กลับหน้าแรก / Main Menu

 

พระราชบัญญัติ 32 / Deuteronomy 32

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25] [26] [27] [28] [29] [30] [31] [32] [33] [34]

บทเพลงของโมเสส
32:1 “โอ ฟ้าสวรรค์ จงเงี่ยหูฟัง และข้าพเจ้าจะพูด โอ พิภพโลก จงสดับบรรดาถ้อยคำจากปากของข้าพเจ้า

The Song of Moses
32:1 Give ear, O ye heavens, and I will speak; and hear, O earth, the words of my mouth.

32:2 คำสอนของข้าพเจ้าจะหยดลงอย่างเม็ดฝน คำปราศรัยของข้าพเจ้าจะกลั่นตัวลงอย่างน้ำค้าง อย่างฝนตกปรอย ๆ อยู่เหนือหญ้าอ่อน และอย่างห่าฝนตกลงเหนือหญ้าเขียวสด

32:2 My doctrine shall drop as the rain, my speech shall distil as the dew, as the small rain upon the tender herb, and as the showers upon the grass:

32:3 เพราะข้าพเจ้าจะประกาศพระนามของพระเยโฮวาห์ ท่านทั้งหลายจงถวายความยิ่งใหญ่แด่พระเจ้าของพวกเรา

32:3 Because I will publish the name of the LORD: ascribe ye greatness unto our God.

32:4 พระองค์ทรงเป็นศิลา พระราชกิจของพระองค์ก็สมบูรณ์แบบ ด้วยว่าพระมรรคาทั้งหลายของพระองค์ก็ยุติธรรม ทรงเป็นพระเจ้าแห่งความจริงและปราศจากความอยุติธรรม พระองค์ทรงยุติธรรมและเที่ยงตรง

32:4 He is the Rock, his work is perfect: for all his ways are judgment: a God of truth and without iniquity, just and right is he.

32:5 เขาทั้งหลายได้ทำให้พวกเขาเองเสื่อมทรามลง ตำหนิของเขาทั้งหลายหาใช่เป็นตำหนิของบุตรทั้งหลายของพระองค์ไม่ พวกเขาเป็นคนยุคสมัยที่ดื้อรั้นและหลอกลวง

32:5 They have corrupted themselves, their spot is not the spot of his children: they are a perverse and crooked generation.

32:6 โอ ชนชาติโฉดเขลาและเบาปัญญาเอ๋ย ท่านทั้งหลายจะตอบสนองพระเยโฮวาห์อย่างนี้หรือ พระองค์มิใช่พระบิดาของท่านผู้ทรงไถ่ท่านไว้หรือ ผู้ทรงสร้างท่าน และตั้งท่านไว้ดอกหรือ

32:6 Do ye thus requite the LORD, O foolish people and unwise? is not he thy father that hath bought thee? hath he not made thee, and established thee?

32:7 จงระลึกถึงโบราณกาล จงพิจารณาถึงจำนวนปีที่ผ่านมาหลายชั่วอายุคนแล้วนั้น จงถามบิดาของท่าน และเขาจะสำแดงให้ท่านทราบ จงถามพวกผู้อาวุโสของท่าน และเขาทั้งหลายจะบอกท่าน

32:7 Remember the days of old, consider the years of many generations: ask thy father, and he will shew thee; thy elders, and they will tell thee.

32:8 เมื่อผู้สูงสุดทรงแบ่งบรรดาประชาชาติให้รับมรดกของตน เมื่อพระองค์ทรงแยกลูกหลานของอาดัม พระองค์ทรงกั้นอาณาเขตของชนชาติทั้งหลายตามจำนวนแห่งชนชาติอิสราเอล

32:8 When the most High divided to the nations their inheritance, when he separated the sons of Adam, he set the bounds of the people according to the number of the children of Israel.

32:9 เพราะว่าส่วนของพระเยโฮวาห์คือประชากรของพระองค์ ยาโคบเป็นส่วนมรดกของพระองค์เอง

32:9 For the LORD'S portion is his people; Jacob is the lot of his inheritance.

32:10 พระองค์ทรงพบเขาในแผ่นดินที่เป็นทะเลทราย และในที่เปลี่ยวเปล่าซึ่งมีแต่เสียงเห่าหอน พระองค์ทรงนำเขาไปทั่วทุกทาง พระองค์ทรงสอนเขา พระองค์ทรงรักษาเขาไว้เหมือนอย่างแก้วพระเนตรของพระองค์

32:10 He found him in a desert land, and in the waste howling wilderness; he led him about, he instructed him, he kept him as the apple of his eye.

32:11 เหมือนนกอินทรีกวนรังของมัน กระพือปีกอยู่เหนือลูกของมัน กางปีกของมันออกรองรับบรรดาลูกไว้ให้ลูกเหล่านั้นเกาะอยู่บนปีกของมัน

32:11 As an eagle stirreth up her nest, fluttereth over her young, spreadeth abroad her wings, taketh them, beareth them on her wings:

32:12 เช่นเดียวกันพระเยโฮวาห์องค์เดียวเท่านั้นได้ทรงนำเขามา และไม่มีพระต่างด้าวองค์ใดอยู่กับเขา

32:12 So the LORD alone did lead him, and there was no strange god with him.

32:13 พระองค์ทรงโปรดเขาให้ขี่ไปบนสถานที่สูงทั้งหลายแห่งแผ่นดินโลก เพื่อให้เขากินพืชผลที่ได้งอกขึ้นจากนา และพระองค์ทรงให้เขาดูดน้ำผึ้งจากศิลาและให้น้ำมันจากศิลาซึ่งเป็นหินเหล็กไฟ

32:13 He made him ride on the high places of the earth, that he might eat the increase of the fields; and he made him to suck honey out of the rock, and oil out of the flinty rock;

32:14 ให้เนยข้นจากวัวและให้น้ำนมจากฝูงแกะ พร้อมกับไขมันจากลูกแกะ และแกะตัวผู้พันธุ์บาชาน และฝูงแพะ พร้อมกับข้าวสาลีอย่างดีที่สุด และท่านได้ดื่มเลือดอันบริสุทธิ์ของผลองุ่น

32:14 Butter of kine, and milk of sheep, with fat of lambs, and rams of the breed of Bashan, and goats, with the fat of kidneys of wheat; and thou didst drink the pure blood of the grape.

32:15 แต่เยชูรูนอ้วนพีขึ้นและก็พยศ ท่านก็อ้วนใหญ่ ท่านก็หนาแน่นขึ้น ท่านคลุมตัวไว้ด้วยความอ้วนพี ดังนั้นเขาทอดทิ้งพระเจ้าผู้ทรงสร้างเขามา และดูหมิ่นศิลาแห่งความรอดของเขา

32:15 But Jeshurun waxed fat, and kicked: thou art waxen fat, thou art grown thick, thou art covered with fatness; then he forsook God which made him, and lightly esteemed the Rock of his salvation.

32:16 เขาทั้งหลายยั่วยุให้พระองค์ทรงอิจฉาด้วยบรรดาพระของคนต่างชาติ พวกเขาก็ยั่วยุให้พระองค์ทรงกริ้วด้วยสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนทั้งหลาย

32:16 They provoked him to jealousy with strange gods, with abominations provoked they him to anger.

32:17 เขาทั้งหลายบูชาพวกผีปีศาจแทนพระเจ้า บูชาพระต่าง ๆ ซึ่งพวกเขาไม่เคยรู้จัก บูชาบรรดาพระใหม่ ๆ ซึ่งเกิดมาเร็ว ๆ นี้ ซึ่งบรรพบุรุษของท่านทั้งหลายไม่เกรงกลัว

32:17 They sacrificed unto devils, not to God; to gods whom they knew not, to new gods that came newly up, whom your fathers feared not.

32:18 ท่านไม่ได้เอาใจใส่ในศิลาที่ให้กำเนิดแก่ท่าน และได้หลงลืมพระเจ้าซึ่งทรงปั้นท่าน

32:18 Of the Rock that begat thee thou art unmindful, and hast forgotten God that formed thee.

32:19 และเมื่อพระเยโฮวาห์ทอดพระเนตรแล้ว พระองค์ทรงเกลียดชังเขาทั้งหลาย เพราะเหตุบรรดาบุตรชายหญิงของพระองค์ได้ยั่วยุพระองค์

32:19 And when the LORD saw it, he abhorred them, because of the provoking of his sons, and of his daughters.

32:20 และพระองค์ตรัสว่า ‘เราจะซ่อนหน้าของเราเสียจากเขาทั้งหลาย เราจะคอยดูว่าปลายทางของพวกเขาจะเป็นอย่างไร เพราะเขาทั้งหลายเป็นคนยุคสมัยที่ดื้อรั้น เป็นลูกหลานที่ไม่มีความเชื่อ

32:20 And he said, I will hide my face from them, I will see what their end shall be: for they are a very froward generation, children in whom is no faith.

32:21 เขาทั้งหลายทำให้เราอิจฉาด้วยสิ่งที่ไม่ใช่พระเจ้า พวกเขาได้ยั่วยุโทสะเราด้วยสิ่งที่ไร้สาระของเขาทั้งหลาย และเราจะทำให้พวกเขาอิจฉาด้วยคนเหล่านั้นที่ไม่ใช่ชนชาติหนึ่งชนชาติใด เราจะยั่วยุโทสะเขาทั้งหลายด้วยประชาชาติที่ขลาดเขลา

32:21 They have moved me to jealousy with that which is not God; they have provoked me to anger with their vanities: and I will move them to jealousy with those which are not a people; I will provoke them to anger with a foolish nation.

32:22 ด้วยมีไฟก่อขึ้นเพราะเหตุความกริ้วของเรานั้น และจะไหม้ลุกลามไปจนถึงส่วนลึกสุดของนรก และจะเผาแผ่นดินโลกพร้อมกับพืชผลในนั้น และก่อเพลิงติดรากแห่งภูเขาทั้งหลาย

32:22 For a fire is kindled in mine anger, and shall burn unto the lowest hell, and shall consume the earth with her increase, and set on fire the foundations of the mountains.

32:23 เราจะสุมสิ่งชั่วร้ายไว้บนเขาทั้งหลาย เราจะปล่อยลูกธนูของเรามายิงพวกเขา

32:23 I will heap mischiefs upon them; I will spend mine arrows upon them.

32:24 เขาทั้งหลายจะหมองคล้ำไปเพราะความหิวโหย และถูกเผาผลาญเพราะความร้อนอันแรงกล้าและเพราะการทำลายอันขมขื่น เราจะส่งสัตว์ร้ายให้มากัดกินพวกเขาด้วย พร้อมกับพิษของสัตว์เลื้อยคลานในผงคลี

32:24 They shall be burnt with hunger, and devoured with burning heat, and with bitter destruction: I will also send the teeth of beasts upon them, with the poison of serpents of the dust.

32:25 ภายนอกจะมีดาบและภายในจะมีความหวาดกลัว ทั้งสองจะทำลายทั้งชายหนุ่มและหญิงพรหมจารี ทั้งเด็กที่ยังดูดนมพร้อมกับคนที่ผมหงอกด้วย

32:25 The sword without, and terror within, shall destroy both the young man and the virgin, the suckling also with the man of gray hairs.

32:26 เราพูดแล้วว่า “เราจะให้เขาทั้งหลายกระจัดกระจายไปทุกทิศทาง เราจะให้ความทรงจำถึงพวกเขาสูญไปจากท่ามกลางมนุษย์”

32:26 I said, I would scatter them into corners, I would make the remembrance of them to cease from among men:

32:27 ถ้าหากว่าเราไม่กลัวความกริ้วโกรธของศัตรู เกรงว่าบรรดาศัตรูของพวกเขาจะประพฤติผิดไป และเกรงว่าศัตรูทั้งหลายจะพูดว่า “กำลังมือของพวกเราจะมีชัย และพระเยโฮวาห์หาได้ทรงกระทำกิจการทั้งปวงนี้ไม่”

32:27 Were it not that I feared the wrath of the enemy, lest their adversaries should behave themselves strangely, and lest they should say, Our hand is high, and the LORD hath not done all this.

32:28 เพราะว่าเขาทั้งหลายเป็นประชาชาติที่ขาดคำปรึกษา ทั้งในพวกเขาไม่มีความเข้าใจใด ๆ

32:28 For they are a nation void of counsel, neither is there any understanding in them.

32:29 โอ ถ้าเขาทั้งหลายเฉลียวฉลาดแล้ว ถ้าพวกเขาเข้าใจเรื่องนี้ ถ้าเขาทั้งหลายยอมพิจารณาปลายทางของพวกเขา

32:29 O that they were wise, that they understood this, that they would consider their latter end!

32:30 คนเดียวจะไล่ตามหนึ่งพันคนได้อย่างไร และสองคนจะทำให้หนึ่งหมื่นคนหนีไปได้อย่างไร นอกจากว่าศิลาของเขาทั้งหลายได้ขายพวกเขาเสียแล้ว และพระเยโฮวาห์ได้ทรงทอดทิ้งเขาเหล่านั้นเสีย

32:30 How should one chase a thousand, and two put ten thousand to flight, except their Rock had sold them, and the LORD had shut them up?

32:31 เพราะว่าศิลาของเขาทั้งหลายไม่เหมือนศิลาของพวกเรา แม้บรรดาศัตรูของเราทั้งหลายก็เป็นผู้ตัดสินเอง

32:31 For their rock is not as our Rock, even our enemies themselves being judges.

32:32 เพราะว่าเถาองุ่นของเขาทั้งหลายมาจากเถาแห่งเมืองโสโดม และมาจากไร่นาแห่งเมืองโกโมราห์ ผลองุ่นของพวกเขาเป็นผลองุ่นแห่งดีหมี และพวงองุ่นของเขาทั้งหลายก็มีรสขม

32:32 For their vine is of the vine of Sodom, and of the fields of Gomorrah: their grapes are grapes of gall, their clusters are bitter:

32:33 น้ำองุ่นของเขาทั้งหลายเป็นพิษของเหล่ามังกร และเป็นพิษอันโหดร้ายของบรรดางูเห่า

32:33 Their wine is the poison of dragons, and the cruel venom of asps.

32:34 สิ่งเหล่านี้ไม่ได้สะสมไว้กับเราหรือ และประทับตราไว้ท่ามกลางคลังของเราดอกหรือ

32:34 Is not this laid up in store with me, and sealed up among my treasures?

32:35 การแก้แค้นและการตอบสนองเป็นของเรา เท้าของเขาทั้งหลายจะลื่นไถลไปตามกำหนดเวลา เพราะว่าวันแห่งความหายนะของพวกเขาอยู่ใกล้แค่เอื้อมแล้ว และสิ่งต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับเขาทั้งหลายก็จะมาโดยพลัน

32:35 To me belongeth vengeance, and recompence; their foot shall slide in due time: for the day of their calamity is at hand, and the things that shall come upon them make haste.

32:36 เพราะพระเยโฮวาห์จะทรงพิพากษาประชากรของพระองค์ และทรงเปลี่ยนพระทัยเพื่อบรรดาผู้รับใช้ของพระองค์ เมื่อพระองค์ทอดพระเนตรว่ากำลังของเขาทั้งหลายสิ้นลงแล้ว และไม่มีใครยังอยู่หรือเหลืออยู่

32:36 For the LORD shall judge his people, and repent himself for his servants, when he seeth that their power is gone, and there is none shut up, or left.

32:37 และพระองค์จะตรัสว่า “พระต่าง ๆ ของเขาทั้งหลายอยู่ที่ไหน ศิลาของพวกเขาที่เขาทั้งหลายวางใจนั้นอยู่ที่ไหนเล่า

32:37 And he shall say, Where are their gods, their rock in whom they trusted,

32:38 ผู้ซึ่งได้รับประทานไขมันแห่งเครื่องสัตวบูชาของเขาทั้งหลาย และดื่มน้ำองุ่นแห่งเครื่องดื่มบูชาของพวกเขา จงให้บรรดาพระเหล่านั้นลุกขึ้นและช่วยเจ้าทั้งหลาย และเป็นผู้ป้องกันพวกเจ้า

32:38 Which did eat the fat of their sacrifices, and drank the wine of their drink offerings? let them rise up and help you, and be your protection.

32:39 ดูเถิด บัดนี้ ตัวเราเอง คือเรานี่แหละเป็นผู้นั้น และไม่มีพระอื่นใดอยู่พร้อมกับเรา เราฆ่าให้ตาย และเราก็ให้มีชีวิตอยู่ เราทำให้บาดเจ็บ และเราก็รักษาให้หาย ทั้งไม่มีผู้ใดที่สามารถช่วยให้พ้นมือของเราได้

32:39 See now that I, even I, am he, and there is no god with me: I kill, and I make alive; I wound, and I heal: neither is there any that can deliver out of my hand.

32:40 เพราะเราชูมือของเราขึ้นไปถึงฟ้าสวรรค์ และกล่าวว่า เราดำรงอยู่เป็นนิตย์

32:40 For I lift up my hand to heaven, and say, I live for ever.

32:41 ถ้าเราลับดาบอันวาววับของเรา และมือของเรายึดการพิพากษาไว้ เราจะแก้แค้นบรรดาศัตรูของเรา และจะตอบแทนคนเหล่านั้นที่เกลียดชังเรา

32:41 If I whet my glittering sword, and mine hand take hold on judgment; I will render vengeance to mine enemies, and will reward them that hate me.

32:42 เราจะให้บรรดาลูกธนูของเราเมาด้วยโลหิต และดาบของเราจะกินเนื้อหนัง พร้อมด้วยโลหิตของผู้ที่ถูกฆ่าและของพวกเชลย ตั้งแต่เริ่มทำการแก้แค้นต่อศัตรู”’

32:42 I will make mine arrows drunk with blood, and my sword shall devour flesh; and that with the blood of the slain and of the captives, from the beginning of revenges upon the enemy.

32:43 โอ บรรดาประชาชาติ พวกท่านจงชื่นชมยินดีกับประชากรของพระองค์ เพราะว่าพระองค์จะทรงแก้แค้นโลหิตแห่งพวกผู้รับใช้ของพระองค์ และจะทรงทำการแก้แค้นต่อบรรดาศัตรูของพระองค์ และจะทรงเมตตาปรานีต่อแผ่นดินของพระองค์ และต่อประชากรของพระองค์”

32:43 Rejoice, O ye nations, with his people: for he will avenge the blood of his servants, and will render vengeance to his adversaries, and will be merciful unto his land, and to his people.

32:44 โมเสสได้มาและเล่าบรรดาถ้อยคำของบทเพลงนี้ให้เข้าหูของประชากร ทั้งตัวท่านพร้อมกับโฮเชยาบุตรชายของนูน

32:44 And Moses came and spake all the words of this song in the ears of the people, he, and Hoshea the son of Nun.

โมเสสจะสิ้นชีวิตบนยอดภูเขาเนโบ
32:45 และโมเสสได้เล่าคำเหล่านี้ทั้งหมดแก่บรรดาคนอิสราเอลจบแล้ว

Moses to Die on Mount Nebo
32:45 And Moses made an end of speaking all these words to all Israel:

32:46 และท่านก็พูดกับเขาทั้งหลายว่า “พวกท่านจงเอาใจใส่ในถ้อยคำทั้งหลายซึ่งข้าพเจ้าได้กล่าวในท่ามกลางพวกท่านในวันนี้ ซึ่งท่านทั้งหลายจะต้องบัญชาแก่ลูกหลานของพวกท่านให้ระวังที่จะกระทำตาม คือถ้อยคำแห่งพระราชบัญญัตินี้ทั้งสิ้น

32:46 And he said unto them, Set your hearts unto all the words which I testify among you this day, which ye shall command your children to observe to do, all the words of this law.

32:47 เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นสำหรับท่านทั้งหลาย เพราะเป็นชีวิตของพวกท่าน และโดยเรื่องนี้ท่านทั้งหลายจะกระทำให้วันเวลาของพวกท่านยืนนานในแผ่นดิน ซึ่งท่านทั้งหลายกำลังจะข้ามแม่น้ำจอร์แดนไปยึดครองนั้น”

32:47 For it is not a vain thing for you; because it is your life: and through this thing ye shall prolong your days in the land, whither ye go over Jordan to possess it.

32:48 และพระเยโฮวาห์ตรัสกับโมเสสในวันนั้นว่า

32:48 And the LORD spake unto Moses that selfsame day, saying,

32:49 “เจ้าจงขึ้นไปบนภูเขาอาบาริมนี้ ถึงยอดภูเขาเนโบ ซึ่งอยู่ในแผ่นดินแห่งโมอับ ที่อยู่ตรงข้ามเมืองเยรีโค และจงดูแผ่นดินแห่งคานาอัน ซึ่งเราให้แก่ชนชาติอิสราเอลเป็นกรรมสิทธิ์

32:49 Get thee up into this mountain Abarim, unto mount Nebo, which is in the land of Moab, that is over against Jericho; and behold the land of Canaan, which I give unto the children of Israel for a possession:

32:50 และจงสิ้นชีวิตเสียบนภูเขาซึ่งเจ้าขึ้นไปนั้น และถูกรวบรวมไปอยู่กับบรรพบุรุษของเจ้า เหมือนอย่างอาโรนพี่ชายของเจ้าได้สิ้นชีวิตที่ภูเขาโฮร์ และถูกรวบรวมไปอยู่กับบรรพบุรุษของเขา

32:50 And die in the mount whither thou goest up, and be gathered unto thy people; as Aaron thy brother died in mount Hor, and was gathered unto his people:

32:51 เพราะว่าเจ้าทั้งสองได้ละเมิดต่อเราท่ามกลางชนชาติอิสราเอลที่น้ำแห่งเมรีบาห์คาเดชในถิ่นทุรกันดารแห่งศิน เพราะว่าเจ้าทั้งสองไม่ได้ถวายเกียรติแก่เราว่าบริสุทธิ์ในท่ามกลางชนชาติอิสราเอล

32:51 Because ye trespassed against me among the children of Israel at the waters of Meribahkadesh, in the wilderness of Zin; because ye sanctified me not in the midst of the children of Israel.

32:52 ถึงอย่างนั้นเจ้าก็จะได้เห็นแผ่นดินซึ่งอยู่ตรงหน้าเจ้า แต่เจ้าจะไม่ได้เข้าไปในแผ่นดินซึ่งเราให้แก่ชนชาติอิสราเอล”

32:52 Yet thou shalt see the land before thee; but thou shalt not go thither unto the land which I give the children of Israel.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope