเอฟราอิมออกเดินไปตามกรมกองของพวกเขา และเอลีชามาบุตรชายของอัมมีฮูดเป็นผู้นำพลโยธาของเขา

10:22 And the standard of the camp of the children of Ephraim set forward according to their armies: and over his host was Elishama the son of Ammihud.

10:23 และกามาลิเอลบุตรชายของเปดาซูร์ เป็นผู้นำพลโยธาแห่งเผ่าของลูกหลานของมนัสเสห์

10:23 And over the host of the tribe of the children of Manasseh was Gamaliel the son of Pedahzur.

10:24 และอาบีดันบุตรชายของกิเดโอนี เป็นผู้นำพลโยธาแห่งเผ่าของลูกหลานของเบนยามิน

10:24 And over the host of the tribe of the children of Benjamin was Abidan the son of Gideoni.

10:25 และธงแห่งค่ายของลูกหลานของดานเป็นพวกระวังท้ายของค่ายทั้งหมดตลอดทั่วพลโยธาของพวกเขา ก็ออกเดินไป และอาหิเยเซอร์บุตรชายของอัมมีชัดดัยเป็นผู้นำพลโยธาของเขา

10:25 And the standard of the camp of the children of Dan set forward, which was the rereward of all the camps throughout their hosts: and over his host was Ahiezer the son of Ammishaddai.

10:26 และปากีเอลบุตรชายของโอคราน เป็นผู้นำพลโยธาแห่งเผ่าของลูกหลานของอาเชอร์

10:26 And over the host of the tribe of the children of Asher was Pagiel the son of Ocran.

10:27 และอาหิราบุตรชายของเอนัน เป็นผู้นำพลโยธาแห่งเผ่าของลูกหลานของนัฟทาลี

10:27 And over the host of the tribe of the children of Naphtali was Ahira the son of Enan.

10:28 ดังนี่แหละเป็นลำดับการเดินทางของชนชาติอิสราเอลตามกรมกองของพวกเขา เมื่อพวกเขาออกเดินไป

10:28 Thus were the journeyings of the children of Israel according to their armies, when they set forward.

10:29 และโมเสสพูดกับโฮบับบุตรชายของเรกูเอลคนมีเดียนพ่อตาของโมเสสว่า “เราทั้งหลายกำลังเดินทางไปสู่สถานที่ซึ่งพระเยโฮวาห์ตรัสไว้ว่า ‘เราจะยกแผ่นดินนั้นให้แก่พวกเจ้า’ เชิญท่านไปกับพวกเราเถิด และเราทั้งหลายจะทำดีแก่ท่าน เพราะพระเยโฮวาห์ได้ตรัสเป็นสิ่งดีเกี่ยวกับคนอิสราเอล”

10:29 And Moses said unto Hobab, the son of Raguel the Midianite, Moses' father in law, We are journeying unto the place of which the LORD said, I will give it you: come thou with us, and we will do thee good: for the LORD hath spoken good concerning Israel.

10:30 และเขาพูดกับท่านว่า “ข้าพเจ้าจะไม่ไป แต่ข้าพเจ้าจะกลับไปยังแผ่นดินของข้าพเจ้าเอง และไปยังญาติพี่น้องของข้าพเจ้า”

10:30 And he said unto him, I will not go; but I will depart to mine own land, and to my kindred.

10:31 และท่านพูดว่า “ข้าพเจ้าขอร้องท่านอย่าออกจากพวกเราไปเลย เพราะท่านทราบอยู่แล้วว่า เราทั้งหลายต้องตั้งค่ายอยู่ในถิ่นทุรกันดารอย่างไร และท่านจะได้เป็นหูเป็นตาให้แก่พวกเรา

10:31 And he said, Leave us not, I pray thee; forasmuch as thou knowest how we are to encamp in the wilderness, and thou mayest be to us instead of eyes.

10:32 และจะเป็นเช่นนี้ ถ้าท่านไปกับเราทั้งหลาย แท้จริงแล้วจะเป็นอย่างนี้ คือพระเยโฮวาห์จะทรงกระทำคุณความดีอะไรแก่พวกเรา พวกเราจะกระทำเช่นเดียวกันแก่ท่าน”

10:32 And it shall be, if thou go with us, yea, it shall be, that what goodness the LORD shall do unto us, the same will we do unto thee.

10:33 และเขาทั้งหลายก็ออกเดินทางจากภูเขาของพระเยโฮวาห์ระยะทางสามวัน และหีบพันธสัญญาแห่งพระเยโฮวาห์นำหน้าพวกเขาไปในการเดินทางทั้งสามวันนั้น เพื่อหาที่พักให้แก่พวกเขา

10:33 And they departed from the mount of the LORD three days' journey: and the ark of the covenant of the LORD went before them in the three days' journey, to search out a resting place for them.

10:34 และเมฆของพระเยโฮวาห์อยู่เหนือพวกเขาในเวลากลางวัน เมื่อเขาทั้งหลายออกจากค่าย

10:34 And the cloud of the LORD was upon them by day, when they went out of the camp.

10:35 และต่อมาเมื่อหีบยกออกเดินแล้ว โมเสสกราบทูลว่า “ข้าแต่พระเยโฮวาห์ ขอทรงเสด็จขึ้นเถิด และให้ศัตรูทั้งหลายของพระองค์กระจัดกระจายไป และให้คนเหล่านั้นที่เกลียดชังพระองค์หลีกหนีพระองค์ไป”

10:35 And it came to pass, when the ark set forward, that Moses said, Rise up, LORD, and let thine enemies be scattered; and let them that hate thee flee before thee.

10:36 และเมื่อหีบวางลงแล้ว ท่านกราบทูลว่า “โอ ข้าแต่พระเยโฮวาห์ ขอเสด็จกลับมาสู่คนอิสราเอลที่นับเป็นพัน ๆ นั้นเถิด”

10:36 And when it rested, he said, Return, O LORD, unto the many thousands of Israel.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope