กลับหน้าแรก / Main Menu

 

มาระโก 11 / Mark 11

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16]

การเสด็จเข้าไปในกรุงเยรูซาเล็มอย่างผู้มีชัย (ศคย 9:9; มธ 21:1-9; ลก 19:29-38; ยน 12:12-19)
11:1 และเมื่อพระองค์กับพวกสาวกมาใกล้กรุงเยรูซาเล็ม ถึงหมู่บ้านเบธฟายีและหมู่บ้านเบธานี ที่เชิงภูเขามะกอกเทศ พระองค์ทรงส่งสาวกสองคนของพระองค์ไป

Triumphal Entry into Jerusalem (Zech. 9:9; Matt. 21:1-9; Luke 19:29-38; John 12:12-19)
11:1 And when they came nigh to Jerusalem, unto Bethphage and Bethany, at the mount of Olives, he sendeth forth two of his disciples,

11:2 และตรัสกับพวกเขาว่า “จงไปตามทางของพวกท่านเข้าไปในหมู่บ้านที่อยู่ตรงหน้าพวกท่าน และทันทีที่พวกท่านเข้าไปในหมู่บ้านนั้นแล้ว พวกท่านจะพบลูกลาตัวหนึ่งผูกอยู่ ที่ยังไม่มีใครขึ้นขี่เลย จงแก้มันและจูงมันมาเถิด

11:2 And saith unto them, Go your way into the village over against you: and as soon as ye be entered into it, ye shall find a colt tied, whereon never man sat; loose him, and bring him.

11:3 และถ้าผู้ใดกล่าวแก่พวกท่านว่า ‘พวกท่านทำสิ่งนี้ทำไมเล่า’ พวกท่านจงกล่าวว่า องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงต้องการลูกลาตัวนี้ และประเดี๋ยวพระองค์จะส่งมันกลับคืนมาให้ที่นี่”

11:3 And if any man say unto you, Why do ye this? say ye that the Lord hath need of him; and straightway he will send him hither.

11:4 และสาวกทั้งสองคนนั้นก็ไปตามทางของพวกเขา และพบลูกลาตัวนั้นผูกอยู่ใกล้ประตูข้างนอกในสถานที่ที่สองเส้นทางมาบรรจบกัน และสาวกทั้งสองจึงแก้มัน

11:4 And they went their way, and found the colt tied by the door without in a place where two ways met; and they loose him.

11:5 และบางคนในพวกเขาที่ยืนอยู่ที่นั่นกล่าวแก่เขาทั้งสองว่า “ท่านทั้งสองทำอะไร โดยแก้ลูกลาตัวนี้”

11:5 And certain of them that stood there said unto them, What do ye, loosing the colt?

11:6 และเขาทั้งสองกล่าวแก่พวกเขาตามที่พระเยซูทรงสั่งไว้ และพวกเขาก็ยอมให้เขาทั้งสองไป

11:6 And they said unto them even as Jesus had commanded: and they let them go.

11:7 และเขาทั้งสองจึงจูงลูกลามาถึงพระเยซู และเอาเสื้อผ้าของตนปูบนหลังลา และพระองค์จึงทรงลาตัวนั้น

11:7 And they brought the colt to Jesus, and cast their garments on him; and he sat upon him.

11:8 และคนเป็นอันมากเอาเสื้อผ้าของตนปูตามหนทาง และคนอื่น ๆ ก็ตัดกิ่งไม้ทั้งหลายจากพวกต้นไม้ และมาปูกิ่งไม้เหล่านั้นตามหนทาง

11:8 And many spread their garments in the way: and others cut down branches off the trees, and strawed them in the way.

11:9 และคนทั้งหลายที่เดินไปข้างหน้า และคนเหล่านั้นที่ตามมาข้างหลังก็โห่ร้องกัน โดยกล่าวว่า “โฮซันนา ‘ขอให้พระองค์ผู้เสด็จมาในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้าทรงรับพระพร’

11:9 And they that went before, and they that followed, cried, saying, Hosanna; Blessed is he that cometh in the name of the Lord:

11:10 สาธุการจงมีแก่อาณาจักรของดาวิด บรรพบุรุษของเราทั้งหลาย ที่มาในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า โฮซันนาในที่สูงสุด”

11:10 Blessed be the kingdom of our father David, that cometh in the name of the Lord: Hosanna in the highest.

11:11 และพระเยซูเสด็จเข้าไปในกรุงเยรูซาเล็ม และเข้าไปในพระวิหาร และเมื่อพระองค์ทอดพระเนตรดูสิ่งสารพัดรอบ ๆ แล้ว และบัดนี้มาถึงเวลาเย็นแล้ว พระองค์ก็เสด็จออกไปยังหมู่บ้านเบธานีกับสิบสองคนนั้น

11:11 And Jesus entered into Jerusalem, and into the temple: and when he had looked round about upon all things, and now the eventide was come, he went out unto Bethany with the twelve.

ต้นมะเดื่อที่ไม่มีผล (มธ 21:19-21)
11:12 และในวันต่อมา เมื่อพระองค์กับพวกสาวกมาจากหมู่บ้านเบธานีแล้ว พระองค์ก็ทรงหิว

The Barren Fig Tree (Matt. 21:19-21)
11:12 And on the morrow, when they were come from Bethany, he was hungry:

11:13 และเมื่อทอดพระเนตรเห็นต้นมะเดื่อต้นหนึ่งแต่ไกลที่มีใบหลายใบ พระองค์ก็เสด็จมา ถ้าบางทีพระองค์จะทรงพบสิ่งใด ๆ ที่ต้นไม้นั้น และเมื่อพระองค์มาถึงต้นไม้นั้นแล้ว พระองค์ไม่พบสิ่งใด มีแต่ใบหลายใบเท่านั้น เพราะเวลาแห่งผลมะเดื่อยังไม่มาถึง

11:13 And seeing a fig tree afar off having leaves, he came, if haply he might find any thing thereon: and when he came to it, he found nothing but leaves; for the time of figs was not yet.

11:14 และพระเยซูทรงตอบและตรัสกับต้นนั้นว่า “อย่าให้ผู้ใดกินผลไม้ของเจ้านับจากนี้เป็นต้นไปตลอดกาล” และพวกสาวกของพระองค์ก็ได้ยินสิ่งนี้

11:14 And Jesus answered and said unto it, No man eat fruit of thee hereafter for ever. And his disciples heard it.

พระเยซูทรงชำระล้างพระวิหาร (มธ 21:12-16; ลก 19:45-47)
11:15 และพระองค์กับพวกสาวกมาถึงกรุงเยรูซาเล็ม และพระเยซูได้เสด็จเข้าไปในพระวิหาร และทรงเริ่มขับไล่บรรดาคนที่ขายและซื้อในพระวิหารนั้น และคว่ำโต๊ะทั้งหลายของบรรดาผู้รับแลกเงิน กับบรรดาที่นั่งของคนเหล่านั้นที่ขายนกเขาทั้งหลายเสีย

Jesus Purifies the Temple (Matt. 21:12-16; Luke 19:45-47)
11:15 And they come to Jerusalem: and Jesus went into the temple, and began to cast out them that sold and bought in the temple, and overthrew the tables of the moneychangers, and the seats of them that sold doves;

11:16 และไม่ทรงอนุญาตให้ผู้ใดขนภาชนะใด ๆ เดินลัดพระวิหาร

11:16 And would not suffer that any man should carry any vessel through the temple.

11:17 และพระองค์ทรงสอนโดยกล่าวแก่พวกเขาว่า “มีเขียนไว้แล้วมิใช่หรือว่า ‘นิเวศน์ของเราจะถูกเรียกโดยบรรดาชนชาติทั้งหลายว่า เป็นนิเวศน์แห่งการอธิษฐาน’ แต่ท่านทั้งหลายได้กระทำให้นิเวศน์นั้นเป็น ‘ถ้ำของพวกโจร’”

11:17 And he taught, saying unto them, Is it not written, My house shall be called of all nations the house of prayer? but ye have made it a den of thieves.

11:18 และพวกธรรมาจารย์กับพวกปุโรหิตใหญ่ได้ยินสิ่งนี้ และหาโอกาสว่า พวกเขาจะทำลายพระองค์เสียได้อย่างไร ด้วยว่าพวกเขากลัวพระองค์ เพราะว่าประชาชนทุกคนประหลาดใจด้วยหลักคำสอนของพระองค์

11:18 And the scribes and chief priests heard it, and sought how they might destroy him: for they feared him, because all the people was astonished at his doctrine.

11:19 และเมื่อมาถึงเวลาเย็น พระองค์ได้เสด็จออกไปจากกรุง

11:19 And when even was come, he went out of the city.

11:20 และในเวลาเช้า ขณะที่พระองค์กับพวกสาวกได้ผ่านไป พระองค์กับพวกสาวกได้เห็นต้นมะเดื่อต้นนั้นเหี่ยวแห้งจากรากขึ้นมา

11:20 And in the morning, as they passed by, they saw the fig tree dried up from the roots.

11:21 และเปโตรระลึกขึ้นได้จึงทูลพระองค์ว่า “พระอาจารย์เจ้าข้า ดูเถิด ต้นมะเดื่อซึ่งพระองค์ได้สาปแช่งนั้นก็เหี่ยวแห้งไปแล้ว”

11:21 And Peter calling to remembrance saith unto him, Master, behold, the fig tree which thou cursedst is withered away.

ความเชื่อในพระเจ้า (ยก 5:15)
11:22 และพระเยซูตรัสตอบแก่พวกสาวกว่า “จงมีความเชื่อในพระเจ้าเถิด

Faith in God (James 5:15)
11:22 And Jesus answering saith unto them, Have faith in God.

11:23 ด้วยว่าเรากล่าวความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ผู้ใดก็ตามที่จะกล่าวแก่ภูเขานี้ว่า ‘เจ้าจงถอยไป และเจ้าจงถูกโยนเข้าไปในทะเล’ และจะไม่สงสัยในใจ แต่จะเชื่อว่าสิ่งเหล่านั้นซึ่งเขากล่าวจะเกิดขึ้นจริง ผู้นั้นจะได้สิ่งใดก็ตามที่เขากล่าว

11:23 For verily I say unto you, That whosoever shall say unto this mountain, Be thou removed, and be thou cast into the sea; and shall not doubt in his heart, but shall believe that those things which he saith shall come to pass; he shall have whatsoever he saith.

11:24 เหตุฉะนั้นเรากล่าวแก่ท่านทั้งหลายว่า สิ่งใดก็ตามที่พวกท่านปรารถนา เมื่อพวกท่านอธิษฐาน จงเชื่อว่าพวกท่านได้รับสิ่งเหล่านั้นแล้ว และพวกท่านจะมีสิ่งเหล่านั้น

11:24 Therefore I say unto you, What things soever ye desire, when ye pray, believe that ye receive them, and ye shall have them.

11:25 และเมื่อพวกท่านยืนอธิษฐานอยู่ จงยกโทษให้ ถ้าพวกท่านมีเรื่องใด ๆ กับผู้หนึ่งผู้ใด เพื่อพระบิดาของพวกท่าน ผู้ซึ่งทรงสถิตในสวรรค์ จะโปรดยกโทษบรรดาการละเมิดของพวกท่านด้วย

11:25 And when ye stand praying, forgive, if ye have ought against any: that your Father also which is in heaven may forgive you your trespasses.

11:26 แต่ถ้าพวกท่านไม่ยกโทษให้ พระบิดาของพวกท่าน ผู้ซึ่งทรงสถิตในสวรรค์ก็จะไม่โปรดยกโทษบรรดาการละเมิดของพวกท่านเหมือนกัน”

11:26 But if ye do not forgive, neither will your Father which is in heaven forgive your trespasses.

คำถามเรื่องสิทธิอำนาจของพระเยซู (มธ 21:23-27; ลก 20:1-8)
11:27 และพระองค์กับพวกสาวกมายังกรุงเยรูซาเล็มอีก และขณะที่พระองค์เสด็จดำเนินอยู่ในพระวิหาร พวกปุโรหิตใหญ่ และพวกธรรมาจารย์ และพวกผู้อาวุโสมาหาพระองค์

Authority of Jesus Questioned (Matt. 21:23-27; Luke 20:1-8)
11:27 And they come again to Jerusalem: and as he was walking in the temple, there come to him the chief priests, and the scribes, and the elders,

11:28 และกล่าวแก่พระองค์ว่า “ท่านกระทำสิ่งเหล่านี้โดยสิทธิอำนาจอันใด และผู้ใดได้ให้สิทธิอำนาจนี้แก่ท่านที่จะทำสิ่งเหล่านี้”

11:28 And say unto him, By what authority doest thou these things? and who gave thee this authority to do these things?

11:29 และพระเยซูทรงตอบและตรัสกับพวกเขาว่า “เราจะถามคำถามพวกท่านสักข้อหนึ่งด้วย และจงตอบเรา และเราก็จะบอกพวกท่านว่าเรากระทำสิ่งเหล่านี้โดยสิทธิอำนาจอันใด

11:29 And Jesus answered and said unto them, I will also ask of you one question, and answer me, and I will tell you by what authority I do these things.

11:30 บัพติศมาของยอห์นนั้น ได้เป็นมาจากสวรรค์หรือเป็นของมนุษย์ จงตอบเราเถิด”

11:30 The baptism of John, was it from heaven, or of men? answer me.

11:31 และพวกเขาจึงให้เหตุผลกับพวกเขาเอง โดยกล่าวว่า “ถ้าพวกเราจะกล่าวว่า ‘มาจากสวรรค์’ เขาก็จะกล่าวว่า ‘แล้วทำไมพวกท่านจึงไม่เชื่อยอห์นเล่า’

11:31 And they reasoned with themselves, saying, If we shall say, From heaven; he will say, Why then did ye not believe him?

11:32 แต่ถ้าพวกเราจะกล่าวว่า ‘เป็นของมนุษย์’” พวกเขาก็กลัวประชาชน เพราะประชาชนทุกคนถือว่ายอห์นเป็นศาสดาพยากรณ์คนหนึ่งจริง ๆ

11:32 But if we shall say, Of men; they feared the people: for all men counted John, that he was a prophet indeed.

11:33 และพวกเขาตอบและกล่าวแก่พระเยซูว่า “พวกเราไม่สามารถบอกได้” และพระเยซูจึงตรัสตอบแก่พวกเขาว่า “เราจะไม่บอกพวกท่านเหมือนกันว่า เรากระทำสิ่งเหล่านี้โดยสิทธิอำนาจอันใด”

11:33 And they answered and said unto Jesus, We cannot tell. And Jesus answering saith unto them, Neither do I tell you by what authority I do these things.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับคิงเจมส์ / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope