กลับหน้าแรก / Main Menu

 

กันดารวิถี 30 / Numbers 30

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25] [26] [27] [28] [29] [30] [31] [32] [33] [34] [35] [36]

พระราชบัญญัติเกี่ยวกับการปฏิญาณ
30:1 และโมเสสได้พูดกับบรรดาหัวหน้าของเผ่าต่าง ๆ เกี่ยวกับชนชาติอิสราเอลว่า “นี่เป็นสิ่งที่พระเยโฮวาห์ได้ทรงบัญชา

Laws concerning Vows to God
30:1 And Moses spake unto the heads of the tribes concerning the children of Israel, saying, This is the thing which the LORD hath commanded.

30:2 ถ้าชายผู้ใดกล่าวคำปฏิญาณต่อพระเยโฮวาห์ หรือให้สัตย์สาบานผูกพันจิตใจของตนไว้ด้วยคำสัญญา จงอย่าให้เขาเสียวาจา เขาจะต้องกระทำตามทุกสิ่งที่ออกจากปากของเขาทั้งสิ้น

30:2 If a man vow a vow unto the LORD, or swear an oath to bind his soul with a bond; he shall not break his word, he shall do according to all that proceedeth out of his mouth.

30:3 เช่นเดียวกันถ้าสตรีคนใดกล่าวคำปฏิญาณต่อพระเยโฮวาห์ และผูกพันตัวเองไว้ด้วยคำสัญญา เมื่อนางยังเป็นสาวอยู่ในบ้านบิดาของนาง

30:3 If a woman also vow a vow unto the LORD, and bind herself by a bond, being in her father's house in her youth;

30:4 และบิดาของนางได้ยินคำปฏิญาณและคำสัญญาของนางที่ผูกพันจิตใจของนางไว้ และบิดาของนางก็นิ่งเฉยเสีย ดังนั้นจงให้คำปฏิญาณของนางทั้งสิ้นนั้นคงอยู่ และจงให้คำสัญญาทุกอย่างที่ผูกพันจิตใจของนางไว้นั้นคงอยู่

30:4 And her father hear her vow, and her bond wherewith she hath bound her soul, and her father shall hold his peace at her: then all her vows shall stand, and every bond wherewith she hath bound her soul shall stand.

30:5 แต่ถ้าบิดาของนางคัดค้านนางในวันที่เขาได้ยินนั้น คำปฏิญาณใด ๆ ของนาง หรือคำสัญญาใด ๆ ของนางที่ผูกพันจิตใจของนางไว้นั้น จะไม่คงอยู่ และพระเยโฮวาห์จะทรงอภัยให้แก่นาง เพราะบิดาของนางได้คัดค้านนางไว้

30:5 But if her father disallow her in the day that he heareth; not any of her vows, or of her bonds wherewith she hath bound her soul, shall stand: and the LORD shall forgive her, because her father disallowed her.

30:6 และถ้านางมีสามีแล้ว เมื่อนางปฏิญาณไว้หรือกล่าวด้วยริมฝีปากของนางซึ่งผูกพันจิตใจของนางไว้

30:6 And if she had at all an husband, when she vowed, or uttered ought out of her lips, wherewith she bound her soul;

30:7 และสามีของนางได้ยินคำเหล่านั้นแล้ว และในวันที่เขาได้ยินคำเหล่านั้น เขาก็นิ่งเฉยเสีย ดังนั้นจงให้คำปฏิญาณของนางทั้งสิ้นนั้นคงอยู่ และจงให้คำสัญญาทุกอย่างของนางที่ผูกพันจิตใจของนางไว้นั้นคงอยู่

30:7 And her husband heard it, and held his peace at her in the day that he heard it: then her vows shall stand, and her bonds wherewith she bound her soul shall stand.

30:8 แต่ถ้าสามีของนางคัดค้านนางในวันที่เขาได้ยินคำเหล่านั้น ดังนั้นเขาจะทำให้คำปฏิญาณของนางที่นางกล่าวนั้น และคำกล่าวด้วยริมฝีปากของนาง ซึ่งผูกพันจิตใจของนางอยู่นั้นเป็นโมฆะ และพระเยโฮวาห์จะทรงอภัยให้แก่นาง

30:8 But if her husband disallowed her on the day that he heard it; then he shall make her vow which she vowed, and that which she uttered with her lips, wherewith she bound her soul, of none effect: and the LORD shall forgive her.

30:9 แต่คำปฏิญาณทั้งสิ้นของหญิงม่ายหรือของหญิงที่หย่าร้าง ซึ่งได้ผูกพันจิตใจของนางเหล่านั้นไว้ จะคงอยู่ต่อนาง

30:9 But every vow of a widow, and of her that is divorced, wherewith they have bound their souls, shall stand against her.

30:10 และถ้านางปฏิญาณไว้ในบ้านสามีของนาง หรือให้คำสัตย์สาบานผูกพันจิตใจของตนเองไว้โดยคำสัญญา

30:10 And if she vowed in her husband's house, or bound her soul by a bond with an oath;

30:11 และสามีของนางได้ยินคำเหล่านั้นแล้ว และนิ่งเฉยเสีย และไม่คัดค้านนาง ดังนั้นคำปฏิญาณของนางทั้งสิ้นจะคงอยู่ และคำสัญญาทุกอย่างซึ่งนางผูกพันจิตใจของตนเองไว้นั้นจะคงอยู่

30:11 And her husband heard it, and held his peace at her, and disallowed her not: then all her vows shall stand, and every bond wherewith she bound her soul shall stand.

30:12 แต่ถ้าสามีของนางได้กระทำให้คำเหล่านั้นเป็นโมฆะในวันที่เขาได้ยินคำเหล่านั้นแล้ว ดังนั้นสิ่งใดก็ตามที่ออกจากริมฝีปากของนางเกี่ยวกับคำปฏิญาณของนาง หรือเกี่ยวกับการผูกพันจิตใจของนางจะไม่คงอยู่ สามีของนางได้กระทำให้คำเหล่านั้นเป็นโมฆะ และพระเยโฮวาห์จะทรงอภัยให้แก่นาง

30:12 But if her husband hath utterly made them void on the day he heard them; then whatsoever proceeded out of her lips concerning her vows, or concerning the bond of her soul, shall not stand: her husband hath made them void; and the LORD shall forgive her.

30:13 คำปฏิญาณทุกอย่างและคำสัตย์สาบานผูกพันทั้งสิ้นที่ทำให้ทรมานจิตใจ สามีของนางย่อมให้คงอยู่หรือสามีของนางย่อมให้เป็นโมฆะได้

30:13 Every vow, and every binding oath to afflict the soul, her husband may establish it, or her husband may make it void.

30:14 แต่ถ้าสามีของนางนิ่งเฉยเสียวันแล้ววันเล่า ดังนั้นเขาย่อมกระทำให้คำปฏิญาณทุกอย่างของนางและคำสัญญาทั้งสิ้นของนาง ซึ่งตกแก่นางให้คงอยู่ เพราะว่าเขานิ่งเฉยเสียในวันที่เขาได้ยินคำเหล่านั้น เขาจึงกระทำให้คงอยู่

30:14 But if her husband altogether hold his peace at her from day to day; then he establisheth all her vows, or all her bonds, which are upon her: he confirmeth them, because he held his peace at her in the day that he heard them.

30:15 แต่ถ้าภายหลังที่เขาได้ยินคำเหล่านั้นแล้ว เขามาทำให้เป็นโมฆะ ดังนั้นเขาจะต้องรับโทษความชั่วช้าของนาง”

30:15 But if he shall any ways make them void after that he hath heard them; then he shall bear her iniquity.

30:16 เหล่านี้เป็นกฎเกณฑ์ซึ่งพระเยโฮวาห์ทรงบัญชาโมเสสไว้ เป็นเรื่องระหว่างชายกับภรรยาของเขา เรื่องระหว่างบิดากับบุตรสาวของเขา เมื่อนางยังเป็นสาวอยู่ในบ้านบิดาของนาง

30:16 These are the statutes, which the LORD commanded Moses, between a man and his wife, between the father and his daughter, being yet in her youth in her father's house.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope