กลับหน้าแรก / Main Menu

 

พระราชบัญญัติ 9 / Deuteronomy 9

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25] [26] [27] [28] [29] [30] [31] [32] [33] [34]

รูปวัวทองคำและแผ่นศิลาที่แตก
9:1 “โอ คนอิสราเอล จงฟังเถิด ท่านกำลังจะข้ามแม่น้ำจอร์แดนไปในวันนี้ เพื่อจะเข้าไปยึดครองประชาชาติที่ใหญ่กว่าและมีกำลังมากกว่าท่าน ทั้งบรรดาเมืองที่ใหญ่โตและมีกำแพงสูงเทียมฟ้าสวรรค์

The Golden Calf and Broken Law
9:1 Hear, O Israel: Thou art to pass over Jordan this day, to go in to possess nations greater and mightier than thyself, cities great and fenced up to heaven,

9:2 ประชาชนที่ตัวสูงใหญ่ เป็นลูกหลานของคนอานาค ผู้ที่ท่านรู้จักแล้ว และผู้ที่ท่านได้ยินคนพูดกันว่า ‘ใครจะยืนหยัดต่อหน้าลูกหลานของอานาคได้’

9:2 A people great and tall, the children of the Anakims, whom thou knowest, and of whom thou hast heard say, Who can stand before the children of Anak!

9:3 เหตุฉะนั้น วันนี้จงเข้าใจว่า ผู้ที่ข้ามไปข้างหน้าท่านนั้นคือพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน พระองค์จะทรงทำลายเขาทั้งหลายเหมือนอย่างเพลิงที่เผาผลาญ และพระองค์จะทรงกระทำให้พวกเขาพ่ายแพ้ต่อหน้าท่าน ดังนั้นท่านจะได้ขับไล่เขาทั้งหลายออกไป และทำลายพวกเขาโดยทันที ตามที่พระเยโฮวาห์ตรัสไว้กับท่านแล้วนั้น

9:3 Understand therefore this day, that the LORD thy God is he which goeth over before thee; as a consuming fire he shall destroy them, and he shall bring them down before thy face: so shalt thou drive them out, and destroy them quickly, as the LORD hath said unto thee.

9:4 หลังจากที่พระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านได้ขับไล่เขาทั้งหลายออกไปต่อหน้าท่านแล้ว ท่านอย่าคิดในใจของตนว่า ‘เพราะเหตุความชอบธรรมของข้า พระเยโฮวาห์จึงทรงนำข้ามาให้ยึดครองแผ่นดินนี้’ แต่เพราะเหตุความชั่วร้ายของประชาชาติเหล่านี้ พระเยโฮวาห์จึงทรงขับไล่เขาทั้งหลายให้ออกไปต่อหน้าท่าน

9:4 Speak not thou in thine heart, after that the LORD thy God hath cast them out from before thee, saying, For my righteousness the LORD hath brought me in to possess this land: but for the wickedness of these nations the LORD doth drive them out from before thee.

9:5 ที่ท่านกำลังเข้าไปยึดครองแผ่นดินของเขาทั้งหลายนั้น ไม่ใช่เพราะเหตุความชอบธรรมของท่าน หรือเพราะเหตุความซื่อตรงแห่งจิตใจของท่าน แต่เป็นเพราะเหตุความชั่วร้ายของประชาชาติเหล่านี้ พระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านจึงทรงขับไล่พวกเขาออกไปต่อหน้าท่าน และเพื่อว่าพระองค์จะทรงทำให้พระวจนะสำเร็จซึ่งพระเยโฮวาห์ทรงปฏิญาณไว้ต่อบรรพบุรุษของท่าน คือต่ออับราฮัม ต่ออิสอัค และต่อยาโคบ

9:5 Not for thy righteousness, or for the uprightness of thine heart, dost thou go to possess their land: but for the wickedness of these nations the LORD thy God doth drive them out from before thee, and that he may perform the word which the LORD sware unto thy fathers, Abraham, Isaac, and Jacob.

9:6 เพราะฉะนั้น จงเข้าใจว่า ที่พระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านทรงประทานแผ่นดินที่ดีนี้ให้ท่านยึดครองนั้น ไม่ใช่เพราะเหตุความชอบธรรมของท่าน เพราะว่าท่านเป็นชนชาติดื้อรั้นคอแข็ง

9:6 Understand therefore, that the LORD thy God giveth thee not this good land to possess it for thy righteousness; for thou art a stiffnecked people.

9:7 จงจำไว้และอย่าลืมเสียว่า ท่านได้ยั่วยุให้พระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านทรงพระพิโรธในถิ่นทุรกันดาร ตั้งแต่วันที่ท่านออกจากแผ่นดินแห่งอียิปต์ จนกระทั่งท่านทั้งหลายมาถึงที่นี่ พวกท่านมักกบฏต่อพระเยโฮวาห์อยู่เรื่อยไป

9:7 Remember, and forget not, how thou provokedst the LORD thy God to wrath in the wilderness: from the day that thou didst depart out of the land of Egypt, until ye came unto this place, ye have been rebellious against the LORD.

9:8 ที่โฮเรบก็เช่นกัน ท่านทั้งหลายได้ยั่วยุให้พระเยโฮวาห์ทรงพระพิโรธ ดังนั้นพระเยโฮวาห์ทรงพระพิโรธต่อพวกท่านมากถึงกับจะทำลายท่านทั้งหลายเสีย

9:8 Also in Horeb ye provoked the LORD to wrath, so that the LORD was angry with you to have destroyed you.

9:9 เมื่อข้าพเจ้าได้ขึ้นไปบนภูเขาเพื่อจะรับแผ่นศิลาเหล่านั้น คือแผ่นศิลาแห่งพันธสัญญาซึ่งพระเยโฮวาห์กระทำไว้กับท่านทั้งหลาย แล้วข้าพเจ้าได้อยู่บนภูเขาสี่สิบวันสี่สิบคืน ข้าพเจ้าไม่ได้รับประทานอาหารหรือดื่มน้ำเลย

9:9 When I was gone up into the mount to receive the tables of stone, even the tables of the covenant which the LORD made with you, then I abode in the mount forty days and forty nights, I neither did eat bread nor drink water:

9:10 และพระเยโฮวาห์ได้ประทานแผ่นศิลาสองแผ่นที่จารึกด้วยนิ้วพระหัตถ์ของพระเจ้าให้แก่ข้าพเจ้า และบนแผ่นศิลานั้นมีเขียนไว้ตามพระวจนะทั้งสิ้นซึ่งพระเยโฮวาห์ได้ตรัสกับท่านทั้งหลายบนภูเขา จากท่ามกลางเพลิงในวันที่มีการประชุมกันนั้น

9:10 And the LORD delivered unto me two tables of stone written with the finger of God; and on them was written according to all the words, which the LORD spake with you in the mount out of the midst of the fire in the day of the assembly.

9:11 และเป็นไปอย่างนี้คือ เมื่อสิ้นสี่สิบวันสี่สิบคืนแล้ว พระเยโฮวาห์ประทานแผ่นศิลาสองแผ่นให้แก่ข้าพเจ้า คือแผ่นศิลาแห่งพันธสัญญา

9:11 And it came to pass at the end of forty days and forty nights, that the LORD gave me the two tables of stone, even the tables of the covenant.

9:12 และพระเยโฮวาห์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า ‘จงลุกขึ้นลงไปจากที่นี่โดยเร็วเถิด ด้วยว่าชนชาติของเจ้าซึ่งเจ้านำออกมาจากอียิปต์นั้น ได้ทำให้พวกเขาเองเสื่อมทรามแล้ว เขาทั้งหลายได้หันเหออกจากทางซึ่งเราบัญชาพวกเขาไว้นั้นอย่างรวดเร็ว เขาทั้งหลายได้หล่อรูปเคารพไว้สำหรับพวกเขา’

9:12 And the LORD said unto me, Arise, get thee down quickly from hence; for thy people which thou hast brought forth out of Egypt have corrupted themselves; they are quickly turned aside out of the way which I commanded them; they have made them a molten image.

9:13 นอกจากนี้พระเยโฮวาห์ได้ตรัสกับข้าพเจ้าว่า ‘เราได้เห็นประชากรนี้แล้ว และดูเถิด เป็นชนชาติดื้อรั้นคอแข็ง

9:13 Furthermore the LORD spake unto me, saying, I have seen this people, and, behold, it is a stiffnecked people:

9:14 จงปล่อยให้เราอยู่ตามลำพัง เพื่อเราจะทำลายเขาทั้งหลายเสีย และลบชื่อของพวกเขาเสียจากใต้ฟ้าสวรรค์ และเราจะทำให้เจ้าเป็นประชาชาติที่มีกำลังมากกว่าและใหญ่กว่าเขาทั้งหลาย’

9:14 Let me alone, that I may destroy them, and blot out their name from under heaven: and I will make of thee a nation mightier and greater than they.

9:15 ดังนั้นข้าพเจ้าจึงหันไปและลงมาจากภูเขา และภูเขานั้นก็มีเพลิงลุกอยู่ และแผ่นศิลาแห่งพันธสัญญาสองแผ่นนั้นก็อยู่ในมือทั้งสองของข้าพเจ้า

9:15 So I turned and came down from the mount, and the mount burned with fire: and the two tables of the covenant were in my two hands.

9:16 และข้าพเจ้ามองดู และดูเถิด ท่านทั้งหลายได้กระทำความบาปต่อพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านทั้งหลายแล้ว และได้หล่อรูปลูกวัวไว้สำหรับพวกท่าน ท่านทั้งหลายได้หันเหออกจากพระมรรคาซึ่งพระเยโฮวาห์ได้บัญชาแก่พวกท่านไว้อย่างรวดเร็ว

9:16 And I looked, and, behold, ye had sinned against the LORD your God, and had made you a molten calf: ye had turned aside quickly out of the way which the LORD had commanded you.

9:17 และข้าพเจ้าจึงยกแผ่นศิลาสองแผ่นนั้น และเหวี่ยงแผ่นศิลาเหล่านั้นเสียจากมือทั้งสองของข้าพเจ้า และทำให้แผ่นศิลานั้นแตกต่อหน้าต่อตาของท่านทั้งหลาย

9:17 And I took the two tables, and cast them out of my two hands, and brake them before your eyes.

9:18 และข้าพเจ้าก็ทรุดตัวกราบลงต่อพระพักตร์พระเยโฮวาห์เหมือนอย่างครั้งก่อนนั้นสี่สิบวันสี่สิบคืน ข้าพเจ้าไม่ได้รับประทานอาหารหรือดื่มน้ำเลย เพราะเหตุบาปทั้งสิ้นของท่านทั้งหลายซึ่งพวกท่านได้กระทำ คือได้กระทำอย่างชั่วร้ายในสายพระเนตรของพระเยโฮวาห์ เพื่อยั่วยุให้พระองค์ทรงพระพิโรธ

9:18 And I fell down before the LORD, as at the first, forty days and forty nights: I did neither eat bread, nor drink water, because of all your sins which ye sinned, in doing wickedly in the sight of the LORD, to provoke him to anger.

9:19 เพราะข้าพเจ้าเกรงกลัวพระพิโรธและความไม่พอพระทัยอย่างรุนแรง ซึ่งพระเยโฮวาห์ทรงมีต่อท่านทั้งหลายเพื่อจะทรงทำลายพวกท่าน แต่ในเวลานั้นพระเยโฮวาห์ทรงฟังข้าพเจ้าด้วย

9:19 For I was afraid of the anger and hot displeasure, wherewith the LORD was wroth against you to destroy you. But the LORD hearkened unto me at that time also.

9:20 และพระเยโฮวาห์ทรงพระพิโรธต่ออาโรนอย่างมากเพื่อจะทรงทำลายเขา และในเวลาเดียวกันนั้นข้าพเจ้าก็อธิษฐานเผื่ออาโรนด้วย

9:20 And the LORD was very angry with Aaron to have destroyed him: and I prayed for Aaron also the same time.

9:21 และข้าพเจ้าได้เอาสิ่งที่เป็นความผิดบาปของท่านทั้งหลายนั้น คือรูปลูกวัวซึ่งพวกท่านสร้างขึ้นนั้น เผามันเสียด้วยไฟ ทุบมันและบดมันให้เป็นผงละเอียด จนกระทั่งมันละเอียดเหมือนอย่างผงธุลี และข้าพเจ้าก็โยนผงนั้นลงไปในลำธารซึ่งไหลลงมาจากภูเขา

9:21 And I took your sin, the calf which ye had made, and burnt it with fire, and stamped it, and ground it very small, even until it was as small as dust: and I cast the dust thereof into the brook that descended out of the mount.

9:22 และท่านทั้งหลายได้ยั่วยุให้พระเยโฮวาห์ทรงพระพิโรธที่ทาเบราห์ และที่มัสสาห์ และที่ขิบโรทหัทธาอาวาห์

9:22 And at Taberah, and at Massah, and at Kibrothhattaavah, ye provoked the LORD to wrath.

9:23 เช่นเดียวกันเมื่อพระเยโฮวาห์ทรงใช้ท่านทั้งหลายไปจากคาเดชบารเนีย ตรัสว่า ‘จงขึ้นไปและยึดครองแผ่นดินนั้นซึ่งเราได้ให้แก่พวกเจ้า’ ตอนนั้นท่านทั้งหลายได้กบฏต่อพระบัญญัติของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของพวกท่าน และท่านทั้งหลายไม่ยอมเชื่อพระองค์ หรือตั้งใจฟังพระสุรเสียงของพระองค์

9:23 Likewise when the LORD sent you from Kadeshbarnea, saying, Go up and possess the land which I have given you; then ye rebelled against the commandment of the LORD your God, and ye believed him not, nor hearkened to his voice.

9:24 ท่านทั้งหลายได้กบฏต่อพระเยโฮวาห์อยู่เสมอตั้งแต่วันที่ข้าพเจ้ารู้จักพวกท่าน

9:24 Ye have been rebellious against the LORD from the day that I knew you.

9:25 ดังนั้น ข้าพเจ้าได้ทรุดตัวกราบลงต่อพระพักตร์พระเยโฮวาห์สี่สิบวันสี่สิบคืน เหมือนอย่างข้าพเจ้าทรุดตัวกราบลงครั้งก่อนนั้น เพราะว่าพระเยโฮวาห์ได้ตรัสว่าพระองค์จะทรงทำลายท่านทั้งหลายเสีย

9:25 Thus I fell down before the LORD forty days and forty nights, as I fell down at the first; because the LORD had said he would destroy you.

9:26 ฉะนั้น ข้าพเจ้าได้อธิษฐานต่อพระเยโฮวาห์ และทูลว่า ‘โอ ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้า ขออย่าทรงทำลายประชากรของพระองค์ และมรดกของพระองค์ ซึ่งพระองค์ทรงไถ่แล้วด้วยความยิ่งใหญ่ของพระองค์ ซึ่งพระองค์ทรงนำออกมาจากอียิปต์ด้วยพระหัตถ์อันทรงฤทธิ์

9:26 I prayed therefore unto the LORD, and said, O Lord GOD, destroy not thy people and thine inheritance, which thou hast redeemed through thy greatness, which thou hast brought forth out of Egypt with a mighty hand.

9:27 ขอทรงระลึกถึงบรรดาผู้รับใช้ของพระองค์ คืออับราฮัม อิสอัค และยาโคบ ขออย่าทรงทอดพระเนตรในความดื้อดึงของประชากรนี้ หรือความชั่วร้ายของเขาทั้งหลาย หรือความบาปของพวกเขา

9:27 Remember thy servants, Abraham, Isaac, and Jacob; look not unto the stubbornness of this people, nor to their wickedness, nor to their sin:

9:28 เกรงว่าชาวแผ่นดินซึ่งพระองค์ทรงพาข้าพระองค์ทั้งหลายจากมานั้นจะกล่าวว่า เพราะเหตุพระเยโฮวาห์ไม่สามารถพาเขาทั้งหลายเข้าไปในแผ่นดินซึ่งพระองค์ทรงสัญญาไว้กับพวกเขานั้น และเพราะเหตุพระองค์ทรงเกลียดชังเขาทั้งหลาย พระองค์จึงทรงพาพวกเขาออกมาเพื่อฆ่าเขาทั้งหลายเสียในถิ่นทุรกันดาร

9:28 Lest the land whence thou broughtest us out say, Because the LORD was not able to bring them into the land which he promised them, and because he hated them, he hath brought them out to slay them in the wilderness.

9:29 ถึงอย่างนั้นเขาทั้งหลายก็เป็นประชากรของพระองค์และเป็นมรดกของพระองค์ ซึ่งพระองค์ทรงนำออกมาด้วยเดชานุภาพยิ่งใหญ่ของพระองค์ และด้วยพระกรที่เหยียดออกของพระองค์’”

9:29 Yet they are thy people and thine inheritance, which thou broughtest out by thy mighty power and by thy stretched out arm.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope