กลับหน้าแรก / Main Menu

 

ผู้วินิจฉัย 13 / Judges 13

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21]

ความบาปของคนอิสราเอล
13:1 และชนชาติอิสราเอลได้กระทำความชั่วร้ายในสายพระเนตรของพระเยโฮวาห์อีก และพระเยโฮวาห์ได้ทรงมอบเขาทั้งหลายไว้ในมือของคนฟีลิสเตียเป็นเวลาสี่สิบปี

Israel's Sinfulness
13:1 And the children of Israel did evil again in the sight of the LORD; and the LORD delivered them into the hand of the Philistines forty years.

พระเยโฮวาห์ทรงปรากฏแก่บิดามารดาของแซมสัน
13:2 และมีชายคนหนึ่งเป็นชาวโศราห์ คนครอบครัวดาน ชื่อของท่านคือมาโนอาห์ และภรรยาของท่านเป็นหมันไม่มีบุตรเลย

Parents of Samson
13:2 And there was a certain man of Zorah, of the family of the Danites, whose name was Manoah; and his wife was barren, and bare not.

13:3 และทูตสวรรค์ของพระเยโฮวาห์มาปรากฏแก่นางนั้น และกล่าวแก่เธอว่า “ดูเถิด บัดนี้เจ้าเป็นหมันและไม่มีบุตร แต่เจ้าจะตั้งครรภ์และคลอดบุตรเป็นชาย

13:3 And the angel of the LORD appeared unto the woman, and said unto her, Behold now, thou art barren, and bearest not: but thou shalt conceive, and bear a son.

13:4 ฉะนั้นบัดนี้ เราขอให้เจ้าจงระมัดระวัง และอย่าดื่มน้ำองุ่นหรือสุรา และอย่ากินสิ่งใด ๆ ที่เป็นมลทิน

13:4 Now therefore beware, I pray thee, and drink not wine nor strong drink, and eat not any unclean thing:

13:5 เพราะดูเถิด เจ้าจะตั้งครรภ์และคลอดบุตรเป็นชาย และอย่าให้มีดโกนถูกต้องศีรษะของเขา เพราะเด็กคนนี้จะเป็นนาศีร์ถวายแด่พระเจ้าตั้งแต่อยู่ในครรภ์ และเขาจะตั้งต้นช่วยคนอิสราเอลให้พ้นจากมือของคนฟีลิสเตีย”

13:5 For, lo, thou shalt conceive, and bear a son; and no razor shall come on his head: for the child shall be a Nazarite unto God from the womb: and he shall begin to deliver Israel out of the hand of the Philistines.

13:6 แล้วนางนั้นจึงไปและพูดกับสามีของเธอว่า “มีบุรุษผู้หนึ่งของพระเจ้ามาหาข้าพเจ้า และใบหน้าของท่านเหมือนใบหน้าทูตสวรรค์ของพระเจ้า น่ากลัวนัก แต่ข้าพเจ้าไม่ได้ถามท่านว่าท่านมาจากไหน ทั้งท่านก็ไม่บอกชื่อของท่านแก่ข้าพเจ้า

13:6 Then the woman came and told her husband, saying, A man of God came unto me, and his countenance was like the countenance of an angel of God, very terrible: but I asked him not whence he was, neither told he me his name:

13:7 แต่ท่านพูดกับข้าพเจ้าว่า ‘ดูเถิด เจ้าจะตั้งครรภ์และคลอดบุตรเป็นชาย และบัดนี้อย่าดื่มน้ำองุ่นหรือสุรา ทั้งอย่ากินสิ่งใด ๆ ที่เป็นมลทิน เพราะเด็กนั้นจะเป็นนาศีร์ถวายแด่พระเจ้าตั้งแต่อยู่ในครรภ์จนถึงวันสิ้นชีวิตของเขา’”

13:7 But he said unto me, Behold, thou shalt conceive, and bear a son; and now drink no wine nor strong drink, neither eat any unclean thing: for the child shall be a Nazarite to God from the womb to the day of his death.

13:8 แล้วมาโนอาห์ก็อ้อนวอนพระเยโฮวาห์ และทูลว่า “โอ ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพระองค์ ขอให้บุรุษของพระเจ้าผู้ซึ่งพระองค์ทรงส่งมานั้นปรากฏแก่ข้าพระองค์ทั้งสองอีกครั้งหนึ่ง และสั่งสอนพวกข้าพระองค์ว่า ข้าพระองค์ควรจะกระทำอย่างไรแก่เด็กที่จะเกิดมานั้น”

13:8 Then Manoah intreated the LORD, and said, O my Lord, let the man of God which thou didst send come again unto us, and teach us what we shall do unto the child that shall be born.

13:9 และพระเจ้าทรงฟังเสียงของมาโนอาห์ และทูตสวรรค์ของพระเจ้ามาหานางนั้นอีกขณะเมื่อเธอนั่งอยู่ในทุ่งนา แต่มาโนอาห์สามีของนางไม่ได้อยู่กับนาง

13:9 And God hearkened to the voice of Manoah; and the angel of God came again unto the woman as she sat in the field: but Manoah her husband was not with her.

13:10 และนางก็รีบวิ่งไปบอกสามีของนาง และกล่าวแก่ท่านว่า “ดูเถิด บุรุษผู้ที่ปรากฏแก่ข้าพเจ้าวันนั้นได้มาปรากฏแก่ข้าพเจ้าอีก”

13:10 And the woman made haste, and ran, and shewed her husband, and said unto him, Behold, the man hath appeared unto me, that came unto me the other day.

13:11 และมาโนอาห์ก็ลุกขึ้นตามภรรยาของตนไป และมาถึงบุรุษผู้นั้น และทูลท่านผู้นั้นว่า “ท่านเป็นบุรุษผู้ที่พูดกับผู้หญิงคนนี้หรือ” และท่านผู้นั้นพูดว่า “เราเป็นผู้นั้น”

13:11 And Manoah arose, and went after his wife, and came to the man, and said unto him, Art thou the man that spakest unto the woman? And he said, I am.

13:12 และมาโนอาห์ทูลว่า “บัดนี้ขอให้ถ้อยคำของท่านสำเร็จเถิด ข้าพเจ้าทั้งสองควรจะสั่งสอนเด็กคนนั้นอย่างไร และข้าพเจ้าทั้งสองควรจะกระทำต่อเขาอย่างไร”

13:12 And Manoah said, Now let thy words come to pass. How shall we order the child, and how shall we do unto him?

13:13 และทูตสวรรค์ของพระเยโฮวาห์พูดกับมาโนอาห์ว่า “บรรดาสิ่งที่เราได้บอกแก่เธอแล้วนั้นจงให้นางระวังให้ดี

13:13 And the angel of the LORD said unto Manoah, Of all that I said unto the woman let her beware.

13:14 อย่าให้นางกินสิ่งใด ๆ ที่ได้มาจากเถาองุ่น ทั้งอย่าให้นางดื่มน้ำองุ่นหรือสุรา ทั้งอย่ากินสิ่งใด ๆ ที่เป็นมลทิน บรรดาสิ่งที่เราได้สั่งนางไว้แล้วนั้น จงให้นางปฏิบัติตาม”

13:14 She may not eat of any thing that cometh of the vine, neither let her drink wine or strong drink, nor eat any unclean thing: all that I commanded her let her observe.

13:15 และมาโนอาห์ทูลทูตสวรรค์ของพระเยโฮวาห์ว่า “ข้าพเจ้าขอร้องท่าน ขอท่านรอคอยข้าพเจ้าทั้งสองก่อน จนกว่าพวกข้าพเจ้าจะจัดเตรียมลูกแพะตัวหนึ่งสำหรับท่าน”

13:15 And Manoah said unto the angel of the LORD, I pray thee, let us detain thee, until we shall have made ready a kid for thee.

13:16 และทูตสวรรค์ของพระเยโฮวาห์พูดกับมาโนอาห์ว่า “ถึงเจ้าจะให้เรารอ เราจะไม่รับประทานอาหารของเจ้า และถ้าเจ้าจะถวายเครื่องเผาบูชา เจ้าจงถวายเครื่องเผาบูชานั้นแด่พระเยโฮวาห์” เพราะว่ามาโนอาห์ไม่ทราบว่าท่านผู้นั้นเป็นทูตสวรรค์ของพระเยโฮวาห์

13:16 And the angel of the LORD said unto Manoah, Though thou detain me, I will not eat of thy bread: and if thou wilt offer a burnt offering, thou must offer it unto the LORD. For Manoah knew not that he was an angel of the LORD.

13:17 และมาโนอาห์ทูลทูตสวรรค์ของพระเยโฮวาห์ว่า “ท่านมีนามว่าอะไร เพื่อเมื่อบรรดาถ้อยคำของท่านสำเร็จ ข้าพเจ้าทั้งสองจะได้ถวายเกียรติแด่ท่าน”

13:17 And Manoah said unto the angel of the LORD, What is thy name, that when thy sayings come to pass we may do thee honour?

13:18 และทูตสวรรค์ของพระเยโฮวาห์พูดกับท่านว่า “ทำไมเจ้าถามชื่อของเรา ด้วยว่าชื่อของเรานั้นเป็นความลึกลับ”

13:18 And the angel of the LORD said unto him, Why askest thou thus after my name, seeing it is secret?

13:19 ดังนั้น มาโนอาห์ก็เอาลูกแพะพร้อมกับเครื่องธัญญบูชา มาถวายบูชาแด่พระเยโฮวาห์บนศิลา และทูตสวรรค์นั้นได้กระทำอย่างอัศจรรย์ และมาโนอาห์และภรรยาของท่านก็มองดู

13:19 So Manoah took a kid with a meat offering, and offered it upon a rock unto the LORD: and the angel did wondrously; and Manoah and his wife looked on.

13:20 ต่อมา เมื่อเปลวไฟจากแท่นบูชาพลุ่งขึ้นไปสู่สวรรค์ ทูตสวรรค์ของพระเยโฮวาห์ก็ขึ้นไปตามเปลวไฟแห่งแท่นบูชานั้น และมาโนอาห์กับภรรยาของท่านมองดูอยู่ และเขาทั้งสองก็ซบหน้าลงถึงดิน

13:20 For it came to pass, when the flame went up toward heaven from off the altar, that the angel of the LORD ascended in the flame of the altar. And Manoah and his wife looked on it, and fell on their faces to the ground.

13:21 แต่ทูตสวรรค์ของพระเยโฮวาห์ไม่ปรากฏแก่มาโนอาห์และภรรยาของท่านอีกเลย แล้วมาโนอาห์จึงทราบว่าท่านผู้นั้นเป็นทูตสวรรค์ของพระเยโฮวาห์

13:21 But the angel of the LORD did no more appear to Manoah and to his wife. Then Manoah knew that he was an angel of the LORD.

13:22 และมาโนอาห์พูดกับภรรยาของตนว่า “เราทั้งสองจะต้องตายแน่ เพราะพวกเราได้เห็นพระเจ้าแล้ว”

13:22 And Manoah said unto his wife, We shall surely die, because we have seen God.

13:23 แต่ภรรยาของท่านพูดกับท่านว่า “ถ้าพระเยโฮวาห์ทรงประสงค์จะฆ่าเราทั้งสองเสีย พระองค์คงจะไม่รับเครื่องเผาบูชาและเครื่องธัญญบูชาจากมือของพวกเรา ทั้งพระองค์คงจะไม่สำแดงสิ่งทั้งปวงเหล่านี้แก่เราทั้งสอง หรือประกาศบรรดาสิ่งเช่นนี้แก่พวกเราในเวลานี้”

13:23 But his wife said unto him, If the LORD were pleased to kill us, he would not have received a burnt offering and a meat offering at our hands, neither would he have shewed us all these things, nor would as at this time have told us such things as these.

13:24 และผู้หญิงนั้นก็คลอดบุตรชายคนหนึ่ง และเรียกชื่อของเขาว่าแซมสัน และเด็กนั้นก็เติบโตขึ้น และพระเยโฮวาห์ทรงอวยพรเขา

13:24 And the woman bare a son, and called his name Samson: and the child grew, and the LORD blessed him.

13:25 และบางครั้งบางคราวพระวิญญาณของพระเยโฮวาห์ก็ทรงตั้งต้นเร้าใจเขาที่ค่ายแห่งดานระหว่างโศราห์กับเอชทาโอล

13:25 And the Spirit of the LORD began to move him at times in the camp of Dan between Zorah and Eshtaol.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope