กลับหน้าแรก / Main Menu

 

กันดารวิถี 11 / Numbers 11

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25] [26] [27] [28] [29] [30] [31] [32] [33] [34] [35] [36]

การบ่นได้นำไฟของพระเยโฮวาห์มาสู่พวกเขา
11:1 และเมื่อประชากรบ่น พระเยโฮวาห์ทรงไม่พอพระทัย และพระเยโฮวาห์ทรงสดับการบ่นนั้น และพระองค์ทรงพระพิโรธ และมีไฟของพระเยโฮวาห์มาไหม้อยู่ท่ามกลางพวกเขา และเผาคนเหล่านั้นที่อยู่รอบนอกค่ายเสีย

Complaining Brings God's Wrath
11:1 And when the people complained, it displeased the LORD: and the LORD heard it; and his anger was kindled; and the fire of the LORD burnt among them, and consumed them that were in the uttermost parts of the camp.

11:2 และประชากรจึงร้องขอต่อโมเสส และเมื่อโมเสสได้อธิษฐานต่อพระเยโฮวาห์แล้ว ไฟก็ดับ

11:2 And the people cried unto Moses; and when Moses prayed unto the LORD, the fire was quenched.

11:3 และท่านได้เรียกชื่อสถานที่นั้นว่าทาเบราห์ เพราะไฟของพระเยโฮวาห์มาไหม้อยู่ท่ามกลางเขาทั้งหลาย

11:3 And he called the name of the place Taberah: because the fire of the LORD burnt among them.

11:4 และชนชาติอื่น ๆ ที่อยู่ท่ามกลางเขาทั้งหลายมีความโลภมาก และชนชาติอิสราเอลก็ร้องไห้คร่ำครวญอีก และพูดว่า “ผู้ใดจะให้เนื้อแก่พวกเรากิน

11:4 And the mixt multitude that was among them fell a lusting: and the children of Israel also wept again, and said, Who shall give us flesh to eat?

11:5 เราทั้งหลายระลึกถึงปลาที่พวกเราเคยกินในอียิปต์โดยไม่ต้องซื้อ ทั้งแตงกวา แตงโม ต้นกระเทียม หัวหอม และกระเทียม

11:5 We remember the fish, which we did eat in Egypt freely; the cucumbers, and the melons, and the leeks, and the onions, and the garlick:

11:6 แต่บัดนี้จิตใจของเราทั้งหลายก็เหี่ยวแห้งลง ไม่มีอะไรต่อหน้าพวกเราเลยนอกจากมานานี้”

11:6 But now our soul is dried away: there is nothing at all, beside this manna, before our eyes.

11:7 และมานานั้นเหมือนเมล็ดผักชี และสีของมานานั้นเหมือนยางไม้หอม

11:7 And the manna was as coriander seed, and the colour thereof as the colour of bdellium.

11:8 และประชากรก็ออกไปทั่ว และเก็บมานานั้นมา แล้วโม่หรือตำในครก และปิ้งในกระทะเหล็กแบน และทำมานานั้นเป็นขนม รสของมานาเหมือนรสน้ำมันสด

11:8 And the people went about, and gathered it, and ground it in mills, or beat it in a mortar, and baked it in pans, and made cakes of it: and the taste of it was as the taste of fresh oil.

11:9 และเมื่อน้ำค้างตกมาเหนือค่ายในเวลากลางคืน มานาก็ตกมาเหนือค่าย

11:9 And when the dew fell upon the camp in the night, the manna fell upon it.

โมเสสบ่นเรื่องภาระของท่าน
11:10 ดังนั้น โมเสสได้ยินประชากรร้องไห้คร่ำครวญไปทั่วทุกครอบครัวทั้งหลายของพวกเขา ทุกคนอยู่ที่ประตูเต็นท์ของตน และพระเยโฮวาห์ทรงพระพิโรธยิ่งนัก โมเสสก็ไม่พอใจด้วย

Moses Complains of His Burden
11:10 Then Moses heard the people weep throughout their families, every man in the door of his tent: and the anger of the LORD was kindled greatly; Moses also was displeased.

11:11 และโมเสสกราบทูลพระเยโฮวาห์ว่า “เหตุไฉนพระองค์จึงให้ผู้รับใช้ของพระองค์มีความทุกข์ลำบากเช่นนี้ และเหตุใดข้าพระองค์จึงไม่เป็นที่โปรดปรานในสายพระเนตรของพระองค์ ที่พระองค์ทรงวางภาระของประชากรทั้งหมดนี้ลงบนข้าพระองค์

11:11 And Moses said unto the LORD, Wherefore hast thou afflicted thy servant? and wherefore have I not found favour in thy sight, that thou layest the burden of all this people upon me?

11:12 ข้าพระองค์ได้ตั้งครรภ์ประชากรเหล่านี้หรือ ข้าพระองค์ให้กำเนิดคนเหล่านี้หรือ พระองค์จึงตรัสแก่ข้าพระองค์ว่า ‘จงอุ้มเขาทั้งหลายไว้ในอกของเจ้า อย่างพ่อบุญธรรมอุ้มลูกที่ยังกินนมอยู่ นำมาสู่แผ่นดินที่พระองค์ปฏิญาณไว้แก่บรรพบุรุษของพวกเขา’

11:12 Have I conceived all this people? have I begotten them, that thou shouldest say unto me, Carry them in thy bosom, as a nursing father beareth the sucking child, unto the land which thou swarest unto their fathers?

11:13 ข้าพระองค์จะได้เนื้อมาจากไหนให้แก่ประชากรทั้งหมดนี้ เพราะเขาทั้งหลายร้องไห้คร่ำครวญต่อข้าพระองค์ว่า ‘จงให้เนื้อแก่เราทั้งหลายเพื่อพวกเราจะได้กิน’

11:13 Whence should I have flesh to give unto all this people? for they weep unto me, saying, Give us flesh, that we may eat.

11:14 ข้าพระองค์ไม่สามารถรับแบกประชากรทั้งหมดนี้แต่ลำพังได้ เพราะเป็นภาระหนักเกินแก่ข้าพระองค์

11:14 I am not able to bear all this people alone, because it is too heavy for me.

11:15 และถ้าพระองค์จะทรงปฏิบัติต่อข้าพระองค์อย่างนี้แล้ว ข้าพระองค์ทูลวิงวอนต่อพระองค์ ถ้าข้าพระองค์เป็นที่โปรดปรานในสายพระเนตรของพระองค์ ขอทรงประหารข้าพระองค์เสียเดี๋ยวนี้เถิด และอย่าให้ข้าพระองค์เห็นความหายนะของข้าพระองค์เลย”

11:15 And if thou deal thus with me, kill me, I pray thee, out of hand, if I have found favour in thy sight; and let me not see my wretchedness.

ผู้อาวุโสเจ็ดสิบคนช่วยโมเสสแบกภาระของคนอิสราเอล
11:16 และพระเยโฮวาห์ตรัสกับโมเสสว่า “จงรวบรวมพวกผู้อาวุโสในอิสราเอลให้เราเจ็ดสิบคน เป็นคนที่เจ้าทราบว่าเป็นผู้อาวุโสในประชากร และเป็นผู้บังคับบัญชาเหนือเขาทั้งหลาย และจงพาเขาทั้งหลายมาที่พลับพลาแห่งชุมนุมชน ให้พวกเขายืนอยู่พร้อมกับเจ้าที่นั่น

Seventy Elders
11:16 And the LORD said unto Moses, Gather unto me seventy men of the elders of Israel, whom thou knowest to be the elders of the people, and officers over them; and bring them unto the tabernacle of the congregation, that they may stand there with thee.

11:17 และเราจะลงมาสนทนากับเจ้าที่นั่น และเราจะเอาวิญญาณที่มีอยู่บนเจ้า และจะใส่วิญญาณนั้นบนพวกเขาด้วย และเขาทั้งหลายจะแบกภาระของประชากรนี้ด้วยกันกับเจ้า เพื่อเจ้าจะไม่ได้ทนแบกอยู่แต่ลำพัง

11:17 And I will come down and talk with thee there: and I will take of the spirit which is upon thee, and will put it upon them; and they shall bear the burden of the people with thee, that thou bear it not thyself alone.

11:18 และเจ้าจงพูดกับประชากรเหล่านั้นว่า ‘ท่านทั้งหลายจงชำระตัวให้บริสุทธิ์สำหรับพรุ่งนี้ และพวกท่านจะได้รับประทานเนื้อ เพราะท่านทั้งหลายได้ร้องไห้คร่ำครวญต่อพระกรรณของพระเยโฮวาห์ว่า “ผู้ใดจะให้เนื้อแก่พวกเรากิน เพราะเราทั้งหลายอยู่อย่างสุขสบายในอียิปต์” เพราะเหตุนี้พระเยโฮวาห์จะทรงประทานเนื้อให้ท่านทั้งหลาย

11:18 And say thou unto the people, Sanctify yourselves against to morrow, and ye shall eat flesh: for ye have wept in the ears of the LORD, saying, Who shall give us flesh to eat? for it was well with us in Egypt: therefore the LORD will give you flesh,

11:19 ท่านทั้งหลายจะไม่ได้รับประทานเพียงวันเดียว หรือสองวัน หรือห้าวัน หรือสิบวัน หรือยี่สิบวัน

11:19 Ye shall not eat one day, nor two days, nor five days, neither ten days, nor twenty days;

11:20 แต่หนึ่งเดือนเต็ม จนเนื้อจะล้นออกมาทางรูจมูกของท่านทั้งหลาย จนพวกท่านเอือมระอาเนื้อนั้น เพราะท่านทั้งหลายได้ดูหมิ่นพระเยโฮวาห์ผู้อยู่ท่ามกลางพวกท่าน และได้ร้องไห้คร่ำครวญต่อพระพักตร์พระองค์ว่า “ไฉนเราทั้งหลายจึงได้ออกมาจากอียิปต์”’”

11:20 But even a whole month, until it come out at your nostrils, and it be loathsome unto you: because that ye have despised the LORD which is among you, and have wept before him, saying, Why came we forth out of Egypt?

11:21 และโมเสสกราบทูลว่า “ประชากรที่ข้าพระองค์อยู่ท่ามกลางพวกเขานั้นเป็นทหารราบหกแสนคน และพระองค์ได้ตรัสแล้วว่า ‘เราจะให้เนื้อแก่เขาทั้งหลายกิน เพื่อพวกเขาจะได้กินครบหนึ่งเดือน’

11:21 And Moses said, The people, among whom I am, are six hundred thousand footmen; and thou hast said, I will give them flesh, that they may eat a whole month.

11:22 จะเอาฝูงแพะแกะ และฝูงวัวมาฆ่าให้แก่เขาทั้งหลายเพื่อให้มีพอสำหรับพวกเขาหรือ หรือจะรวบรวมปลาทั้งหมดในทะเลให้แก่เขาทั้งหลายเพื่อให้มีพอสำหรับพวกเขาหรือ”

11:22 Shall the flocks and the herds be slain for them, to suffice them? or shall all the fish of the sea be gathered together for them, to suffice them?

11:23 และพระเยโฮวาห์ตรัสกับโมเสสว่า “พระหัตถ์ของพระเยโฮวาห์สั้นไปหรือ บัดนี้เจ้าจะเห็นว่าคำของเราจะสำเร็จเพื่อเจ้าจริงหรือไม่”

11:23 And the LORD said unto Moses, Is the LORD'S hand waxed short? thou shalt see now whether my word shall come to pass unto thee or not.

11:24 และโมเสสก็ออกไปและแจ้งพระดำรัสของพระเยโฮวาห์ให้แก่ประชากร และได้รวบรวมพวกผู้อาวุโสของประชากรเจ็ดสิบคน และแต่งตั้งพวกเขาไว้ให้อยู่รอบพลับพลา

11:24 And Moses went out, and told the people the words of the LORD, and gathered the seventy men of the elders of the people, and set them round about the tabernacle.

11:25 และพระเยโฮวาห์เสด็จลงมาในเมฆและตรัสกับท่าน และเอาวิญญาณที่มีอยู่บนท่าน และใส่วิญญาณนั้นบนพวกผู้อาวุโสเจ็ดสิบคนด้วย และต่อมาเมื่อวิญญาณนั้นอยู่บนเขาทั้งหลายแล้ว พวกเขาก็พยากรณ์ และไม่ได้หยุดยั้งเลย

11:25 And the LORD came down in a cloud, and spake unto him, and took of the spirit that was upon him, and gave it unto the seventy elders: and it came to pass, that, when the spirit rested upon them, they prophesied, and did not cease.

11:26 แต่ยังมีอีกสองคนที่อยู่ในค่าย คนหนึ่งชื่อเอลดาด และอีกคนหนึ่งชื่อเมดาด และวิญญาณอยู่บนเขาทั้งสอง และเขาทั้งสองอยู่ในพวกเดียวกันที่ได้ลงทะเบียนไว้นั้น แต่ไม่ได้มายังพลับพลา และเขาทั้งสองพยากรณ์อยู่ในค่าย

11:26 But there remained two of the men in the camp, the name of the one was Eldad, and the name of the other Medad: and the spirit rested upon them; and they were of them that were written, but went not out unto the tabernacle: and they prophesied in the camp.

11:27 และมีชายหนุ่มคนหนึ่งวิ่งมาบอกโมเสส และพูดว่า “เอลดาดและเมดาดกำลังพยากรณ์อยู่ในค่าย”

11:27 And there ran a young man, and told Moses, and said, Eldad and Medad do prophesy in the camp.

11:28 และโยชูวาบุตรชายของนูนเป็นผู้รับใช้ของโมเสส เป็นคนหนึ่งในพวกคนหนุ่มของท่าน ตอบและพูดว่า “โมเสสเจ้านายของข้าพเจ้า ขอห้ามเขาทั้งสองเสีย”

11:28 And Joshua the son of Nun, the servant of Moses, one of his young men, answered and said, My lord Moses, forbid them.

11:29 และโมเสสพูดกับเขาว่า “ท่านร้อนใจเพราะเห็นแก่เราหรือ เราปรารถนาให้ประชากรของพระเยโฮวาห์เป็นผู้พยากรณ์ทุกคน และปรารถนาให้พระเยโฮวาห์ทรงใส่วิญญาณของพระองค์ไว้บนเขาเหล่านั้น”

11:29 And Moses said unto him, Enviest thou for my sake? would God that all the LORD'S people were prophets, and that the LORD would put his spirit upon them!

11:30 และโมเสสก็เข้าไปในค่าย ทั้งท่านและพวกผู้อาวุโสของคนอิสราเอล

11:30 And Moses gat him into the camp, he and the elders of Israel.

ฝูงนกคุ่มบินมาตกในค่ายและโรคระบาดลงมาสู่ประชากรขี้บ่น
11:31 และมีลมพัดมาจากพระเยโฮวาห์ และพาฝูงนกคุ่มมาจากทะเล และฝูงนกคุ่มนั้นก็มาตกอยู่ข้างค่ายโดยรอบ ห่างออกไปเป็นระยะทางเดินประมาณหนึ่งวันทั้งข้างนี้และข้างโน้น และสูงจากพื้นดินประมาณสองศอก

Quails and Plague for the Murmuring People
11:31 And there went forth a wind from the LORD, and brought quails from the sea, and let them fall by the camp, as it were a day's journey on this side, and as it were a day's journey on the other side, round about the camp, and as it were two cubits high upon the face of the earth.

11:32 และประชากรก็ลุกขึ้น และเขาทั้งหลายจับนกคุ่มเหล่านั้น ตลอดทั้งวันทั้งคืน และตลอดวันรุ่งขึ้น คนที่จับได้น้อยที่สุดได้ถึงสิบโฮเมอร์ และพวกเขาเอานกคุ่มเหล่านั้นมาวางตากทั่วค่ายสำหรับพวกเขาเอง

11:32 And the people stood up all that day, and all that night, and all the next day, and they gathered the quails: he that gathered least gathered ten homers: and they spread them all abroad for themselves round about the camp.

11:33 และขณะที่เนื้อยังอยู่ระหว่างซี่ฟันของเขาทั้งหลาย ก่อนที่มันจะถูกเคี้ยว พระเยโฮวาห์ทรงพระพิโรธต่อประชากรยิ่งนัก และพระเยโฮวาห์ทรงประหารประชากรเสียด้วยโรคระบาดอย่างร้ายแรง

11:33 And while the flesh was yet between their teeth, ere it was chewed, the wrath of the LORD was kindled against the people, and the LORD smote the people with a very great plague.

11:34 และท่านจึงเรียกชื่อสถานที่นั้นว่า ขิบโรทหัทธาอาวาห์ เพราะที่นั่นพวกเขาฝังศพของประชากรที่โลภมาก

11:34 And he called the name of that place Kibrothhattaavah: because there they buried the people that lusted.

11:35 และประชากรได้ออกเดินทางจากขิบโรทหัทธาอาวาห์ไปยังฮาเซโรท และอาศัยอยู่ที่ฮาเซโรท

11:35 And the people journeyed from Kibrothhattaavah unto Hazeroth; and abode at Hazeroth.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope