กลับหน้าแรกพระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV

 

ผู้วินิจฉัย 11

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21]

เยฟธาห์สู้รบกับคนอัมโมน
11:1 ในเวลานี้ เยฟธาห์คนกิเลอาดเป็นชายฉกรรจ์ผู้กล้าหาญ และเขาเป็นบุตรชายของหญิงโสเภณี และกิเลอาดให้กำเนิดบุตรชื่อเยฟธาห์
11:2 และภรรยาของกิเลอาดคลอดบุตรชายหลายคนให้ท่าน และพวกบุตรชายแห่งภรรยาของท่านได้เติบโตขึ้น เขาทั้งหลายได้ขับไล่เยฟธาห์ออกไปเสีย และกล่าวแก่เขาว่า “เจ้าจะมีส่วนในมรดกของครอบครัวบิดาของพวกเราไม่ได้ เพราะเจ้าเป็นลูกชายของหญิงคนอื่น”
11:3 ดังนั้น เยฟธาห์จึงหนีออกจากพวกพี่น้องของตน และอาศัยอยู่ที่แผ่นดินแห่งโทบ และที่นั่นพวกนักเลงก็มั่วสุมอยู่กับเยฟธาห์และติดตามเขาไป
11:4 และต่อมาภายหลัง คนอัมโมนได้ทำสงครามกับคนอิสราเอล
11:5 ดังนั้น เมื่อคนอัมโมนทำสงครามกับคนอิสราเอลนั้น พวกผู้อาวุโสของเมืองกิเลอาดได้ไปเพื่อจะพาเยฟธาห์มาจากแผ่นดินแห่งโทบ
11:6 และเขาทั้งหลายได้กล่าวแก่เยฟธาห์ว่า “จงมาเป็นหัวหน้าของพวกข้าพเจ้า เพื่อข้าพเจ้าทั้งหลายจะได้ต่อสู้กับคนอัมโมน”
11:7 และเยฟธาห์กล่าวแก่พวกผู้อาวุโสของเมืองกิเลอาดว่า “ท่านทั้งหลายไม่ได้เกลียดชังข้าพเจ้า และขับไล่ข้าพเจ้าเสียจากครอบครัวบิดาของข้าพเจ้าหรือ และเมื่อพวกท่านมีความทุกข์ยาก ท่านทั้งหลายมาหาข้าพเจ้าทำไมเล่า”
11:8 และพวกผู้อาวุโสของเมืองกิเลอาดจึงกล่าวแก่เยฟธาห์ว่า “เหตุที่ข้าพเจ้าทั้งหลายกลับมาหาท่าน ณ บัดนี้ ก็เพื่อให้ท่านไปกับพวกข้าพเจ้า และสู้รบกับคนอัมโมน และมาเป็นหัวหน้าของข้าพเจ้าทั้งหลายให้ปกครองชาวเมืองกิเลอาดทั้งปวง”
11:9 และเยฟธาห์จึงกล่าวแก่พวกผู้อาวุโสของเมืองกิเลอาดว่า “ถ้าท่านทั้งหลายให้ข้าพเจ้ากลับบ้านเพื่อสู้รบกับคนอัมโมน และถ้าพระเยโฮวาห์ทรงมอบพวกเขาไว้ต่อหน้าข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะเป็นหัวหน้าของพวกท่านอย่างนั้นหรือ”
11:10 และพวกผู้อาวุโสของเมืองกิเลอาดได้พูดกับเยฟธาห์ว่า “พระเยโฮวาห์จะทรงเป็นพยานระหว่างเราทั้งหลาย ถ้าหากว่าพวกข้าพเจ้าไม่กระทำตามที่ท่านพูดนั้น”
11:11 แล้วเยฟธาห์ก็ไปกับพวกผู้อาวุโสของเมืองกิเลอาด และประชาชนก็ตั้งท่านให้เป็นหัวหน้าและเป็นประมุขเหนือเขาทั้งหลาย และเยฟธาห์ก็กล่าวถ้อยคำทั้งสิ้นของท่านต่อพระพักตร์พระเยโฮวาห์ที่เมืองมิสเปห์
11:12 และเยฟธาห์ได้ส่งบรรดาผู้สื่อสารไปยังกษัตริย์แห่งคนอัมโมน กล่าวว่า “ท่านมีเรื่องอะไรกับข้าพเจ้า ซึ่งท่านได้ยกมาต่อสู้กับข้าพเจ้าในแผ่นดินของข้าพเจ้า”
11:13 และกษัตริย์แห่งคนอัมโมนตอบบรรดาผู้สื่อสารของเยฟธาห์ว่า “เพราะว่าอิสราเอลได้ยึดแผ่นดินของข้าพเจ้าไป เมื่อเขาทั้งหลายออกมาจากอียิปต์ ตั้งแต่แม่น้ำอาร์โนนถึงแม่น้ำยับบอกและถึงแม่น้ำจอร์แดน ฉะนั้นบัดนี้ขอคืนแผ่นดินเหล่านั้นเสียโดยสันติภาพ”
11:14 และเยฟธาห์ส่งบรรดาผู้สื่อสารไปหากษัตริย์แห่งคนอัมโมนอีก
11:15 และกล่าวแก่ท่านว่า “เยฟธาห์กล่าวดังนี้ว่า อิสราเอลมิได้ยึดแผ่นดินของโมอับ หรือแผ่นดินของคนอัมโมน
11:16 แต่เมื่ออิสราเอลออกมาจากอียิปต์ และเดินไปทางถิ่นทุรกันดารถึงทะเลแดง และมาถึงคาเดช
11:17 ดังนั้น อิสราเอลได้ส่งบรรดาผู้สื่อสารไปยังกษัตริย์แห่งเอโดมกล่าวว่า ‘ข้าพเจ้าขอร้องท่าน ขอให้ข้าพเจ้ายกผ่านแผ่นดินของท่านไป’ แต่กษัตริย์แห่งเอโดมไม่ยอมฟังคำเหล่านั้น และเขาทั้งหลายได้ส่งไปยังกษัตริย์แห่งโมอับเช่นเดียวกัน แต่ท่านก็ไม่อนุญาต และอิสราเอลได้อาศัยอยู่ที่คาเดช
11:18 แล้วเขาทั้งหลายก็เดินไปทางถิ่นทุรกันดาร และอ้อมแผ่นดินแห่งเอโดม และแผ่นดินแห่งโมอับ และมาทางด้านทิศตะวันออกของแผ่นดินแห่งโมอับ และตั้งเต็นท์อยู่ที่ฟากแม่น้ำอาร์โนนข้างโน้น แต่พวกเขามิได้เข้าไปในเขตแดนของโมอับ เพราะว่าแม่น้ำอาร์โนนเป็นพรมแดนของโมอับ
11:19 และอิสราเอลได้ส่งบรรดาผู้สื่อสารไปหาสิโหนกษัตริย์แห่งคนอาโมไรต์ กษัตริย์แห่งเมืองเฮชโบน และอิสราเอลกล่าวแก่ท่านว่า ‘ข้าพเจ้าทั้งหลายขอร้องท่าน ขอให้พวกข้าพเจ้ายกผ่านแผ่นดินของท่านไปยังสถานที่ของข้าพเจ้า’
11:20 แต่สิโหนไม่วางใจที่จะให้อิสราเอลยกผ่านเขตแดนของตน แต่สิโหนได้รวบรวมกำลังพลทั้งหมดของท่าน และตั้งเต็นท์อยู่ที่ยาฮาส และสู้รบกับอิสราเอล
11:21 และพระเยโฮวาห์พระเจ้าของอิสราเอลทรงมอบสิโหนและกำลังพลทั้งหมดของท่านไว้ในมือของอิสราเอล และอิสราเอลก็โจมตีคนเหล่านั้น ดังนั้นอิสราเอลจึงยึดครองแผ่นดินทั้งสิ้นของคนอาโมไรต์ผู้ซึ่งเป็นชาวเมืองนั้น
11:22 และเขาทั้งหลายยึดเขตแดนทั้งหมดของคนอาโมไรต์ ตั้งแต่แม่น้ำอาร์โนนถึงแม่น้ำยับบอก และตั้งแต่ถิ่นทุรกันดารถึงแม่น้ำจอร์แดน
11:23 ดังนั้น พระเยโฮวาห์พระเจ้าของอิสราเอลได้ขับไล่คนอาโมไรต์ออกเสียต่อหน้าอิสราเอลประชาชนของพระองค์ และท่านจะมาถือเอาเป็นกรรมสิทธิ์เช่นนั้นหรือ
11:24 ท่านไม่ถือกรรมสิทธิ์สิ่งซึ่งเคโมชพระของท่านมอบให้ท่านยึดครองหรือ ดังนั้นพระเยโฮวาห์พระเจ้าของข้าพเจ้าทั้งหลายทรงขับไล่ผู้ใดไปให้พ้นหน้าพวกข้าพเจ้า ข้าพเจ้าทั้งหลายจะยึดครองที่ของผู้นั้น
11:25 และบัดนี้ ท่านดีกว่าบาลาคบุตรชายของศิปโปร์ กษัตริย์แห่งโมอับหรือ ท่านเคยต่อสู้กับอิสราเอลหรือ ท่านเคยสู้รบกับเขาทั้งหลายหรือ
11:26 เมื่ออิสราเอลอาศัยอยู่ในเมืองเฮชโบนและชนบทของเมืองนั้น และในเมืองอาโรเออร์และชนบทของเมืองนั้น และในบรรดาเมืองที่ตั้งอยู่ตามฝั่งแม่น้ำอาร์โนนถึงสามร้อยปี ฉะนั้นทำไมท่านทั้งหลายไม่ได้เอาเมืองเหล่านั้นกลับคืนมาภายในเวลานั้นเล่า
11:27 ดังนั้น ข้าพเจ้าไม่ได้กระทำความผิดต่อท่าน แต่ท่านได้กระทำความผิดต่อข้าพเจ้าในการที่ทำสงครามกับข้าพเจ้า ขอพระเยโฮวาห์ผู้ทรงพิพากษาเป็นผู้พิพากษาระหว่างชนชาติอิสราเอลและคนอัมโมนในวันนี้”
11:28 แต่กษัตริย์แห่งคนอัมโมนไม่ยอมฟังบรรดาถ้อยคำของเยฟธาห์ซึ่งเยฟธาห์ส่งไปให้ท่านนั้น
11:29 ดังนั้น พระวิญญาณของพระเยโฮวาห์ได้มาสถิตอยู่กับเยฟธาห์ และท่านจึงยกผ่านกิเลอาดและมนัสเสห์และผ่านมิสเปห์แห่งกิเลอาด และจากมิสเปห์แห่งกิเลอาด ท่านยกผ่านต่อไปถึงคนอัมโมน

คำปฏิญาณที่ขาดปัญญาของเยฟธาห์
11:30 และเยฟธาห์ได้ปฏิญาณไว้กับพระเยโฮวาห์ และกล่าวว่า “ถ้าพระองค์จะทรงมอบคนอัมโมนไว้ในมือของข้าพระองค์อย่างแน่นอนแล้ว
11:31 ดังนั้น จะเป็นอะไรก็ตามที่ออกมาจากประตูบ้านของข้าพระองค์เพื่อต้อนรับข้าพระองค์เมื่อข้าพระองค์กลับมาจากคนอัมโมนนั้นด้วยสันติภาพแล้ว สิ่งนั้นจะเป็นของของพระเยโฮวาห์อย่างแน่นอน และข้าพระองค์จะถวายสิ่งนั้นเป็นเครื่องเผาบูชา”
11:32 แล้วเยฟธาห์ได้ยกข้ามไปถึงคนอัมโมนเพื่อจะสู้รบกับเขาทั้งหลาย และพระเยโฮวาห์ทรงมอบพวกเขาไว้ในมือของท่าน
11:33 และท่านได้ประหารเขาทั้งหลายจากอาโรเออร์ไปจนถึงใกล้ ๆ เมืองมินนิทรวมยี่สิบเมือง และไปจนถึงที่ราบแห่งสวนองุ่น ซึ่งมีผู้คนล้มตายมาก ดังนั้นคนอัมโมนจึงพ่ายแพ้ต่อหน้าชนชาติอิสราเอล
11:34 และเยฟธาห์ก็กลับมายังบ้านของตนที่มิสเปห์ และดูเถิด บุตรสาวของท่านถือรำมะนาเต้นโลดออกมาต้อนรับท่าน และเธอเป็นบุตรคนเดียวของท่าน นอกจากเธอท่านไม่มีบุตรชายหรือบุตรสาวเลย
11:35 และต่อมา เมื่อท่านเห็นเธอแล้ว ท่านจึงฉีกเสื้อผ้าของท่านและกล่าวว่า “อนิจจา ลูกสาวของพ่อเอ๋ย เจ้าทำให้พ่อสลดใจมากยิ่งนัก และเจ้าเป็นเหมือนคนหนึ่งในพวกเขาที่ทำให้พ่อทุกข์ร้อนใจ เพราะพ่อได้อ้าปากของพ่อกล่าวต่อพระเยโฮวาห์แล้ว และพ่อจะคืนคำก็ไม่ได้”
11:36 และเธอจึงพูดกับพ่อว่า “พ่อของลูกเอ๋ย ถ้าพ่อได้อ้าปากของพ่อกล่าวต่อพระเยโฮวาห์แล้ว ขอกระทำต่อลูกตามคำที่ออกมาจากปากของพ่อเถิด ด้วยว่าพระเยโฮวาห์ได้ทรงแก้แค้นบรรดาศัตรูของพ่อเพื่อพ่อแล้ว คือคนอัมโมน”
11:37 และเธอพูดกับบิดาของเธอว่า “ขอให้ลูกกระทำอย่างนี้เถิด ขอปล่อยลูกไว้สักสองเดือน เพื่อลูกจะได้ขึ้นลงไปตามภูเขา และร้องไห้คร่ำครวญถึงความเป็นพรหมจารีของลูก ตัวลูกกับเพื่อน ๆ ของลูก”
11:38 และท่านพูดว่า “ไปเถิด” และท่านก็ปล่อยเธอไปสองเดือน และเธอไปพร้อมกับเพื่อน ๆ ของเธอ และร้องไห้คร่ำครวญถึงความเป็นพรหมจารีของเธอบนภูเขา
11:39 และต่อมาเมื่อครบสองเดือนแล้ว เธอก็กลับมาหาบิดาของเธอ ท่านก็กระทำกับเธอตามคำปฏิญาณที่ท่านได้ปฏิญาณไว้ และเธอไม่เคยร่วมรู้กับชายใดเลย และสิ่งนี้ก็เป็นธรรมเนียมในอิสราเอล
11:40 คือบุตรสาวทั้งหลายของคนอิสราเอล ไปร้องไห้ไว้ทุกข์ให้บุตรสาวของเยฟธาห์คนกิเลอาดทุกปี ๆ ละสี่วัน

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope