กลับหน้าแรก / Main Menu

 

พระราชบัญญัติ 4 / Deuteronomy 4

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25] [26] [27] [28] [29] [30] [31] [32] [33] [34]

ข่าวสารต่าง ๆ และคำตักเตือนหลังจากอิสราเอลออกจากซีนาย
4:1 “ฉะนั้นบัดนี้ โอ คนอิสราเอลทั้งหลาย จงตั้งใจฟังบรรดากฎเกณฑ์และคำตัดสินซึ่งข้าพเจ้าสอนพวกท่าน จงกระทำตามเพื่อท่านทั้งหลายจะมีชีวิตอยู่ และเข้าไปยึดครองแผ่นดินซึ่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของท่านทั้งหลายประทานแก่พวกท่าน

Messages and Warning Following Sinai
4:1 Now therefore hearken, O Israel, unto the statutes and unto the judgments, which I teach you, for to do them, that ye may live, and go in and possess the land which the LORD God of your fathers giveth you.

4:2 ท่านทั้งหลายจงอย่าเพิ่มเติมคำที่ข้าพเจ้าได้บัญชาพวกท่านไว้และจงอย่าให้ถ้อยคำเหล่านั้นถดถอยลง เพื่อท่านทั้งหลายจะรักษาพระบัญญัติของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของพวกท่าน ซึ่งข้าพเจ้าได้บัญชาท่านทั้งหลาย

4:2 Ye shall not add unto the word which I command you, neither shall ye diminish ought from it, that ye may keep the commandments of the LORD your God which I command you.

4:3 นัยน์ตาของท่านทั้งหลายได้เห็นกิจการซึ่งพระเยโฮวาห์ทรงกระทำเพราะเหตุพระบาอัลเปโอร์แล้ว ด้วยว่าบรรดาคนที่ติดตามพระบาอัลเปโอร์นั้น พระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านได้ทรงทำลายคนเหล่านั้นจากท่ามกลางพวกท่าน

4:3 Your eyes have seen what the LORD did because of Baalpeor: for all the men that followed Baalpeor, the LORD thy God hath destroyed them from among you.

4:4 แต่ท่านทั้งหลายผู้ได้ยึดมั่นอยู่ในพระเยโฮวาห์พระเจ้าของพวกท่าน ทุกคนได้มีชีวิตอยู่จนถึงวันนี้

4:4 But ye that did cleave unto the LORD your God are alive every one of you this day.

4:5 ดูเถิด ข้าพเจ้าได้สอนบรรดากฎเกณฑ์และคำตัดสินแก่ท่านทั้งหลาย ตามที่พระเยโฮวาห์พระเจ้าของข้าพเจ้าได้ทรงบัญชาข้าพเจ้าไว้ เพื่อท่านทั้งหลายจะกระทำตามในแผ่นดินซึ่งพวกท่านกำลังเข้าไปยึดครองนั้น

4:5 Behold, I have taught you statutes and judgments, even as the LORD my God commanded me, that ye should do so in the land whither ye go to possess it.

4:6 เพราะฉะนั้น จงรักษากฎเกณฑ์เหล่านั้นและกระทำตาม เพราะนี่เป็นสติปัญญาของท่านทั้งหลายและความเข้าใจของพวกท่านท่ามกลางสายตาของชนชาติทั้งหลาย ซึ่งจะได้ยินถึงกฎเกณฑ์เหล่านี้และจะพูดว่า ‘แน่ทีเดียวประชาชาติใหญ่นี้เป็นประชากรที่มีสติปัญญาและความเข้าใจ’

4:6 Keep therefore and do them; for this is your wisdom and your understanding in the sight of the nations, which shall hear all these statutes, and say, Surely this great nation is a wise and understanding people.

4:7 เพราะมีประชาชาติใหญ่ชาติใดเล่าผู้ซึ่งมีพระเจ้าอยู่ใกล้พวกเขา เหมือนอย่างที่พระเยโฮวาห์พระเจ้าของเราทั้งหลายทรงอยู่ใกล้พวกเราในสิ่งสารพัดที่เราทั้งหลายร้องทูลต่อพระองค์

4:7 For what nation is there so great, who hath God so nigh unto them, as the LORD our God is in all things that we call upon him for?

4:8 และมีประชาชาติใหญ่ชาติใดเล่า ซึ่งมีบรรดากฎเกณฑ์และคำตัดสินอันชอบธรรมเหมือนอย่างพระราชบัญญัติทั้งหมดนี้ ซึ่งข้าพเจ้าได้ตั้งไว้ต่อหน้าท่านทั้งหลายในวันนี้

4:8 And what nation is there so great, that hath statutes and judgments so righteous as all this law, which I set before you this day?

4:9 เพียงแต่จงเอาใจใส่และรักษาจิตวิญญาณของตัวไว้อย่างขยันขันแข็ง เกรงว่าท่านจะลืมสิ่งทั้งปวงซึ่งนัยน์ตาของท่านได้เห็นนั้น และเกรงว่าสิ่งเหล่านั้นจะพรากไปเสียจากใจของท่านตลอดวันเวลาแห่งชีวิตของท่าน แต่จงสอนเรื่องเหล่านี้ให้แก่ลูกหลานทั้งหลายของท่าน

4:9 Only take heed to thyself, and keep thy soul diligently, lest thou forget the things which thine eyes have seen, and lest they depart from thy heart all the days of thy life: but teach them thy sons, and thy sons' sons;

4:10 โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันที่ท่านได้ยืนอยู่ต่อพระพักตร์ของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านที่โฮเรบ เมื่อพระเยโฮวาห์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า ‘จงรวบรวมประชากรให้เข้ามาต่อหน้าเรา และเราจะให้เขาทั้งหลายได้ยินบรรดาคำของเรา เพื่อเขาทั้งหลายจะได้เรียนรู้ที่จะเกรงกลัวเราตลอดวันเวลาที่พวกเขามีชีวิตอยู่ในแผ่นดินโลก และเพื่อว่าเขาทั้งหลายจะได้สอนลูก ๆ ของพวกเขา’

4:10 Specially the day that thou stoodest before the LORD thy God in Horeb, when the LORD said unto me, Gather me the people together, and I will make them hear my words, that they may learn to fear me all the days that they shall live upon the earth, and that they may teach their children.

4:11 และท่านทั้งหลายได้เข้ามาใกล้และยืนอยู่ที่เชิงภูเขา และภูเขานั้นมีเพลิงลุกขึ้นถึงท้องฟ้า พร้อมกับความมืด เมฆ และความมืดทึบอยู่

4:11 And ye came near and stood under the mountain; and the mountain burned with fire unto the midst of heaven, with darkness, clouds, and thick darkness.

4:12 และพระเยโฮวาห์ได้ตรัสกับท่านทั้งหลายออกมาจากท่ามกลางเพลิง พวกท่านได้ยินพระสุรเสียงแห่งพระวจนะเหล่านั้น แต่ไม่ได้เห็นรูปสัณฐาน ท่านทั้งหลายได้ยินพระสุรเสียงเท่านั้น

4:12 And the LORD spake unto you out of the midst of the fire: ye heard the voice of the words, but saw no similitude; only ye heard a voice.

4:13 และพระองค์ทรงประกาศพันธสัญญาของพระองค์แก่ท่านทั้งหลาย ซึ่งพระองค์ทรงบัญชาให้พวกท่านกระทำตามคือ พระบัญญัติสิบประการ และพระองค์ทรงจารึกพระบัญญัติเหล่านั้นไว้บนแผ่นศิลาสองแผ่น

4:13 And he declared unto you his covenant, which he commanded you to perform, even ten commandments; and he wrote them upon two tables of stone.

4:14 และในเวลานั้นพระเยโฮวาห์ทรงบัญชาข้าพเจ้าให้สอนบรรดากฎเกณฑ์และคำตัดสินแก่ท่านทั้งหลาย เพื่อพวกท่านจะได้กระทำตามในแผ่นดินซึ่งท่านทั้งหลายกำลังจะข้ามไปยึดครองนั้น

4:14 And the LORD commanded me at that time to teach you statutes and judgments, that ye might do them in the land whither ye go over to possess it.

4:15 เหตุฉะนั้น พวกท่านจงเอาใจใส่ตัวของท่านทั้งหลายให้ดี เพราะพวกท่านไม่เห็นสัณฐานอันใด ในวันที่พระเยโฮวาห์ตรัสกับท่านทั้งหลายที่โฮเรบจากท่ามกลางเพลิง

4:15 Take ye therefore good heed unto yourselves; for ye saw no manner of similitude on the day that the LORD spake unto you in Horeb out of the midst of the fire:

4:16 เกรงว่าท่านทั้งหลายจะทำให้ตัวเองเสื่อมทรามไป และทำรูปเคารพแกะสลักสำหรับพวกท่าน เป็นรูปสัณฐานสิ่งหนึ่งสิ่งใด เป็นรูปเหมือนตัวผู้หรือตัวเมีย

4:16 Lest ye corrupt yourselves, and make you a graven image, the similitude of any figure, the likeness of male or female,

4:17 เป็นรูปเหมือนสัตว์เดียรัจฉานใด ๆ ในแผ่นดินโลก เป็นรูปเหมือนนกใด ๆ ที่มีปีกบินไปมาในอากาศ

4:17 The likeness of any beast that is on the earth, the likeness of any winged fowl that flieth in the air,

4:18 เป็นรูปเหมือนสิ่งใด ๆ ที่คลานอยู่บนพื้นดิน เป็นรูปเหมือนปลาใด ๆ ที่อยู่ในน้ำใต้แผ่นดินโลก

4:18 The likeness of any thing that creepeth on the ground, the likeness of any fish that is in the waters beneath the earth:

4:19 และเกรงว่าท่านเงยหน้าขึ้นดูฟ้าสวรรค์ และเมื่อท่านเห็นดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดวงดาวต่าง ๆ คือบริวารทั้งสิ้นแห่งฟ้าสวรรค์ ก็จะถูกเหนี่ยวรั้งให้นมัสการและปรนนิบัติสิ่งเหล่านั้น ซึ่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านทรงแบ่งปันแก่ชนชาติทั้งหลายทั่วใต้ฟ้าสวรรค์ทั้งสิ้น

4:19 And lest thou lift up thine eyes unto heaven, and when thou seest the sun, and the moon, and the stars, even all the host of heaven, shouldest be driven to worship them, and serve them, which the LORD thy God hath divided unto all nations under the whole heaven.

4:20 แต่พระเยโฮวาห์ทรงเลือกท่านทั้งหลายและนำพวกท่านออกมาจากเตาหลอมเหล็ก คือจากอียิปต์ เพื่อให้เป็นประชากรแห่งกรรมสิทธิ์ของพระองค์ อย่างที่ท่านทั้งหลายเป็นอยู่ทุกวันนี้

4:20 But the LORD hath taken you, and brought you forth out of the iron furnace, even out of Egypt, to be unto him a people of inheritance, as ye are this day.

4:21 ยิ่งกว่านั้น เพราะเหตุท่านทั้งหลายพระเยโฮวาห์ก็ทรงพระพิโรธต่อข้าพเจ้า และทรงปฏิญาณว่าข้าพเจ้าจะไม่ได้ข้ามแม่น้ำจอร์แดน และข้าพเจ้าจะไม่ได้เข้าไปในแผ่นดินที่ดีนั้น ซึ่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านทั้งหลายทรงประทานแก่พวกท่านให้เป็นมรดก

4:21 Furthermore the LORD was angry with me for your sakes, and sware that I should not go over Jordan, and that I should not go in unto that good land, which the LORD thy God giveth thee for an inheritance:

4:22 แต่ข้าพเจ้าจะต้องตายเสียในแผ่นดินนี้ ข้าพเจ้าจะข้ามแม่น้ำจอร์แดนไม่ได้ แต่ท่านทั้งหลายจะได้ข้ามไป และยึดครองแผ่นดินที่ดีนั้น

4:22 But I must die in this land, I must not go over Jordan: but ye shall go over, and possess that good land.

4:23 จงเอาใจใส่ตัวของท่านทั้งหลายให้ดี เกรงว่าท่านทั้งหลายจะลืมพันธสัญญาของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของพวกท่าน ซึ่งพระองค์ทรงกระทำไว้แก่ท่านทั้งหลาย และสร้างรูปเคารพแกะสลักหรือรูปเหมือนสิ่งหนึ่งสิ่งใด ซึ่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านทรงห้ามท่านไว้แล้วนั้น

4:23 Take heed unto yourselves, lest ye forget the covenant of the LORD your God, which he made with you, and make you a graven image, or the likeness of any thing, which the LORD thy God hath forbidden thee.

4:24 เพราะว่าพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านเป็นเพลิงที่เผาผลาญ คือเป็นพระเจ้าผู้ทรงหวงแหน

4:24 For the LORD thy God is a consuming fire, even a jealous God.

4:25 เมื่อท่านทั้งหลายจะได้อยู่ในแผ่นดินนั้นช้านาน แล้วท่านจะบังเกิดลูกหลาน และจะกระทำตัวให้เสื่อมทราม และทำรูปเคารพแกะสลักหรือรูปเหมือนสิ่งหนึ่งสิ่งใด และจะกระทำความชั่วร้ายในสายพระเนตรของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน เพื่อยั่วยุให้พระองค์ทรงกริ้วโกรธ

4:25 When thou shalt beget children, and children's children, and ye shall have remained long in the land, and shall corrupt yourselves, and make a graven image, or the likeness of any thing, and shall do evil in the sight of the LORD thy God, to provoke him to anger:

4:26 ข้าพเจ้าขอเชิญฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกให้เป็นพยานกล่าวโทษท่านทั้งหลายในวันนี้ว่า พวกท่านจะพินาศอย่างสิ้นเชิงจากแผ่นดิน ซึ่งท่านทั้งหลายกำลังจะข้ามแม่น้ำจอร์แดนไปยึดครองนั้น พวกท่านจะไม่ได้อยู่ในแผ่นดินนั้นช้านาน แต่จะถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง

4:26 I call heaven and earth to witness against you this day, that ye shall soon utterly perish from off the land whereunto ye go over Jordan to possess it; ye shall not prolong your days upon it, but shall utterly be destroyed.

4:27 และพระเยโฮวาห์จะทรงกระทำให้ท่านทั้งหลายกระจัดกระจายไปอยู่ท่ามกลางชนชาติทั้งหลาย และพวกท่านจะเหลืออยู่จำนวนน้อยในท่ามกลางประชาชาติ ซึ่งพระเยโฮวาห์จะทรงนำท่านทั้งหลายให้เข้าไปอยู่นั้น

4:27 And the LORD shall scatter you among the nations, and ye shall be left few in number among the heathen, whither the LORD shall lead you.

4:28 และที่นั่นท่านทั้งหลายจะปรนนิบัติพระ เป็นผลงานที่มือมนุษย์ทำไว้ ทำด้วยไม้และหิน ซึ่งดูก็ไม่ได้ ฟังก็ไม่ได้ รับประทานก็ไม่ได้ หรือดมกลิ่นก็ไม่ได้

4:28 And there ye shall serve gods, the work of men's hands, wood and stone, which neither see, nor hear, nor eat, nor smell.

4:29 แต่จากที่นั่น ถ้าท่านจะแสวงหาพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน ถ้าท่านค้นหาพระองค์ด้วยสุดจิตและสุดใจของท่าน ท่านก็จะพบพระองค์

4:29 But if from thence thou shalt seek the LORD thy God, thou shalt find him, if thou seek him with all thy heart and with all thy soul.

4:30 เมื่อสิ่งสารพัดเหล่านี้มาถึงท่านแล้ว และท่านมีความทุกข์ลำบาก ในวาระข้างหน้า ถ้าท่านจะหันมาหาพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน และจะเชื่อฟังพระสุรเสียงของพระองค์

4:30 When thou art in tribulation, and all these things are come upon thee, even in the latter days, if thou turn to the LORD thy God, and shalt be obedient unto his voice;

4:31 (เพราะว่าพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านเป็นพระเจ้าผู้ทรงพระกรุณา) พระองค์จะไม่ทรงละทิ้งท่านหรือทำลายท่าน หรือลืมพันธสัญญาแห่งบรรพบุรุษของท่านซึ่งพระองค์ทรงปฏิญาณไว้กับพวกเขา

4:31 (For the LORD thy God is a merciful God;) he will not forsake thee, neither destroy thee, nor forget the covenant of thy fathers which he sware unto them.

4:32 เพราะบัดนี้จงถามดูเถิดว่า ในวันทั้งหลายที่ล่วงมาแล้วนั้นซึ่งเป็นอยู่ก่อนท่าน ตั้งแต่วันที่พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ไว้บนแผ่นดินโลก และถามดูจากฟ้าสวรรค์ข้างนี้ถึงฟ้าสวรรค์ข้างโน้นว่า เคยมีเรื่องใหญ่โตอย่างนี้เกิดขึ้นหรือเคยได้ยินถึงเรื่องอย่างนี้บ้างหรือ

4:32 For ask now of the days that are past, which were before thee, since the day that God created man upon the earth, and ask from the one side of heaven unto the other, whether there hath been any such thing as this great thing is, or hath been heard like it?

4:33 มีประชาชนใดเคยได้ยินพระสุรเสียงของพระเจ้าตรัสออกมาจากท่ามกลางเพลิง เหมือนที่ท่านได้ยินและยังมีชีวิตอยู่ได้หรือ

4:33 Did ever people hear the voice of God speaking out of the midst of the fire, as thou hast heard, and live?

4:34 มีพระเจ้าองค์ใดหรือเคยพยายามที่จะไปนำประชาชาติหนึ่งจากท่ามกลางอีกประชาติหนึ่งให้เป็นของพระองค์ ด้วยการลองใจ ด้วยการทำหมายสำคัญ ด้วยการมหัศจรรย์ ด้วยการสงคราม ด้วยพระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ และด้วยพระกรที่ทรงเหยียดออก และด้วยเหตุการณ์ที่น่ากลัวอย่างยิ่ง ตามสิ่งสารพัดซึ่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านทั้งหลายทรงกระทำเพื่อพวกท่านในอียิปต์ต่อหน้าต่อตาของท่านทั้งหลาย

4:34 Or hath God assayed to go and take him a nation from the midst of another nation, by temptations, by signs, and by wonders, and by war, and by a mighty hand, and by a stretched out arm, and by great terrors, according to all that the LORD your God did for you in Egypt before your eyes?

4:35 ที่ได้ทรงสำแดงแก่ท่านนั้นก็เพื่อท่านจะได้ทราบว่า พระเยโฮวาห์นั้น พระองค์ทรงเป็นพระเจ้า นอกจากพระองค์แล้ว ไม่มีพระอื่นใดอีกเลย

4:35 Unto thee it was shewed, that thou mightest know that the LORD he is God; there is none else beside him.

4:36 พระองค์ทรงโปรดให้ท่านได้ยินพระสุรเสียงของพระองค์จากฟ้าสวรรค์ เพื่อว่าพระองค์จะทรงสั่งสอนท่าน และพระองค์ทรงโปรดให้ท่านเห็นเพลิงใหญ่ของพระองค์ในแผ่นดินโลก และท่านได้ยินพระวจนะของพระองค์จากท่ามกลางเพลิง

4:36 Out of heaven he made thee to hear his voice, that he might instruct thee: and upon earth he shewed thee his great fire; and thou heardest his words out of the midst of the fire.

4:37 และเพราะพระองค์ทรงรักบรรพบุรุษของท่าน เพราะฉะนั้นพระองค์ทรงเลือกเชื้อสายของเขาทั้งหลายที่มาภายหลังพวกเขา และทรงนำท่านออกจากอียิปต์ท่ามกลางสายพระเนตรของพระองค์ ด้วยเดชานุภาพยิ่งใหญ่ของพระองค์

4:37 And because he loved thy fathers, therefore he chose their seed after them, and brought thee out in his sight with his mighty power out of Egypt;

4:38 เพื่อทรงขับไล่ประชาชาติที่ใหญ่กว่าและมีกำลังมากกว่าท่านให้พ้นหน้าท่านเสีย แล้วนำท่านเข้ามา เพื่อทรงประทานแผ่นดินของพวกเขาให้แก่ท่านเป็นมรดกดังทุกวันนี้

4:38 To drive out nations from before thee greater and mightier than thou art, to bring thee in, to give thee their land for an inheritance, as it is this day.

4:39 เหตุฉะนั้น จงทราบเสียในวันนี้ และไตร่ตรองอยู่ในใจของท่านว่า พระเยโฮวาห์นั้น พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าในสวรรค์เบื้องบนและบนแผ่นดินโลกเบื้องล่าง ไม่มีพระอื่นใดอีกเลย

4:39 Know therefore this day, and consider it in thine heart, that the LORD he is God in heaven above, and upon the earth beneath: there is none else.

4:40 เพราะฉะนั้น ท่านจงรักษาบรรดากฎเกณฑ์และพระบัญญัติของพระองค์ ซึ่งข้าพเจ้าได้บัญชาแก่ท่านในวันนี้ เพื่อท่านและลูก ๆ ของท่านที่มาภายหลังท่านจะไปดีมาดี และเพื่อวันเวลาของท่านจะยืนยาวในแผ่นดินโลก ซึ่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านทรงประทานแก่ท่านเป็นนิตย์นั้น”

4:40 Thou shalt keep therefore his statutes, and his commandments, which I command thee this day, that it may go well with thee, and with thy children after thee, and that thou mayest prolong thy days upon the earth, which the LORD thy God giveth thee, for ever.

การแต่งตั้งเมืองต่าง ๆ สำหรับลี้ภัย
4:41 ดังนั้น โมเสสได้แยกเมืองทางดวงอาทิตย์ขึ้นฝั่งแม่น้ำจอร์แดนข้างนี้สามเมือง

Cities of Refuge Named
4:41 Then Moses severed three cities on this side Jordan toward the sunrising;

4:42 เพื่อผู้ฆ่าคนจะได้หลบหนีไปอยู่ที่นั่น คือผู้ที่ฆ่าเพื่อนบ้านของตนโดยไม่ได้เจตนา และไม่ได้เกลียดชังเขามาก่อน และเมื่อหนีไปอยู่ที่เมืองเหล่านี้เมืองหนึ่งเมืองใดเขาก็จะรอดชีวิต

4:42 That the slayer might flee thither, which should kill his neighbour unawares, and hated him not in times past; and that fleeing unto one of these cities he might live:

4:43 ชื่อของเมืองเหล่านี้คือ เมืองเบเซอร์ ในถิ่นทุรกันดาร ในที่ราบของคนรูเบน และเมืองราโมท ในกิเลอาดของคนกาด และเมืองโกลาน ในบาชานของคนมนัสเสห์

4:43 Namely, Bezer in the wilderness, in the plain country, of the Reubenites; and Ramoth in Gilead, of the Gadites; and Golan in Bashan, of the Manassites.

4:44 และนี่เป็นพระราชบัญญัติที่โมเสสได้ตั้งไว้ต่อหน้าชนชาติอิสราเอล

4:44 And this is the law which Moses set before the children of Israel:

4:45 ข้อความเหล่านี้เป็นบรรดาพระโอวาท กฎเกณฑ์และคำตัดสินซึ่งโมเสสได้กล่าวแก่ชนชาติอิสราเอลหลังจากที่พวกเขาออกจากอียิปต์แล้ว

4:45 These are the testimonies, and the statutes, and the judgments, which Moses spake unto the children of Israel, after they came forth out of Egypt,

4:46 ด้านฝั่งแม่น้ำจอร์แดนข้างนี้ ในหุบเขาตรงข้ามเบธเปโอร์ ในแผ่นดินของสิโหนกษัตริย์แห่งคนอาโมไรต์ ผู้อาศัยอยู่ที่เฮชโบนซึ่งโมเสสและชนชาติอิสราเอลได้ทำลายหลังจากที่พวกเขาออกมาจากอียิปต์แล้ว

4:46 On this side Jordan, in the valley over against Bethpeor, in the land of Sihon king of the Amorites, who dwelt at Heshbon, whom Moses and the children of Israel smote, after they were come forth out of Egypt:

4:47 และพวกเขาได้เข้ายึดครองแผ่นดินของท่านและแผ่นดินของโอกกษัตริย์แห่งเมืองบาชาน เป็นกษัตริย์สององค์ของคนอาโมไรต์ ผู้อยู่ทางดวงอาทิตย์ขึ้นฝั่งแม่น้ำจอร์แดนข้างนี้

4:47 And they possessed his land, and the land of Og king of Bashan, two kings of the Amorites, which were on this side Jordan toward the sunrising;

4:48 ตั้งแต่อาโรเออร์ที่อยู่ริมแม่น้ำอาร์โนน ไปจนถึงภูเขาศิโยน ซึ่งคือเฮอร์โมน

4:48 From Aroer, which is by the bank of the river Arnon, even unto mount Sion, which is Hermon,

4:49 และที่ราบทั้งหมด ซึ่งอยู่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดนข้างนี้ จนถึงทะเลแห่งที่ราบ ที่น้ำพุแห่งปิสกาห์

4:49 And all the plain on this side Jordan eastward, even unto the sea of the plain, under the springs of Pisgah.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope