กลับหน้าแรก / Main Menu

 

ผู้วินิจฉัย 19 / Judges 19

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21]

ภรรยาน้อยของคนเลวีถูกฆ่า
19:1 และต่อมาในสมัยนั้น เมื่อยังไม่มีกษัตริย์ในอิสราเอล มีคนเลวีคนหนึ่งอาศัยอยู่ที่แดนเทือกเขาเอฟราอิม ด้านที่ไกลออกไปโน้น ผู้ซึ่งได้หญิงคนหนึ่งจากเบธเลเฮมยูดาห์มาเป็นภรรยาน้อยของเขา

Levite's Concubine Slain
19:1 And it came to pass in those days, when there was no king in Israel, that there was a certain Levite sojourning on the side of mount Ephraim, who took to him a concubine out of Bethlehemjudah.

19:2 และภรรยาน้อยของเขาได้เล่นชู้ต่อเขา และทิ้งเขากลับไปอยู่บ้านบิดาของนางที่เบธเลเฮมยูดาห์ และอาศัยอยู่ที่นั่นเป็นเวลาสี่เดือนเต็ม

19:2 And his concubine played the whore against him, and went away from him unto her father's house to Bethlehemjudah, and was there four whole months.

19:3 และสามีของนางก็ลุกขึ้น และไปตามหานาง เพื่อจะพูดกับนางด้วยมิตรไมตรีและจะพานางกลับมา มีคนใช้ของเขาคนหนึ่งอยู่กับเขา พร้อมทั้งลาหนึ่งคู่ และนางพาเขาเข้าไปในบ้านบิดาของนาง และเมื่อบิดาของนางเห็นเขา บิดานั้นก็มีความชื่นชมยินดีที่ได้พบกับเขา

19:3 And her husband arose, and went after her, to speak friendly unto her, and to bring her again, having his servant with him, and a couple of asses: and she brought him into her father's house: and when the father of the damsel saw him, he rejoiced to meet him.

19:4 และพ่อตาของเขาคือบิดาของหญิงนั้นได้หน่วงเหนี่ยวเขาไว้ และเขาพักอยู่กับพ่อตาเป็นเวลาสามวัน แล้วพวกเขาก็กินและดื่ม และพักอาศัยอยู่ที่นั่น

19:4 And his father in law, the damsel's father, retained him; and he abode with him three days: so they did eat and drink, and lodged there.

19:5 และต่อมาในวันที่สี่ เมื่อเขาทั้งหลายได้ตื่นขึ้นแต่เช้ามืด ชายคนนั้นก็ลุกขึ้นเพื่อจะออกเดินทาง และบิดาของหญิงนั้นพูดกับบุตรเขยของตนว่า “เชิญรับประทานอาหารสักหน่อยหนึ่งให้ชื่นใจ และภายหลังจึงไปตามทางของท่าน”

19:5 And it came to pass on the fourth day, when they arose early in the morning, that he rose up to depart: and the damsel's father said unto his son in law, Comfort thine heart with a morsel of bread, and afterward go your way.

19:6 และพวกเขาก็นั่งลง เขาทั้งสองก็กินและดื่มด้วยกัน ด้วยว่าบิดาของหญิงนั้นได้พูดกับชายคนนั้นแล้วว่า “เราขอร้องท่าน ขอให้ยินดีและค้างคืนต่อไปเถิด และให้จิตใจของท่านร่าเริงยินดี”

19:6 And they sat down, and did eat and drink both of them together: for the damsel's father had said unto the man, Be content, I pray thee, and tarry all night, and let thine heart be merry.

19:7 และเมื่อชายคนนั้นลุกขึ้นเพื่อจะเดินทางไป พ่อตาของเขาก็ชักชวนเขาไว้ ดังนั้นเขาจึงพักอยู่ที่นั่นอีก

19:7 And when the man rose up to depart, his father in law urged him: therefore he lodged there again.

19:8 และในวันที่ห้า เขาก็ตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อจะออกเดินทางไป และบิดาของหญิงนั้นพูดว่า “เราขอร้องท่าน ขอจงชื่นใจเถิด” และเขาทั้งสองก็คอยอยู่จนเวลาบ่าย และพวกเขาก็กินดื่มอยู่ด้วยกัน

19:8 And he arose early in the morning on the fifth day to depart: and the damsel's father said, Comfort thine heart, I pray thee. And they tarried until afternoon, and they did eat both of them.

19:9 และเมื่อชายคนนั้นลุกขึ้นจะออกเดินทาง คือตัวเขา ภรรยาน้อยของเขากับคนใช้ของเขา ฝ่ายพ่อตาของเขาคือบิดาของหญิงนั้นได้พูดกับเขาว่า “ดูเถิด วันนี้ก็เย็นใกล้ค่ำแล้ว เราขอร้องท่านให้ค้างคืนอยู่ต่อไปเถิด ดูเถิด ใกล้จะสิ้นวันอยู่แล้ว พักอยู่ที่นี่เถิด เพื่อใจของท่านจะร่าเริงยินดี และพรุ่งนี้ท่านค่อยตื่นแต่เช้าเพื่อออกเดินไปตามทางของท่าน เพื่อท่านจะได้กลับไปบ้าน”

19:9 And when the man rose up to depart, he, and his concubine, and his servant, his father in law, the damsel's father, said unto him, Behold, now the day draweth toward evening, I pray you tarry all night: behold, the day groweth to an end, lodge here, that thine heart may be merry; and to morrow get you early on your way, that thou mayest go home.

19:10 แต่ชายคนนั้นไม่ยอมค้างคืนในวันนั้น แต่เขาได้ลุกขึ้นออกเดินทางไป และมาถึงตรงข้ามกับเมืองเยบุส ซึ่งคือเยรูซาเล็ม และลาสองตัวที่มีอานก็อยู่กับเขา และภรรยาน้อยของเขาก็อยู่กับเขาด้วย

19:10 But the man would not tarry that night, but he rose up and departed, and came over against Jebus, which is Jerusalem; and there were with him two asses saddled, his concubine also was with him.

19:11 และเมื่อพวกเขามาใกล้เมืองเยบุสแล้ว วันนั้นก็เย็นลงมากแล้ว และคนใช้ได้พูดกับนายของเขาว่า “ข้าพเจ้าขอร้องท่าน มาเถิด ให้พวกเราแวะเข้าไปพักในเมืองของคนเยบุสเถิด และค้างคืนอยู่ในเมืองนี้”

19:11 And when they were by Jebus, the day was far spent; and the servant said unto his master, Come, I pray thee, and let us turn in into this city of the Jebusites, and lodge in it.

19:12 และนายของเขาพูดกับเขาว่า “พวกเราจะไม่แวะเข้าไปในเมืองของคนต่างด้าว ผู้ที่ไม่ใช่ชนชาติอิสราเอล พวกเราจะเลยไปถึงเมืองกิเบอาห์”

19:12 And his master said unto him, We will not turn aside hither into the city of a stranger, that is not of the children of Israel; we will pass over to Gibeah.

19:13 และเขาได้พูดกับคนใช้ของตนว่า “มาเถิด ให้พวกเราเข้าไปใกล้สถานที่ใดที่หนึ่งเพื่อจะค้างคืน คือที่เมืองกิเบอาห์หรือที่เมืองรามาห์”

19:13 And he said unto his servant, Come, and let us draw near to one of these places to lodge all night, in Gibeah, or in Ramah.

19:14 และเขาทั้งหลายได้ผ่านไป และไปตามทางของพวกเขา เมื่อพวกเขามาใกล้เมืองกิเบอาห์ซึ่งเป็นของคนเบนยามินดวงอาทิตย์ก็ตกแล้ว

19:14 And they passed on and went their way; and the sun went down upon them when they were by Gibeah, which belongeth to Benjamin.

19:15 และเขาทั้งหลายได้แวะไปที่นั่น เพื่อจะเข้าไปค้างคืนที่เมืองกิเบอาห์ และเมื่อเขาเข้าไป เขาก็นั่งลงที่ถนนในเมืองนั้น ด้วยว่าไม่มีใครเชิญพวกเขาให้เข้าไปพักในบ้านของตน

19:15 And they turned aside thither, to go in and to lodge in Gibeah: and when he went in, he sat him down in a street of the city: for there was no man that took them into his house to lodging.

19:16 และดูเถิด ในช่วงเวลาเย็นนั้น มีชายชราคนหนึ่งกำลังมาจากงานที่นาของเขา ซึ่งเป็นชาวแดนเทือกเขาเอฟราอิม และเขาอาศัยอยู่ในเมืองกิเบอาห์ แต่ชาวเมืองนั้นเป็นคนเบนยามิน

19:16 And, behold, there came an old man from his work out of the field at even, which was also of mount Ephraim; and he sojourned in Gibeah: but the men of the place were Benjamites.

19:17 และเมื่อเขาเงยหน้าขึ้น เขาได้เห็นคนเดินทางคนนั้นนั่งอยู่ที่ถนนในเมือง และชายชราคนนั้นก็พูดว่า “ท่านจะไปไหน และท่านมาจากไหน”

19:17 And when he had lifted up his eyes, he saw a wayfaring man in the street of the city: and the old man said, Whither goest thou? and whence comest thou?

19:18 และชายคนนั้นพูดกับเขาว่า “พวกข้าพเจ้าเดินทางมาจากเบธเลเฮมยูดาห์ กำลังจะไปที่แดนเทือกเขาเอฟราอิมเขตแดนที่ไกลออกไปโน้น ข้าพเจ้ามาจากเขตแดนนั้น และข้าพเจ้าได้ไปยังเบธเลเฮมยูดาห์ แต่บัดนี้ข้าพเจ้ากำลังกลับไปยังพระนิเวศของพระเยโฮวาห์ และไม่มีใครเชิญข้าพเจ้าเข้าไปพักในบ้าน

19:18 And he said unto him, We are passing from Bethlehemjudah toward the side of mount Ephraim; from thence am I: and I went to Bethlehemjudah, but I am now going to the house of the LORD; and there is no man that receiveth me to house.

19:19 ถึงอย่างนั้น ฟางและอาหารที่จะเลี้ยงฝูงลาของพวกข้าพเจ้าก็มีพร้อมแล้ว ทั้งอาหารและน้ำองุ่นสำหรับตน ทั้งสำหรับสาวใช้ของท่าน และสำหรับชายหนุ่มที่อยู่กับพวกผู้รับใช้ของท่านก็มีพร้อมอยู่แล้ว ไม่ขาดสิ่งใดเลย”

19:19 Yet there is both straw and provender for our asses; and there is bread and wine also for me, and for thy handmaid, and for the young man which is with thy servants: there is no want of any thing.

19:20 และชายชราคนนั้นได้พูดว่า “ขอให้ท่านเป็นสุขสบายเถิด อย่างไรก็ตาม ขอให้ความต้องการทั้งสิ้นของท่านเป็นธุระของข้าพเจ้า ขอแต่อย่านอนที่ถนนนี้เลย”

19:20 And the old man said, Peace be with thee; howsoever let all thy wants lie upon me; only lodge not in the street.

19:21 ดังนั้น เขาจึงพาชายคนนั้นเข้าไปในบ้านของตน และเอาอาหารให้ฝูงลา และเขาทั้งหลายก็ล้างเท้าของตน แล้วกินและดื่ม

19:21 So he brought him into his house, and gave provender unto the asses: and they washed their feet, and did eat and drink.

19:22 เมื่อเขาทั้งหลายกำลังทำให้จิตใจของตนเบิกบานอยู่นั้น ดูเถิด ชาวเมืองนั้น ซึ่งเป็นลูกของเบลีอัล มาล้อมบ้านนั้นไว้และทุบประตู และพูดกับเจ้าของบ้าน คือชายชราคนนั้นว่า “จงส่งชายที่เข้ามาอยู่ในบ้านของเจ้าออกมา เพื่อให้พวกเราร่วมรู้กับเขา”

19:22 Now as they were making their hearts merry, behold, the men of the city, certain sons of Belial, beset the house round about, and beat at the door, and spake to the master of the house, the old man, saying, Bring forth the man that came into thine house, that we may know him.

19:23 และชายคนนั้น ผู้เป็นเจ้าของบ้านก็ออกไปหาพวกเขา และพูดกับเขาทั้งหลายว่า “อย่าเลย พี่น้องของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขอร้องพวกท่าน ขออย่ากระทำการชั่วร้ายเช่นนี้เลย ด้วยว่าชายคนนี้มาอาศัยบ้านของข้าพเจ้าอยู่ ขออย่ากระทำสิ่งที่โง่เขลาเช่นนี้เลย

19:23 And the man, the master of the house, went out unto them, and said unto them, Nay, my brethren, nay, I pray you, do not so wickedly; seeing that this man is come into mine house, do not this folly.

19:24 ดูเถิด นี่เป็นลูกสาวพรหมจารีคนหนึ่งของข้าพเจ้า และเมียน้อยของเขา ข้าพเจ้าจะพาเขาทั้งสองออกมาเดี๋ยวนี้ ให้ท่านทั้งหลายกระทำหยามเหยียดแก่พวกเขา และทำอะไรแก่พวกเขาตามชอบใจของท่านเถิด แต่ขออย่าทำหยาบช้ากับชายคนนี้เลย”

19:24 Behold, here is my daughter a maiden, and his concubine; them I will bring out now, and humble ye them, and do with them what seemeth good unto you: but unto this man do not so vile a thing.

19:25 แต่คนเหล่านั้นไม่ยอมฟังเขา ดังนั้นชายคนนั้นจึงเอาภรรยาน้อยของตน แล้วส่งนางออกไปให้เขาทั้งหลาย และพวกเขาก็ร่วมรู้กับนาง และกระทำทารุณต่อนางตลอดคืนจนรุ่งเช้า และเมื่อรุ่งสางแล้ว เขาทั้งหลายก็ปล่อยนางไป

19:25 But the men would not hearken to him: so the man took his concubine, and brought her forth unto them; and they knew her, and abused her all the night until the morning: and when the day began to spring, they let her go.

19:26 แล้วพอรุ่งเช้าหญิงคนนั้นก็กลับมา และล้มลงที่ประตูบ้านของชายคนนั้นซึ่งนายของตนพักอยู่จนกระทั่งสว่างแล้ว

19:26 Then came the woman in the dawning of the day, and fell down at the door of the man's house where her lord was, till it was light.

19:27 และรุ่งเช้านายของเธอก็ลุกขึ้น และเปิดประตูบ้าน แล้วออกไปเพื่อจะไปตามทางของตน และดูเถิด หญิงคนนั้นซึ่งเป็นภรรยาน้อยของเขาก็ล้มคว่ำอยู่ที่ประตูบ้าน และมือของนางเหยียดออกไปถึงธรณีประตู

19:27 And her lord rose up in the morning, and opened the doors of the house, and went out to go his way: and, behold, the woman his concubine was fallen down at the door of the house, and her hands were upon the threshold.

19:28 และเขาพูดกับนางว่า “ลุกขึ้น ให้พวกเราไปกันเถิด” แต่ก็ไม่มีเสียงตอบ ชายคนนั้นจึงเอานางขึ้นหลังลา แล้วชายนั้นก็ลุกขึ้นและเดินทางไปยังที่ของตน

19:28 And he said unto her, Up, and let us be going. But none answered. Then the man took her up upon an ass, and the man rose up, and gat him unto his place.

19:29 และเมื่อเขามาถึงบ้านของตนแล้ว เขาเอาศพภรรยาน้อยของตนมา และเอามีดหั่นศพนั้นออกเป็นชิ้น ๆ พร้อมกับกระดูกของเธอ เป็นสิบสองชิ้นด้วยกัน และส่งชิ้นส่วนเหล่านั้นไปทั่วเขตแดนของอิสราเอล

19:29 And when he was come into his house, he took a knife, and laid hold on his concubine, and divided her, together with her bones, into twelve pieces, and sent her into all the coasts of Israel.

19:30 และต่อมา ทุกคนที่เห็นก็พูดว่า “เรื่องอย่างนี้ไม่มีใครเคยเห็น ตั้งแต่วันเวลาที่ชนชาติอิสราเอลออกมาจากแผ่นดินแห่งอียิปต์จนถึงทุกวันนี้ จงตรึกตรองปรึกษากันดู และแสดงความคิดเห็นเถิด”

19:30 And it was so, that all that saw it said, There was no such deed done nor seen from the day that the children of Israel came up out of the land of Egypt unto this day: consider of it, take advice, and speak your minds.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope