กลับหน้าแรก / Main Menu

 

ผู้วินิจฉัย 9 / Judges 9

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21]

อาบีเมเลคฆ่าพี่น้องทั้งหลายของตน
9:1 และอาบีเมเลคบุตรชายของเยรุบบาอัลไปหาญาติพี่น้องฝ่ายมารดาของตนที่เมืองเชเคม และพูดกับพวกเขาและกับทุกคนในครอบครัวแห่งวงศ์วานของตาของท่านว่า

Abimelech Kills Other Sons of Gideon
9:1 And Abimelech the son of Jerubbaal went to Shechem unto his mother's brethren, and communed with them, and with all the family of the house of his mother's father, saying,

9:2 “ข้าพเจ้าขอร้องท่านทั้งหลาย ขอบอกความนี้ให้เข้าหูของบรรดาชาวเมืองเชเคมเถิดว่า ‘สำหรับพวกท่าน จะให้บุตรชายทั้งหลายของเยรุบบาอัล ซึ่งคือเจ็ดสิบคนนั้น ครอบครองเหนือท่านทั้งหลายดี หรือจะให้ผู้เดียวครอบครองเหนือพวกท่านดี’ ขอระลึกไว้ด้วยว่า ตัวข้าพเจ้านี้เป็นกระดูกและเนื้อเดียวกันกับท่านทั้งหลาย”

9:2 Speak, I pray you, in the ears of all the men of Shechem, Whether is better for you, either that all the sons of Jerubbaal, which are threescore and ten persons, reign over you, or that one reign over you? remember also that I am your bone and your flesh.

9:3 และญาติพี่น้องฝ่ายมารดาของท่านก็กล่าวคำทั้งหมดเหล่านี้ให้เข้าหูของบรรดาชาวเมืองเชเคม และจิตใจของพวกเขาก็เอนเอียงเข้าข้างอาบีเมเลค ด้วยเขาทั้งหลายกล่าวกันว่า “ท่านเป็นญาติพี่น้องของพวกข้าพเจ้า”

9:3 And his mother's brethren spake of him in the ears of all the men of Shechem all these words: and their hearts inclined to follow Abimelech; for they said, He is our brother.

9:4 และเขาทั้งหลายได้เอาเงินเจ็ดสิบแผ่นออกจากวิหารของพระบาอัลเบรีทมอบให้ท่าน อาบีเมเลคจึงเอาเงินนั้นไปจ้างพวกนักเลงเพื่อติดตามท่านไป

9:4 And they gave him threescore and ten pieces of silver out of the house of Baalberith, wherewith Abimelech hired vain and light persons, which followed him.

9:5 และท่านไปที่บ้านบิดาของท่านที่เมืองโอฟราห์ และฆ่าพี่น้องของตน คือบุตรชายของเยรุบบาอัลทั้งเจ็ดสิบคนที่ศิลาแผ่นเดียว อย่างไรก็ตามโยธามบุตรชายสุดท้องของเยรุบบาอัลก็ยังเหลืออยู่ เพราะเขาได้ซ่อนตัวเสีย

9:5 And he went unto his father's house at Ophrah, and slew his brethren the sons of Jerubbaal, being threescore and ten persons, upon one stone: notwithstanding yet Jotham the youngest son of Jerubbaal was left; for he hid himself.

9:6 และบรรดาชาวเมืองเชเคมรวบรวมกันพร้อมกับวงศ์วานทั้งสิ้นแห่งมิลโล และไปตั้งอาบีเมเลคให้เป็นกษัตริย์ข้างที่ราบแห่งเสาหินที่อยู่ในเมืองเชเคม

9:6 And all the men of Shechem gathered together, and all the house of Millo, and went, and made Abimelech king, by the plain of the pillar that was in Shechem.

9:7 และเมื่อมีบางคนไปบอกโยธามแล้ว เขาไปยืนอยู่บนยอดภูเขาเกริซิม และตะเบ็งเสียงของตนร้องเสียงดัง และกล่าวแก่เขาทั้งหลายว่า “ท่านทั้งหลาย ชาวเมืองเชเคมเอ๋ย ขอจงฟังข้าพเจ้า เพื่อพระเจ้าจะทรงฟังพวกท่าน

9:7 And when they told it to Jotham, he went and stood in the top of mount Gerizim, and lifted up his voice, and cried, and said unto them, Hearken unto me, ye men of Shechem, that God may hearken unto you.

9:8 ครั้งหนึ่งต้นไม้ต่าง ๆ ได้ออกไปเพื่อเจิมตั้งกษัตริย์ให้อยู่เหนือเขาเหล่านั้น และเขาทั้งหลายได้พูดกับต้นมะกอกว่า ‘เชิญท่านปกครองเหนือข้าพเจ้าทั้งหลายเถิด’

9:8 The trees went forth on a time to anoint a king over them; and they said unto the olive tree, Reign thou over us.

9:9 แต่ต้นมะกอกพูดกับเขาทั้งหลายว่า ‘ข้าพเจ้าควรจะละทิ้งน้ำมันของข้าพเจ้า และเลื่อนตำแหน่งไปอยู่เหนือต้นไม้ทั้งปวงหรือ ซึ่งโดยน้ำมันของข้าพเจ้านั้นเขาทั้งหลายได้ถวายเกียรติแด่พระเจ้าและให้เกียรติแก่มนุษย์’

9:9 But the olive tree said unto them, Should I leave my fatness, wherewith by me they honour God and man, and go to be promoted over the trees?

9:10 และต้นไม้เหล่านั้นพูดกับต้นมะเดื่อว่า ‘เชิญท่านมาปกครองเหนือข้าพเจ้าทั้งหลายเถิด’

9:10 And the trees said to the fig tree, Come thou, and reign over us.

9:11 แต่ต้นมะเดื่อพูดกับเขาทั้งหลายว่า ‘ข้าพเจ้าควรจะละทิ้งรสหวานและผลดีของข้าพเจ้าเสีย และเลื่อนตำแหน่งไปอยู่เหนือต้นไม้ทั้งหลายหรือ’

9:11 But the fig tree said unto them, Should I forsake my sweetness, and my good fruit, and go to be promoted over the trees?

9:12 แล้วต้นไม้เหล่านั้นพูดกับเถาองุ่นว่า ‘เชิญท่านมาปกครองเหนือข้าพเจ้าทั้งหลายเถิด’

9:12 Then said the trees unto the vine, Come thou, and reign over us.

9:13 และเถาองุ่นพูดกับเขาทั้งหลายว่า ‘ข้าพเจ้าควรจะละทิ้งน้ำองุ่นของข้าพเจ้า ซึ่งเป็นที่ชื่นบานพระทัยพระเจ้าและชื่นใจมนุษย์ และเลื่อนตำแหน่งไปอยู่เหนือต้นไม้ทั้งหลายหรือ’

9:13 And the vine said unto them, Should I leave my wine, which cheereth God and man, and go to be promoted over the trees?

9:14 ดังนั้น ต้นไม้เหล่านั้นจึงพูดกับต้นหนามว่า ‘เชิญท่านมาปกครองเหนือข้าพเจ้าทั้งหลายเถิด’

9:14 Then said all the trees unto the bramble, Come thou, and reign over us.

9:15 และต้นหนามได้พูดกับต้นไม้เหล่านั้นว่า ‘ถ้าท่านทั้งหลายจะเจิมตั้งข้าพเจ้าให้เป็นกษัตริย์เหนือท่านทั้งหลายจริง ๆ ดังนั้นจงมาอาศัยอยู่ใต้ร่มของข้าพเจ้าเถิด และหากไม่ได้ ก็ขอให้ไฟเกิดจากต้นหนามและเผาผลาญต้นสนซีดาร์ทั้งหลายแห่งเลบานอนเสีย’

9:15 And the bramble said unto the trees, If in truth ye anoint me king over you, then come and put your trust in my shadow: and if not, let fire come out of the bramble, and devour the cedars of Lebanon.

9:16 ฉะนั้นบัดนี้ ถ้าท่านทั้งหลายทำอย่างถูกต้องและด้วยความจริงใจ ในการที่พวกท่านได้ตั้งอาบีเมเลคให้เป็นกษัตริย์นั้น และถ้าท่านทั้งหลายได้กระทำให้เหมาะสมต่อเยรุบบาอัลและครอบครัวของท่าน และกระทำต่อท่านให้สมควรที่มือของท่านได้กระทำไว้

9:16 Now therefore, if ye have done truly and sincerely, in that ye have made Abimelech king, and if ye have dealt well with Jerubbaal and his house, and have done unto him according to the deserving of his hands;

9:17 (ด้วยว่าบิดาของข้าพเจ้าได้สู้รบเพื่อท่านทั้งหลาย และเสี่ยงชีวิตของท่านอย่างที่สุด และได้ช่วยพวกท่านให้พ้นจากมือของคนมีเดียน

9:17 (For my father fought for you, and adventured his life far, and delivered you out of the hand of Midian:

9:18 และในวันนี้ ท่านทั้งหลายได้ลุกขึ้นต่อต้านต่อครอบครัวบิดาของข้าพเจ้า และได้ฆ่าบุตรชายทั้งหลายของท่าน คือเจ็ดสิบคนนั้น บนศิลาแผ่นเดียว และได้ตั้งอาบีเมเลคบุตรชายของสาวใช้ของท่าน ให้เป็นกษัตริย์ปกครองเหนือชาวเมืองเชเคม เพราะว่าท่านเป็นญาติพี่น้องของท่านทั้งหลาย)

9:18 And ye are risen up against my father's house this day, and have slain his sons, threescore and ten persons, upon one stone, and have made Abimelech, the son of his maidservant, king over the men of Shechem, because he is your brother;)

9:19 ดังนั้น ในวันนี้ถ้าท่านทั้งหลายทำอย่างถูกต้องและด้วยความจริงใจต่อเยรุบบาอัลและครอบครัวของท่าน พวกท่านจงชื่นชมยินดีในอาบีเมเลคเถิดและให้อาบีเมเลคมีความชื่นชมยินดีในท่านทั้งหลายด้วย

9:19 If ye then have dealt truly and sincerely with Jerubbaal and with his house this day, then rejoice ye in Abimelech, and let him also rejoice in you:

9:20 แต่ถ้าไม่ได้ ก็ขอให้ไฟออกมาจากอาบีเมเลค และเผาผลาญชาวเมืองเชเคมและวงศ์วานแห่งมิลโล และให้ไฟออกมาจากชาวเมืองเชเคมและจากวงศ์วานแห่งมิลโล เผาผลาญอาบีเมเลคเสีย”

9:20 But if not, let fire come out from Abimelech, and devour the men of Shechem, and the house of Millo; and let fire come out from the men of Shechem, and from the house of Millo, and devour Abimelech.

9:21 และโยธามก็วิ่งหนีและหลบหนีไป และไปยังเบเออร์ และอาศัยอยู่ที่นั่น เพราะกลัวอาบีเมเลคพี่ชายของตน

9:21 And Jotham ran away, and fled, and went to Beer, and dwelt there, for fear of Abimelech his brother.

9:22 เมื่ออาบีเมเลคครอบครองเหนืออิสราเอลได้สามปี

9:22 When Abimelech had reigned three years over Israel,

9:23 ดังนั้น พระเจ้าทรงส่งวิญญาณชั่วร้ายเข้ามาระหว่างอาบีเมเลคกับชาวเมืองเชเคม และชาวเมืองเชเคมก็ทรยศต่ออาบีเมเลค

9:23 Then God sent an evil spirit between Abimelech and the men of Shechem; and the men of Shechem dealt treacherously with Abimelech:

9:24 เพื่อความทารุณที่ได้กระทำแก่บุตรชายเจ็ดสิบคนของเยรุบบาอัลจะตอบสนอง และโลหิตของคนเหล่านั้นจะได้ตกแก่อาบีเมเลคผู้เป็นพี่น้องของพวกเขา ผู้ได้ประหารเขาทั้งหลาย และตกแก่ชาวเมืองเชเคม ผู้ช่วยเหลือท่านในการฆ่าพี่น้องของตน

9:24 That the cruelty done to the threescore and ten sons of Jerubbaal might come, and their blood be laid upon Abimelech their brother, which slew them; and upon the men of Shechem, which aided him in the killing of his brethren.

9:25 และชาวเมืองเชเคมได้วางพลซุ่มคอยไว้คอยดักท่านที่บนยอดภูเขา และพวกเขาก็ปล้นคนทั้งปวงที่ผ่านไปมาทางนั้น และมีคนบอกอาบีเมเลคให้ทราบ

9:25 And the men of Shechem set liers in wait for him in the top of the mountains, and they robbed all that came along that way by them: and it was told Abimelech.

9:26 และกาอัลบุตรชายของเอเบดมาพร้อมกับญาติพี่น้องของเขา และไปยังเมืองเชเคม และชาวเมืองเชเคมไว้วางใจในเขา

9:26 And Gaal the son of Ebed came with his brethren, and went over to Shechem: and the men of Shechem put their confidence in him.

9:27 และเขาทั้งหลายได้ออกไปตามทุ่งนา และเก็บผลจากสวนองุ่นของพวกเขาแล้วย่ำผลองุ่นนั้น และทำการเลี้ยงอย่างรื่นเริง และเข้าไปในวิหารแห่งพระของเขาทั้งหลาย ได้กินและดื่มและแช่งด่าอาบีเมเลค

9:27 And they went out into the fields, and gathered their vineyards, and trode the grapes, and made merry, and went into the house of their god, and did eat and drink, and cursed Abimelech.

9:28 และกาอัลบุตรชายของเอเบดได้กล่าวว่า “อาบีเมเลคคือใคร และชาวเมืองเชเคมเป็นผู้ใด ซึ่งเราทั้งหลายจะต้องปรนนิบัติเขา เขาเป็นบุตรชายของเยรุบบาอัลมิใช่หรือ และเศบุลเป็นเจ้าหน้าที่ของเขามิใช่หรือ จงปรนนิบัติคนฮาโมร์บิดาของเชเคมเถิด เพราะว่าพวกเราจะปรนนิบัติเขาทำไมเล่า

9:28 And Gaal the son of Ebed said, Who is Abimelech, and who is Shechem, that we should serve him? is not he the son of Jerubbaal? and Zebul his officer? serve the men of Hamor the father of Shechem: for why should we serve him?

9:29 และน่าจะให้คนเหล่านี้อยู่ใต้การปกครองของข้าพเจ้า ดังนั้นข้าพเจ้าจะถอดอาบีเมเลคเสีย” และเขาได้พูดท้าทายอาบีเมเลคว่า “จงเพิ่มกองทัพของท่านขึ้นและออกมาเถิด”

9:29 And would to God this people were under my hand! then would I remove Abimelech. And he said to Abimelech, Increase thine army, and come out.

9:30 และเมื่อเศบุลเจ้าเมืองได้ยินบรรดาถ้อยคำของกาอัลบุตรชายของเอเบดแล้ว ท่านก็โกรธ

9:30 And when Zebul the ruler of the city heard the words of Gaal the son of Ebed, his anger was kindled.

9:31 และท่านส่งบรรดาผู้สื่อสารไปยังอาบีเมเลคอย่างลับ ๆ กล่าวว่า “ดูเถิด กาอัลบุตรชายของเอเบดและญาติพี่น้องของเขามาที่เมืองเชเคม และดูเถิด พวกเขาได้เสริมเมืองนั้นให้เข้มแข็งเพื่อต่อสู้กับท่าน

9:31 And he sent messengers unto Abimelech privily, saying, Behold, Gaal the son of Ebed and his brethren be come to Shechem; and, behold, they fortify the city against thee.

9:32 ฉะนั้นบัดนี้ ขอท่านและกองทัพที่อยู่กับท่านจงลุกขึ้นในเวลากลางคืน และไปซุ่มคอยอยู่ในทุ่งนา

9:32 Now therefore up by night, thou and the people that is with thee, and lie in wait in the field:

9:33 และต่อมาในวันรุ่งขึ้น ท่านจงลุกขึ้นแต่เช้าตรู่ ทันทีที่ดวงอาทิตย์ขึ้นจงรีบรุกเข้าเมือง และดูเถิด เมื่อเขากับกองทัพที่อยู่กับเขาออกมาต่อสู้กับท่าน ดังนั้นท่านจงกระทำแก่เขาทั้งหลายตามแต่ท่านจะมีโอกาส”

9:33 And it shall be, that in the morning, as soon as the sun is up, thou shalt rise early, and set upon the city: and, behold, when he and the people that is with him come out against thee, then mayest thou do to them as thou shalt find occasion.

9:34 และอาบีเมเลคกับกองทัพทั้งสิ้นที่อยู่กับท่านได้ลุกขึ้นในเวลากลางคืน และเขาทั้งหลายแบ่งออกเป็นสี่กองซุ่มคอยเพื่อสู้รบกับเมืองเชเคม

9:34 And Abimelech rose up, and all the people that were with him, by night, and they laid wait against Shechem in four companies.

9:35 และกาอัลบุตรชายของเอเบดก็ออกไป และยืนอยู่ที่ทางเข้าประตูเมือง และอาบีเมเลคก็ลุกขึ้นพร้อมกับกองทัพที่อยู่กับท่าน จากที่ซุ่มคอยอยู่

9:35 And Gaal the son of Ebed went out, and stood in the entering of the gate of the city: and Abimelech rose up, and the people that were with him, from lying in wait.

9:36 และเมื่อกาอัลเห็นกองทัพนั้น เขาได้พูดกับเศบุลว่า “ดูเถิด กองทัพกำลังเคลื่อนลงมาจากยอดภูเขา” และเศบุลพูดกับเขาว่า “ท่านเห็นเงาภูเขาราวกับว่าเป็นเหมือนคน”

9:36 And when Gaal saw the people, he said to Zebul, Behold, there come people down from the top of the mountains. And Zebul said unto him, Thou seest the shadow of the mountains as if they were men.

9:37 และกาอัลพูดอีกและกล่าวว่า “ดูซิ กองทัพกำลังลงมาตรงกลางแผ่นดินกองหนึ่ง และกองทัพอีกกองหนึ่งกำลังออกมาจากที่ราบแห่งเมโอเนนิม”

9:37 And Gaal spake again and said, See there come people down by the middle of the land, and another company come along by the plain of Meonenim.

9:38 แล้วเศบุลได้พูดกับเขาว่า “บัดนี้ปากของท่านอยู่ที่ไหน ซึ่งท่านได้กล่าวว่า ‘อาบีเมเลคคือผู้ใด ซึ่งเราทั้งหลายจะต้องปรนนิบัติเขา’ คนเหล่านี้เป็นคนที่ท่านหมิ่นประมาทมิใช่หรือ บัดนี้ข้าพเจ้าขอให้ยกออกไปและสู้รบกับพวกเขาเถิด”

9:38 Then said Zebul unto him, Where is now thy mouth, wherewith thou saidst, Who is Abimelech, that we should serve him? is not this the people that thou hast despised? go out, I pray now, and fight with them.

9:39 และกาอัลได้ออกไป นำหน้ากองทัพของชาวเมืองเชเคม และสู้รบกับอาบีเมเลค

9:39 And Gaal went out before the men of Shechem, and fought with Abimelech.

9:40 และอาบีเมเลคได้ไล่ตามเขา และกาอัลก็หนีไปต่อหน้าท่าน และมีคนได้รับบาดเจ็บและล้มตายเป็นอันมาก จนถึงทางเข้าประตูเมือง

9:40 And Abimelech chased him, and he fled before him, and many were overthrown and wounded, even unto the entering of the gate.

9:41 และอาบีเมเลคก็อาศัยอยู่ที่อารูมาห์ และเศบุลได้ขับไล่กาอัลกับญาติพี่น้องของเขาออกไป เพื่อไม่ให้พวกเขาอาศัยอยู่ที่เมืองเชเคม

9:41 And Abimelech dwelt at Arumah: and Zebul thrust out Gaal and his brethren, that they should not dwell in Shechem.

9:42 และต่อมาวันรุ่งขึ้น มีชาวเมืองออกไปที่ทุ่งนา และเขาทั้งหลายบอกให้อาบีเมเลคทราบ

9:42 And it came to pass on the morrow, that the people went out into the field; and they told Abimelech.

9:43 และท่านได้เอาคนเหล่านั้นแบ่งพวกเขาออกเป็นสามกอง และซุ่มคอยอยู่ที่ทุ่งนา และมองดู ดูเถิด คนก็ออกมาจากในเมือง และท่านได้ลุกขึ้นสู้รบกับพวกเขา และประหารเขาทั้งหลายเสีย

9:43 And he took the people, and divided them into three companies, and laid wait in the field, and looked, and, behold, the people were come forth out of the city; and he rose up against them, and smote them.

9:44 และอาบีเมเลคกับกองพลที่อยู่กับท่านก็รุกไปและยืนอยู่ที่ทางเข้าประตูเมือง และกองพลอีกสองกองก็รุกเข้าโจมตีคนทั้งหมดที่อยู่ในทุ่งนา และประหารเขาทั้งหลายเสีย

9:44 And Abimelech, and the company that was with him, rushed forward, and stood in the entering of the gate of the city: and the two other companies ran upon all the people that were in the fields, and slew them.

9:45 และอาบีเมเลคสู้รบกับเมืองนั้นตลอดวันยังค่ำ และท่านยึดเมืองนั้นได้ และประหารประชาชนที่อยู่ในเมืองนั้นและทำลายเมืองนั้นเสีย และหว่านเกลือลงไปในเมืองนั้น

9:45 And Abimelech fought against the city all that day; and he took the city, and slew the people that was therein, and beat down the city, and sowed it with salt.

9:46 และเมื่อบรรดาคนที่หอคอยแห่งเชเคมได้ยินเช่นนั้น เขาทั้งหลายก็หนีเข้าไปอยู่ในป้อมแห่งวิหารของพระเบรีท

9:46 And when all the men of the tower of Shechem heard that, they entered into an hold of the house of the god Berith.

9:47 และมีคนไปเรียนอาบีเมเลคว่า บรรดาคนที่หอคอยแห่งเชเคมได้ไปชุมนุมกันอยู่

9:47 And it was told Abimelech, that all the men of the tower of Shechem were gathered together.

9:48 และอาบีเมเลคก็ขึ้นไปบนภูเขาศัลโมน ทั้งตัวท่านกับกองพลทั้งสิ้นที่อยู่กับท่าน และอาบีเมเลคถือขวานไว้ในมือของท่าน และตัดกิ่งไม้จากต้นไม้เหล่านั้น และเอากิ่งไม้นั้นใส่บ่าของตนแบกมา และกล่าวกับกองพลที่อยู่กับท่านว่า “ท่านทั้งหลายเห็นข้าพเจ้ากระทำอะไร จงรีบและทำอย่างที่ข้าพเจ้าได้กระทำนั้นเถิด”

9:48 And Abimelech gat him up to mount Zalmon, he and all the people that were with him; and Abimelech took an axe in his hand, and cut down a bough from the trees, and took it, and laid it on his shoulder, and said unto the people that were with him, What ye have seen me do, make haste, and do as I have done.

9:49 และกองพลทั้งสิ้นก็ตัดกิ่งไม้ของตนและแบกตามอาบีเมเลค และวางกิ่งไม้เหล่านั้นกองไว้ที่ป้อมนั้นและจุดไฟเผาป้อมด้วยกิ่งไม้เหล่านั้น ดังนั้นคนที่หอคอยแห่งเชเคมก็ตายหมดสิ้น ทั้งชายและหญิงประมาณหนึ่งพันคน

9:49 And all the people likewise cut down every man his bough, and followed Abimelech, and put them to the hold, and set the hold on fire upon them; so that all the men of the tower of Shechem died also, about a thousand men and women.

อาบีเมเลคถูกทำลาย
9:50 แล้วอาบีเมเลคไปยังเมืองเธเบศ และตั้งค่ายประชิดเมืองเธเบศไว้ และยึดเมืองนั้นได้

Abimelech is Destroyed
9:50 Then went Abimelech to Thebez, and encamped against Thebez, and took it.

9:51 แต่ในเมืองนั้นมีหอคอยแห่งหนึ่ง และประชาชนแห่งเมืองนั้นทั้งสิ้นก็หนีเข้าไปอยู่ในหอคอยนั้น คือผู้ชายและผู้หญิงทั้งหมด และปิดประตูขังตนเองเสีย และพวกเขาก็ขึ้นไปบนหลังคาหอคอยนั้น

9:51 But there was a strong tower within the city, and thither fled all the men and women, and all they of the city, and shut it to them, and gat them up to the top of the tower.

9:52 และอาบีเมเลคมาถึงหอคอยนั้น และได้โจมตีหอคอยนั้น และเข้ามาใกล้ประตูหอคอยเพื่อจะเอาไฟเผาหอคอยนั้นเสีย

9:52 And Abimelech came unto the tower, and fought against it, and went hard unto the door of the tower to burn it with fire.

9:53 และมีหญิงคนหนึ่งเอาหินโม่ชิ้นบนทุ่มใส่ศีรษะของอาบีเมเลค และกะโหลกศีรษะของท่านแตก

9:53 And a certain woman cast a piece of a millstone upon Abimelech's head, and all to brake his skull.

9:54 ดังนั้น ท่านจึงรีบร้องบอกชายหนุ่มที่ถืออาวุธของท่าน และกล่าวแก่เขาว่า “จงชักดาบของเจ้าออก และฆ่าเราเสีย เพื่อคนทั้งหลายจะไม่ได้กล่าวถึงเราว่า ‘ผู้หญิงคนหนึ่งฆ่าเขาเสีย’” และชายหนุ่มของท่านคนนั้นก็แทงท่านจนทะลุ และท่านถึงแก่ความตาย

9:54 Then he called hastily unto the young man his armourbearer, and said unto him, Draw thy sword, and slay me, that men say not of me, A woman slew him. And his young man thrust him through, and he died.

9:55 และเมื่อคนอิสราเอลเห็นว่าอาบีเมเลคสิ้นชีวิตแล้ว เขาทั้งหลายก็กลับไปยังที่ของตน

9:55 And when the men of Israel saw that Abimelech was dead, they departed every man unto his place.

9:56 ดังนั้น พระเจ้าทรงตอบสนองความชั่วร้ายของอาบีเมเลค ซึ่งท่านได้กระทำต่อบิดาของตน ในการฆ่าพี่น้องเจ็ดสิบคนของตนเสีย

9:56 Thus God rendered the wickedness of Abimelech, which he did unto his father, in slaying his seventy brethren:

9:57 และพระเจ้าทรงกระทำให้บรรดาความชั่วร้ายของชาวเชเคมกลับตกบนศีรษะของเขาทั้งหลายเอง และคำสาปแช่งของโยธามบุตรชายของเยรุบบาอัลก็ตกอยู่บนเขาทั้งหลาย

9:57 And all the evil of the men of Shechem did God render upon their heads: and upon them came the curse of Jotham the son of Jerubbaal.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope