กลับหน้าแรก / Main Menu

 

พระราชบัญญัติ 2 / Deuteronomy 2

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25] [26] [27] [28] [29] [30] [31] [32] [33] [34]

โมเสสทบทวนเรื่องการเดินทางและการต่อสู้ในถิ่นทุรกันดาร
2:1 “ดังนั้น เราทั้งหลายได้หันไปและเดินตามทางของพวกเราเข้าถิ่นทุรกันดารตามทางที่ไปสู่ทะเลแดง ตามที่พระเยโฮวาห์ตรัสกับข้าพเจ้า และเราทั้งหลายได้อยู่ล้อมรอบภูเขาเสอีร์หลายวัน

Wilderness Journeys and Conflicts, Continued
2:1 Then we turned, and took our journey into the wilderness by the way of the Red sea, as the LORD spake unto me: and we compassed mount Seir many days.

2:2 และพระเยโฮวาห์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า

2:2 And the LORD spake unto me, saying,

2:3 ‘เจ้าทั้งหลายได้อยู่ล้อมรอบภูเขานี้นานพอแล้ว พวกเจ้าจงหันไปทางทิศเหนือ

2:3 Ye have compassed this mountain long enough: turn you northward.

2:4 และเจ้าจงบัญชาคนทั้งปวงว่า เจ้าทั้งหลายจงเดินผ่านเขตแดนของพี่น้องของพวกเจ้า คือลูกหลานของเอซาวที่อาศัยอยู่ในเสอีร์ และเขาทั้งหลายจะกลัวพวกเจ้า ฉะนั้นเจ้าทั้งหลายจงระวังตัวให้ดี

2:4 And command thou the people, saying, Ye are to pass through the coast of your brethren the children of Esau, which dwell in Seir; and they shall be afraid of you: take ye good heed unto yourselves therefore:

2:5 อย่ายั่วยุกับพวกเขา เพราะเราจะไม่ให้แผ่นดินของพวกเขาแก่เจ้าเลย คือไม่ให้แม้แต่เท่าฝ่าเท้าเหยียบได้ เพราะว่าภูเขาเสอีร์นั้นเราได้ให้เอซาวครอบครองแล้ว

2:5 Meddle not with them; for I will not give you of their land, no, not so much as a foot breadth; because I have given mount Seir unto Esau for a possession.

2:6 เจ้าทั้งหลายจงเอาเงินซื้อเสบียงอาหารจากพวกเขาเพื่อพวกเจ้าจะได้กิน และเจ้าทั้งหลายจงเอาเงินซื้อน้ำจากพวกเขาด้วยเพื่อพวกเจ้าจะได้ดื่ม

2:6 Ye shall buy meat of them for money, that ye may eat; and ye shall also buy water of them for money, that ye may drink.

2:7 เพราะพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้าได้อวยพรเจ้าในบรรดาการงานที่มือของเจ้าได้กระทำ พระองค์ทรงทราบเรื่องการเดินทางของเจ้าในถิ่นทุรกันดารใหญ่นี้ พระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้าได้อยู่กับเจ้าสี่สิบปีนี้แล้ว เจ้าไม่ได้ขาดสิ่งใดเลย’

2:7 For the LORD thy God hath blessed thee in all the works of thy hand: he knoweth thy walking through this great wilderness: these forty years the LORD thy God hath been with thee; thou hast lacked nothing.

2:8 และเมื่อเราทั้งหลายได้เดินผ่านเลยไปจากพี่น้องของพวกเรา คือลูกหลานของเอซาวผู้อาศัยอยู่ที่เสอีร์แล้ว ก็ได้ผ่านทางที่ราบจากเอลัทและจากเอซีโอนเกเบอร์ และเราทั้งหลายได้เลี้ยวไปและผ่านทางถิ่นทุรกันดารแห่งโมอับ

2:8 And when we passed by from our brethren the children of Esau, which dwelt in Seir, through the way of the plain from Elath, and from Eziongaber, we turned and passed by the way of the wilderness of Moab.

2:9 และพระเยโฮวาห์ได้ตรัสกับข้าพเจ้าว่า ‘อย่าก่อกวนคนโมอับหรือสู้รบกับพวกเขาเลย เพราะเราจะไม่ให้เจ้าครอบครองแผ่นดินของพวกเขา เพราะเราได้ให้เขตแดนอาร์นั้นแก่ลูกหลานของโลทครอบครองแล้ว’

2:9 And the LORD said unto me, Distress not the Moabites, neither contend with them in battle: for I will not give thee of their land for a possession; because I have given Ar unto the children of Lot for a possession.

2:10 แต่ก่อนคนเอมิมเคยอาศัยอยู่ที่นั่นเป็นชนชาติใหญ่และมีจำนวนมากและสูงเหมือนอย่างคนอานาค

2:10 The Emims dwelt therein in times past, a people great, and many, and tall, as the Anakims;

2:11 ซึ่งได้นับว่าเป็นพวกมนุษย์ยักษ์ด้วย เหมือนอย่างคนอานาค แต่คนโมอับเรียกพวกเขาว่าคนเอมิม

2:11 Which also were accounted giants, as the Anakims; but the Moabites call them Emims.

2:12 เมื่อก่อนคนโฮรีเคยอาศัยอยู่ที่เสอีร์ด้วย แต่ลูกหลานของเอซาวได้เข้ายึดครองสถานที่ของพวกเขา เมื่อพวกเขาได้ทำลายคนโฮรีเสียให้พ้นหน้าของเขาทั้งหลาย และได้อาศัยอยู่แทนพวกเขา เหมือนคนอิสราเอลได้กระทำแก่แผ่นดินที่เขาครอบครอง ซึ่งพระเยโฮวาห์ทรงประทานให้พวกเขานั้น

2:12 The Horims also dwelt in Seir beforetime; but the children of Esau succeeded them, when they had destroyed them from before them, and dwelt in their stead; as Israel did unto the land of his possession, which the LORD gave unto them.

2:13 ข้าพเจ้าได้พูดว่า ‘บัดนี้จงลุกขึ้นและเจ้าทั้งหลายจงเดินข้ามลำธารเศเรด’ และเราทั้งหลายได้ข้ามลำธารเศเรด

2:13 Now rise up, said I, and get you over the brook Zered. And we went over the brook Zered.

2:14 และนับตั้งแต่เราทั้งหลายมาจากคาเดชบารเนีย จนถึงพวกเราได้ข้ามลำธารเศเรดนั้น ใช้เวลาสามสิบแปดปี จนกว่าบรรดาคนแห่งยุคสมัยนั้นที่ออกทัพได้ตายหมดสิ้นจากท่ามกลางค่าย ตามที่พระเยโฮวาห์ทรงปฏิญาณกับเขาทั้งหลายแล้ว

2:14 And the space in which we came from Kadeshbarnea, until we were come over the brook Zered, was thirty and eight years; until all the generation of the men of war were wasted out from among the host, as the LORD sware unto them.

2:15 เพราะแท้จริงแล้วพระหัตถ์ของพระเยโฮวาห์ได้ทรงต่อสู้เขาทั้งหลาย เพื่อทรงทำลายพวกเขาจากท่ามกลางค่าย จนกว่าเขาทั้งหลายสูญสิ้นไป

2:15 For indeed the hand of the LORD was against them, to destroy them from among the host, until they were consumed.

2:16 ดังนั้น ต่อมาเมื่อบรรดาคนที่ออกทัพได้นั้นสูญสิ้นไป และตายเสียจากท่ามกลางประชากรแล้ว

2:16 So it came to pass, when all the men of war were consumed and dead from among the people,

2:17 ดังนั้น พระเยโฮวาห์ได้ตรัสกับข้าพเจ้าว่า

2:17 That the LORD spake unto me, saying,

2:18 ‘วันนี้เจ้าจงเดินผ่านข้ามเขตแดนอาร์พรมแดนของคนโมอับ

2:18 Thou art to pass over through Ar, the coast of Moab, this day:

2:19 และเมื่อเจ้าเข้าใกล้ตรงหน้าลูกหลานของอัมโมน อย่าก่อกวนหรือยั่วยุกับพวกเขาเลย เพราะเราจะไม่ให้เจ้าครอบครองแผ่นดินแห่งลูกหลานของอัมโมนเลย ด้วยเราได้ให้แผ่นดินนั้นแก่ลูกหลานของโลทครอบครองแล้ว’

2:19 And when thou comest nigh over against the children of Ammon, distress them not, nor meddle with them: for I will not give thee of the land of the children of Ammon any possession; because I have given it unto the children of Lot for a possession.

2:20 (แผ่นดินนั้นก็นับว่าเป็นแผ่นดินของพวกมนุษย์ยักษ์ด้วย แต่ก่อนพวกมนุษย์ยักษ์เคยอาศัยอยู่ในนั้น แต่คนอัมโมนได้เรียกพวกเขาว่าคนศัมซุมมิม

2:20 (That also was accounted a land of giants: giants dwelt therein in old time; and the Ammonites call them Zamzummims;

2:21 คนเหล่านั้นตัวใหญ่และมีจำนวนมากและสูงเหมือนอย่างคนอานาค แต่พระเยโฮวาห์ได้ทรงทำลายพวกเขาเสียให้พ้นหน้าเขาทั้งหลาย และคนอัมโมนได้เข้ายึดครองสถานที่ของพวกเขาและได้อาศัยอยู่แทนพวกเขา

2:21 A people great, and many, and tall, as the Anakims; but the LORD destroyed them before them; and they succeeded them, and dwelt in their stead:

2:22 เหมือนพระองค์ได้ทรงกระทำเพื่อลูกหลานของเอซาวผู้อาศัยอยู่ที่เสอีร์แล้ว เมื่อพระองค์ทรงทำลายคนโฮรีเสียให้พ้นหน้าเขาทั้งหลาย และพวกเขาได้เข้ายึดครองสถานที่ของคนโฮรีและได้อาศัยอยู่แทนพวกเขาจนทุกวันนี้

2:22 As he did to the children of Esau, which dwelt in Seir, when he destroyed the Horims from before them; and they succeeded them, and dwelt in their stead even unto this day:

2:23 และคนอิฟวาห์ที่อาศัยอยู่ในเฮเซริมจนถึงอาซาห์นั้น คนคัฟโทร์ซึ่งมาจากเขตแดนคัฟโทร์ก็ได้ทำลายพวกเขาและได้อาศัยอยู่แทนพวกเขา)

2:23 And the Avims which dwelt in Hazerim, even unto Azzah, the Caphtorims, which came forth out of Caphtor, destroyed them, and dwelt in their stead.)

2:24 ‘พวกเจ้าจงลุกขึ้นเดินตามทางของพวกเจ้า และข้ามแม่น้ำอาร์โนน ดูเถิด เราได้มอบสิโหนคนอาโมไรต์ผู้เป็นกษัตริย์แห่งเมืองเฮชโบน และแผ่นดินของเขาไว้ในมือของเจ้า จงเริ่มต้นเข้ายึดครองเมืองนั้นและสู้รบกับเขา

2:24 Rise ye up, take your journey, and pass over the river Arnon: behold, I have given into thine hand Sihon the Amorite, king of Heshbon, and his land: begin to possess it, and contend with him in battle.

2:25 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเราจะให้ประชาชาติทั้งหลายที่อยู่ทั่วใต้ฟ้าสวรรค์ครั่นคร้ามต่อพวกเจ้าและหวาดกลัวพวกเจ้า ผู้ซึ่งจะได้ยินข่าวเรื่องเจ้าทั้งหลาย จะตัวสั่นและมีความเจ็บปวดรวดร้าวเพราะเหตุพวกเจ้า’

2:25 This day will I begin to put the dread of thee and the fear of thee upon the nations that are under the whole heaven, who shall hear report of thee, and shall tremble, and be in anguish because of thee.

2:26 และข้าพเจ้าได้ใช้ผู้สื่อสารจากถิ่นทุรกันดารแห่งเคเดโมทไปเฝ้าสิโหนกษัตริย์แห่งเมืองเฮชโบนนั้น ทูลถ้อยคำแห่งสันติว่า

2:26 And I sent messengers out of the wilderness of Kedemoth unto Sihon king of Heshbon with words of peace, saying,

2:27 ‘ขอให้ข้าพเจ้าผ่านไปทางแผ่นดินของท่าน ข้าพเจ้าจะเดินไปตามทางหลวง ข้าพเจ้าจะไม่หันไปทางขวาหรือทางซ้ายมือเลย

2:27 Let me pass through thy land: I will go along by the high way, I will neither turn unto the right hand nor to the left.

2:28 ขอท่านจงขายเสบียงอาหารแลกกับเงินของข้าพเจ้า เพื่อข้าพเจ้าจะได้กิน และขอขายน้ำแลกกับเงินของข้าพเจ้า เพื่อข้าพเจ้าจะได้ดื่ม ข้าพเจ้าจะเดินด้วยเท้าผ่านไปเท่านั้น

2:28 Thou shalt sell me meat for money, that I may eat; and give me water for money, that I may drink: only I will pass through on my feet;

2:29 (เหมือนลูกหลานของเอซาวที่อาศัยอยู่ในเสอีร์ และคนโมอับที่อาศัยอยู่ในเขตแดนอาร์ ได้ปฏิบัติแก่ข้าพเจ้านั้น) จนกว่าข้าพเจ้าจะข้ามแม่น้ำจอร์แดนเข้าไปในแผ่นดินที่พระเยโฮวาห์พระเจ้าของเราทั้งหลายได้ทรงประทานแก่พวกเรา’

2:29 (As the children of Esau which dwell in Seir, and the Moabites which dwell in Ar, did unto me;) until I shall pass over Jordan into the land which the LORD our God giveth us.

2:30 แต่สิโหนกษัตริย์แห่งเมืองเฮชโบนไม่ยอมให้เราทั้งหลายผ่านท่านไป เพราะพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านได้ทรงกระทำจิตใจของสิโหนให้แข็งกระด้าง และกระทำใจของสิโหนให้ดื้อดึง เพื่อพระองค์จะได้ทรงมอบสิโหนไว้ในมือของท่าน ตามที่ปรากฏอยู่ในวันนี้

2:30 But Sihon king of Heshbon would not let us pass by him: for the LORD thy God hardened his spirit, and made his heart obstinate, that he might deliver him into thy hand, as appeareth this day.

2:31 และพระเยโฮวาห์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า ‘ดูเถิด เราได้เริ่มต้นมอบสิโหนและแผ่นดินของเขาไว้ต่อหน้าเจ้า จงเริ่มต้นเข้ายึดครองเพื่อเจ้าจะได้รับแผ่นดินของเขาเป็นมรดก’

2:31 And the LORD said unto me, Behold, I have begun to give Sihon and his land before thee: begin to possess, that thou mayest inherit his land.

2:32 ดังนั้น สิโหนได้ยกออกมาสู้รบกับเราทั้งหลาย ทั้งท่านและพลโยธาทั้งหมดของท่าน เพื่อสู้รบที่ยาฮาส

2:32 Then Sihon came out against us, he and all his people, to fight at Jahaz.

2:33 และพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเราทั้งหลายได้ทรงมอบท่านไว้ต่อหน้าพวกเรา และเราทั้งหลายได้ตีทำลายท่านกับโอรสทั้งหลายและบรรดาพลโยธาของท่านเสีย

2:33 And the LORD our God delivered him before us; and we smote him, and his sons, and all his people.

2:34 และในเวลานั้นเราทั้งหลายได้ยึดบรรดาเมืองของท่าน และได้ทำลายผู้ชายผู้หญิงและเด็กเล็ก ๆ ทั้งหลายในทุกเมืองเสียสิ้น พวกเราไม่ให้มีเหลือเลย

2:34 And we took all his cities at that time, and utterly destroyed the men, and the women, and the little ones, of every city, we left none to remain:

2:35 มีเพียงฝูงสัตว์เท่านั้นที่เราทั้งหลายได้เอามาเป็นของยึดสำหรับพวกเรา ทั้งของที่ริบได้ในเมืองเหล่านั้นที่เราทั้งหลายยึดมา

2:35 Only the cattle we took for a prey unto ourselves, and the spoil of the cities which we took.

2:36 ตั้งแต่อาโรเออร์ที่อยู่ริมแม่น้ำอาร์โนนและตั้งแต่เมืองที่อยู่ริมแม่น้ำนั้นจนถึงเมืองกิเลอาด ไม่มีเมืองหนึ่งเมืองใดที่ต่อต้านเราทั้งหลายได้ พระเยโฮวาห์พระเจ้าของพวกเราได้ทรงมอบทุกสิ่งสารพัดไว้แก่เราทั้งหลาย

2:36 From Aroer, which is by the brink of the river of Arnon, and from the city that is by the river, even unto Gilead, there was not one city too strong for us: the LORD our God delivered all unto us:

2:37 เพียงแต่ท่านทั้งหลายไม่ได้เข้าใกล้แผ่นดินแห่งลูกหลานของอัมโมน หรือสถานที่ใด ๆ แห่งแม่น้ำยับบอก หรือเมืองทั้งหลายที่อยู่บนภูเขา หรือที่ใด ๆ ซึ่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเราทั้งหลายตรัสห้ามพวกเรานั้น”

2:37 Only unto the land of the children of Ammon thou camest not, nor unto any place of the river Jabbok, nor unto the cities in the mountains, nor unto whatsoever the LORD our God forbad us.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope