กลับหน้าแรก / Main Menu

 

1 โครินธ์ 9 / 1 Corinthians 9

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16]

เปาโลอ้างสิทธิ์ของอัครสาวกที่เขาควรจะได้รับ
9:1 ข้าพเจ้ามิได้เป็นอัครสาวกหรือ ข้าพเจ้ามิได้เป็นอิสระหรือ ข้าพเจ้ามิได้เห็นพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของพวกเราหรือ ท่านทั้งหลายมิได้เป็นผลงานของข้าพเจ้าในองค์พระผู้เป็นเจ้าหรือ

Apostle Deserves the Honor His Labors Have Earned
9:1 Am I not an apostle? am I not free? have I not seen Jesus Christ our Lord? are not ye my work in the Lord?

9:2 ถ้าข้าพเจ้ามิได้เป็นอัครสาวกต่อคนอื่น ๆ แต่ข้าพเจ้าก็เป็นอัครสาวกต่อพวกท่านอย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยว่าตราประทับแห่งการเป็นอัครสาวกของข้าพเจ้าคือพวกท่านในองค์พระผู้เป็นเจ้า

9:2 If I be not an apostle unto others, yet doubtless I am to you: for the seal of mine apostleship are ye in the Lord.

9:3 คำตอบของข้าพเจ้าแก่คนเหล่านั้นที่สอบสวนข้าพเจ้าคือว่า

9:3 Mine answer to them that do examine me is this,

9:4 พวกเราไม่มีสิทธิ์ที่จะกินและดื่มหรือ

9:4 Have we not power to eat and to drink?

9:5 พวกเราไม่มีสิทธิ์ที่จะพาพี่น้อง คือภรรยา ไปไหน ๆ ด้วยกัน เหมือนอย่างอัครสาวกคนอื่น ๆ และเหมือนอย่างบรรดาน้องชายขององค์พระผู้เป็นเจ้าและเคฟาสหรือ

9:5 Have we not power to lead about a sister, a wife, as well as other apostles, and as the brethren of the Lord, and Cephas?

9:6 หรือข้าพเจ้าและบารนาบัสเท่านั้นที่ไม่มีสิทธิ์จะเลิกทำงานหรือ

9:6 Or I only and Barnabas, have not we power to forbear working?

ผู้ประกาศข่าวประเสริฐก็ควรได้รับการเลี้ยงชีพด้วยข่าวประเสริฐนั้น
9:7 ผู้ใดบ้างเข้าไปในสงครามในเวลาใดโดยจ่ายค่าจ้างของตัวเอง ผู้ใดบ้างปลูกสวนองุ่น และมิได้กินผลจากสวนนั้น หรือผู้ใดบ้างเลี้ยงฝูงสัตว์ และมิได้กินน้ำนมของฝูงสัตว์นั้น

All Who Preach the Gospel Should Be Supported by the Gospel
9:7 Who goeth a warfare any time at his own charges? who planteth a vineyard, and eateth not of the fruit thereof? or who feedeth a flock, and eateth not of the milk of the flock?

9:8 ข้าพเจ้ากล่าวสิ่งเหล่านี้ตามอย่างมนุษย์หรือ หรือพระราชบัญญัติมิได้กล่าวอย่างนี้เหมือนกันหรือ

9:8 Say I these things as a man? or saith not the law the same also?

9:9 เพราะมีเขียนไว้แล้วในพระราชบัญญัติของโมเสสว่า ‘ท่านอย่าเอาตะกร้าครอบปากวัวตัวผู้ที่กำลังนวดข้าวอยู่’ พระเจ้าทรงเป็นห่วงบรรดาวัวตัวผู้หรือ

9:9 For it is written in the law of Moses, Thou shalt not muzzle the mouth of the ox that treadeth out the corn. Doth God take care for oxen?

9:10 หรือพระองค์ตรัสเช่นนั้นเพื่อเห็นแก่พวกเราโดยสิ้นเชิงหรือ สิ่งนี้ถูกเขียนไว้เพื่อเห็นแก่พวกเราอย่างไม่ต้องสงสัย เพื่อคนที่ไถนา จะไถนาในความหวัง และเพื่อคนที่นวดข้าวในความหวังจะได้เป็นผู้เข้าส่วนแห่งความหวังของเขา

9:10 Or saith he it altogether for our sakes? For our sakes, no doubt, this is written: that he that ploweth should plow in hope; and that he that thresheth in hope should be partaker of his hope.

9:11 ถ้าพวกเราได้หว่านสิ่งต่าง ๆ ฝ่ายจิตวิญญาณให้แก่พวกท่าน เป็นสิ่งใหญ่โตหรือถ้าพวกเราจะเกี่ยวสิ่งทั้งหลายฝ่ายเนื้อหนังของพวกท่าน

9:11 If we have sown unto you spiritual things, is it a great thing if we shall reap your carnal things?

9:12 ถ้าคนอื่นเป็นผู้เข้าส่วนของอำนาจนี้เหนือพวกท่าน พวกเราก็เป็นมากกว่ามิใช่หรือ แต่อย่างไรก็ตามพวกเราก็มิได้ใช้อำนาจนี้เลย แต่ยอมทนทุกข์ยากสารพัด เกรงว่าพวกเราจะขัดขวางข่าวประเสริฐของพระคริสต์

9:12 If others be partakers of this power over you, are not we rather? Nevertheless we have not used this power; but suffer all things, lest we should hinder the gospel of Christ.

9:13 พวกท่านไม่ทราบหรือว่า คนทั้งหลายซึ่งปรนนิบัติเรื่องสิ่งบริสุทธิ์ต่าง ๆ ก็ได้รับการเลี้ยงชีพจากสิ่งเหล่านั้นของพระวิหาร และคนทั้งหลายซึ่งปรนนิบัติที่แท่นบูชาก็เป็นผู้เข้าส่วนกับแท่นบูชานั้น

9:13 Do ye not know that they which minister about holy things live of the things of the temple? and they which wait at the altar are partakers with the altar?

9:14 ทำนองเดียวกัน องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงแต่งตั้งไว้ว่า คนทั้งหลายซึ่งประกาศข่าวประเสริฐควรได้รับการเลี้ยงชีพด้วยข่าวประเสริฐนั้น

9:14 Even so hath the Lord ordained that they which preach the gospel should live of the gospel.

9:15 แต่ข้าพเจ้าไม่ได้ใช้สิทธิ์เหล่านี้เลย ทั้งข้าพเจ้าไม่ได้เขียนสิ่งเหล่านี้ เพื่อจะให้กระทำอย่างนั้นแก่ข้าพเจ้าด้วย เพราะข้าพเจ้ายอมตายเสียดีกว่าที่จะให้ผู้ใดทำให้การโอ้อวดของข้าพเจ้าไร้ประโยชน์

9:15 But I have used none of these things: neither have I written these things, that it should be so done unto me: for it were better for me to die, than that any man should make my glorying void.

9:16 เพราะถึงแม้ว่าข้าพเจ้าประกาศข่าวประเสริฐนั้น ข้าพเจ้าก็ไม่มีเหตุที่จะอวดได้ เพราะความจำเป็นถูกวางไว้บนข้าพเจ้า ใช่แล้ว วิบัติจะเกิดแก่ข้าพเจ้าถ้าข้าพเจ้าไม่ประกาศข่าวประเสริฐ

9:16 For though I preach the gospel, I have nothing to glory of: for necessity is laid upon me; yea, woe is unto me, if I preach not the gospel!

9:17 เพราะถ้าข้าพเจ้ากระทำสิ่งนี้อย่างเต็มใจ ข้าพเจ้าก็ได้รับบำเหน็จ แต่ถ้ากระทำอย่างฝืนใจ หน้าที่ประกาศข่าวประเสริฐก็ถูกมอบไว้แก่ข้าพเจ้าแล้ว

9:17 For if I do this thing willingly, I have a reward: but if against my will, a dispensation of the gospel is committed unto me.

9:18 แล้วอะไรเล่าเป็นบำเหน็จของข้าพเจ้า จริง ๆ แล้ว เมื่อข้าพเจ้าประกาศข่าวประเสริฐ ข้าพเจ้าก็ประกาศข่าวประเสริฐของพระคริสต์โดยไม่คิดค่า เพื่อข้าพเจ้าจะไม่ใช้อำนาจของข้าพเจ้าอย่างผิด ๆ ในข่าวประเสริฐนั้น

9:18 What is my reward then? Verily that, when I preach the gospel, I may make the gospel of Christ without charge, that I abuse not my power in the gospel.

เปาโลยอมทำทุกวิถีทางเพื่อจะชนะจิตวิญญาณ
9:19 เพราะถึงแม้ว่าข้าพเจ้าเป็นอิสระจากมนุษย์ทุกคน แต่ข้าพเจ้าก็ยังทำให้ตัวเองเป็นทาสของทุกคน เพื่อข้าพเจ้าจะได้พวกเขามากยิ่งขึ้น

Paul Would Win Souls at Any Price
9:19 For though I be free from all men, yet have I made myself servant unto all, that I might gain the more.

9:20 และต่อพวกยิว ข้าพเจ้าได้กลายเป็นเหมือนคนยิว เพื่อข้าพเจ้าจะได้พวกยิว ต่อคนทั้งหลายที่อยู่ใต้พระราชบัญญัติ ก็เป็นเหมือนอยู่ใต้พระราชบัญญัติ เพื่อข้าพเจ้าจะได้คนเหล่านั้นที่อยู่ใต้พระราชบัญญัติ

9:20 And unto the Jews I became as a Jew, that I might gain the Jews; to them that are under the law, as under the law, that I might gain them that are under the law;

9:21 ต่อคนทั้งหลายที่ไม่มีพระราชบัญญัติ ก็เป็นเหมือนคนที่ไม่มีพระราชบัญญัติ (โดยไม่ได้อยู่อย่างปราศจากพระราชบัญญัติต่อพระเจ้า แต่อยู่ใต้พระราชบัญญัติต่อพระคริสต์) เพื่อข้าพเจ้าจะได้คนเหล่านั้นที่ไม่มีพระราชบัญญัติ

9:21 To them that are without law, as without law, (being not without law to God, but under the law to Christ,) that I might gain them that are without law.

9:22 ต่อคนอ่อนแอ ข้าพเจ้าก็กลายเป็นเหมือนคนอ่อนแอ เพื่อข้าพเจ้าจะได้คนอ่อนแอ ข้าพเจ้ายอมเป็นคนทุกชนิดต่อคนทั้งปวง เพื่อโดยทุกวิถีทางข้าพเจ้าจะช่วยบางคนให้รอด

9:22 To the weak became I as weak, that I might gain the weak: I am made all things to all men, that I might by all means save some.

9:23 และสิ่งนี้ข้าพเจ้ากระทำเพราะเห็นแก่ข่าวประเสริฐ เพื่อข้าพเจ้าจะได้เป็นผู้เข้าส่วนกับพวกท่านในข่าวประเสริฐนั้น

9:23 And this I do for the gospel's sake, that I might be partaker thereof with you.

9:24 พวกท่านไม่ทราบหรือว่า คนทั้งหลายซึ่งวิ่งในการแข่งกัน ก็วิ่งด้วยกันทุกคน แต่เพียงคนเดียวได้รับรางวัล เหตุฉะนั้นจงวิ่ง เพื่อพวกท่านจะชิงรางวัลให้ได้

9:24 Know ye not that they which run in a race run all, but one receiveth the prize? So run, that ye may obtain.

9:25 และทุกคนที่พยายามอย่างหนักเพื่อจะชนะ ก็เคร่งครัดในสิ่งสารพัด บัดนี้พวกเขากระทำสิ่งนั้นเพื่อจะได้มงกุฎซึ่งร่วงโรยได้ แต่พวกเราเพื่อจะได้มงกุฎที่ไม่มีวันร่วงโรยเลย

9:25 And every man that striveth for the mastery is temperate in all things. Now they do it to obtain a corruptible crown; but we an incorruptible.

9:26 เหตุฉะนั้นข้าพเจ้าจึงวิ่งแข่งอย่างนี้ ไม่ใช่เหมือนไม่มีเป้าหมายชัดเจน ข้าพเจ้าต่อสู้อย่างนี้ ไม่ใช่เหมือนอย่างนักมวยที่ชกลม

9:26 I therefore so run, not as uncertainly; so fight I, not as one that beateth the air:

9:27 แต่ข้าพเจ้าปราบร่างกายของข้าพเจ้า และทำให้ร่างกายนั้นอยู่ใต้บังคับ เพราะเกรงว่าโดยทางหนึ่งทางใดเมื่อข้าพเจ้าได้ประกาศแก่คนอื่นแล้ว ตัวข้าพเจ้าเองจะเป็นคนที่ใช้การไม่ได้

9:27 But I keep under my body, and bring it into subjection: lest that by any means, when I have preached to others, I myself should be a castaway.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับคิงเจมส์ / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope