กลับหน้าแรก / Main Menu

 

โยชูวา 22 / Joshua 22

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24]

เผ่าต่าง ๆ ที่อยู่ฟากทิศตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดนได้สร้างแท่นบูชาเป็นที่ระลึก
22:1 ในเวลานั้นโยชูวาได้เรียกคนรูเบน คนกาด และคนมนัสเสห์ครึ่งเผ่ามา

Tribes East of Jordan Make a Memorial Altar
22:1 Then Joshua called the Reubenites, and the Gadites, and the half tribe of Manasseh,

22:2 และกล่าวแก่เขาทั้งหลายว่า “ท่านทั้งหลายได้รักษาทุกอย่างซึ่งโมเสสผู้รับใช้ของพระเยโฮวาห์บัญชาพวกท่านไว้ และได้เชื่อฟังเสียงของข้าพเจ้าในสิ่งสารพัดซึ่งข้าพเจ้าได้บัญชาท่านทั้งหลาย

22:2 And said unto them, Ye have kept all that Moses the servant of the LORD commanded you, and have obeyed my voice in all that I commanded you:

22:3 ท่านทั้งหลายมิได้ทอดทิ้งญาติพี่น้องของพวกท่านเป็นเวลาหลายวันจนถึงวันนี้ แต่ได้รักษาพระบัญชาแห่งพระบัญญัติของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านทั้งหลาย

22:3 Ye have not left your brethren these many days unto this day, but have kept the charge of the commandment of the LORD your God.

22:4 และบัดนี้พระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านทั้งหลายได้ทรงโปรดให้พี่น้องของพวกท่านหยุดพักแล้ว ตามที่พระองค์ทรงสัญญาไว้กับเขาทั้งหลาย ฉะนั้นบัดนี้ท่านทั้งหลายจงกลับไป และไปยังเต็นท์ของพวกท่าน และไปสู่แผ่นดินซึ่งท่านทั้งหลายถือกรรมสิทธิ์ ซึ่งโมเสสผู้รับใช้ของพระเยโฮวาห์ยกให้แก่พวกท่านที่ฟากแม่น้ำจอร์แดนข้างโน้นนั้น

22:4 And now the LORD your God hath given rest unto your brethren, as he promised them: therefore now return ye, and get you unto your tents, and unto the land of your possession, which Moses the servant of the LORD gave you on the other side Jordan.

22:5 แต่จงเอาใจใส่อย่างขยันหมั่นเพียรที่จะกระทำตามพระบัญญัติและพระราชบัญญัติ ซึ่งโมเสสผู้รับใช้ของพระเยโฮวาห์บัญชาท่านทั้งหลายไว้ ให้รักพระเยโฮวาห์พระเจ้าของพวกท่าน และดำเนินในพระมรรคาทั้งสิ้นของพระองค์ และรักษาบรรดาพระบัญญัติของพระองค์ และติดสนิทอยู่กับพระองค์ และปรนนิบัติพระองค์ด้วยสุดจิตสุดใจของท่านทั้งหลาย”

22:5 But take diligent heed to do the commandment and the law, which Moses the servant of the LORD charged you, to love the LORD your God, and to walk in all his ways, and to keep his commandments, and to cleave unto him, and to serve him with all your heart and with all your soul.

22:6 ดังนั้น โยชูวาจึงได้อวยพรเขาทั้งหลายและส่งพวกเขาให้กลับไป และเขาทั้งหลายไปยังเต็นท์ของพวกเขา

22:6 So Joshua blessed them, and sent them away: and they went unto their tents.

22:7 เวลานั้นโมเสสได้ให้คนมนัสเสห์ครึ่งเผ่าถือกรรมสิทธิ์ในเมืองบาชาน แต่สำหรับอีกครึ่งเผ่านั้นโยชูวาให้ถือกรรมสิทธิ์ท่ามกลางพี่น้องของพวกเขาที่ฟากแม่น้ำจอร์แดนทางด้านทิศตะวันตกนี้ และเมื่อโยชูวาส่งเขาทั้งหลายให้กลับไปยังเต็นท์ของตน ดังนั้นท่านได้อวยพรพวกเขาด้วย

22:7 Now to the one half of the tribe of Manasseh Moses had given possession in Bashan: but unto the other half thereof gave Joshua among their brethren on this side Jordan westward. And when Joshua sent them away also unto their tents, then he blessed them,

22:8 และท่านได้กล่าวแก่เขาทั้งหลายว่า “จงกลับไปยังเต็นท์ของท่านทั้งหลายพร้อมกับทรัพย์สมบัติมั่งคั่ง และพร้อมกับฝูงสัตว์มากมาย ทั้งเงิน ทองคำ ทองเหลือง เหล็ก และเสื้อผ้าเป็นอันมาก จงแบ่งของที่ริบมาจากศัตรูของท่านทั้งหลายให้แก่พี่น้องของพวกท่าน”

22:8 And he spake unto them, saying, Return with much riches unto your tents, and with very much cattle, with silver, and with gold, and with brass, and with iron, and with very much raiment: divide the spoil of your enemies with your brethren.

22:9 คนรูเบน คนกาดและคนมนัสเสห์ครึ่งเผ่าได้กลับไป และแยกจากชนชาติอิสราเอลที่ชีโลห์ ซึ่งอยู่ในแผ่นดินแห่งคานาอัน ไปยังแผ่นดินแห่งกิเลอาด สู่แผ่นดินที่เขาทั้งหลายถือกรรมสิทธิ์ ซึ่งพวกเขาได้ยึดครองนั้น ตามพระดำรัสของพระเยโฮวาห์โดยมือของโมเสส

22:9 And the children of Reuben and the children of Gad and the half tribe of Manasseh returned, and departed from the children of Israel out of Shiloh, which is in the land of Canaan, to go unto the country of Gilead, to the land of their possession, whereof they were possessed, according to the word of the LORD by the hand of Moses.

22:10 และเมื่อเขาทั้งหลายมาถึงอาณาเขตของแม่น้ำจอร์แดนที่อยู่ในแผ่นดินของคานาอัน คนรูเบน คนกาด และคนมนัสเสห์ครึ่งเผ่า ได้สร้างแท่นบูชาแท่นหนึ่งใกล้แม่น้ำจอร์แดน เป็นแท่นขนาดใหญ่โต

22:10 And when they came unto the borders of Jordan, that are in the land of Canaan, the children of Reuben and the children of Gad and the half tribe of Manasseh built there an altar by Jordan, a great altar to see to.

22:11 และชนชาติอิสราเอลได้ยินคนพูดกันว่า “ดูเถิด คนรูเบน คนกาดและคนมนัสเสห์ครึ่งเผ่า ได้สร้างแท่นบูชาตรงหน้าแผ่นดินแห่งคานาอัน ในอาณาเขตของแม่น้ำจอร์แดน ทางด้านที่เป็นของชนชาติอิสราเอล”

22:11 And the children of Israel heard say, Behold, the children of Reuben and the children of Gad and the half tribe of Manasseh have built an altar over against the land of Canaan, in the borders of Jordan, at the passage of the children of Israel.

22:12 และเมื่อชนชาติอิสราเอลได้ยินเรื่องนั้น ชุมนุมชนแห่งชนชาติอิสราเอลทั้งสิ้นก็รวบรวมกันที่เมืองชีโลห์ เพื่อจะขึ้นไปทำสงครามกับพวกเขา

22:12 And when the children of Israel heard of it, the whole congregation of the children of Israel gathered themselves together at Shiloh, to go up to war against them.

22:13 และชนชาติอิสราเอลได้ส่งฟีเนหัสบุตรชายของเอเลอาซาร์ผู้เป็นปุโรหิตไปยังคนรูเบน คนกาด และคนมนัสเสห์ครึ่งเผ่า เข้าไปยังแผ่นดินแห่งกิเลอาด

22:13 And the children of Israel sent unto the children of Reuben, and to the children of Gad, and to the half tribe of Manasseh, into the land of Gilead, Phinehas the son of Eleazar the priest,

22:14 และพร้อมกับเขามีประมุขสิบคน จากทุกครอบครัวที่เป็นหัวหน้าทั่วบรรดาเผ่าของอิสราเอล และทุกคนเป็นหัวหน้าของครัวเรือนแห่งบรรพบุรุษของเขาทั้งหลาย ท่ามกลางคนอิสราเอลที่นับเป็นพัน ๆ นั้น

22:14 And with him ten princes, of each chief house a prince throughout all the tribes of Israel; and each one was an head of the house of their fathers among the thousands of Israel.

22:15 และเขาทั้งหลายมาถึงคนรูเบน คนกาด และคนมนัสเสห์ครึ่งเผ่า ถึงแผ่นดินแห่งกิเลอาด และเขาทั้งหลายกล่าวแก่พวกเขาว่า

22:15 And they came unto the children of Reuben, and to the children of Gad, and to the half tribe of Manasseh, unto the land of Gilead, and they spake with them, saying,

22:16 “ชุมนุมชนทั้งสิ้นของพระเยโฮวาห์กล่าวดังนี้ว่า ‘ท่านทั้งหลายได้กระทำการละเมิดต่อพระเจ้าของอิสราเอลอะไรเช่นนี้ ซึ่งในวันนี้ท่านทั้งหลายได้หันกลับจากการติดตามพระเยโฮวาห์ โดยพวกท่านได้สร้างแท่นบูชาสำหรับตัว เพื่อในวันนี้ท่านทั้งหลายจะกบฏต่อพระเยโฮวาห์

22:16 Thus saith the whole congregation of the LORD, What trespass is this that ye have committed against the God of Israel, to turn away this day from following the LORD, in that ye have builded you an altar, that ye might rebel this day against the LORD?

22:17 ความชั่วช้าแห่งเมืองเปโอร์นั้นยังไม่เพียงพอสำหรับพวกเราหรือ ซึ่งจนกระทั่งวันนี้เราทั้งหลายยังชำระตัวให้สะอาดไม่หมดเลย แม้ว่ามีภัยพิบัติเกิดแก่ชุมนุมชนของพระเยโฮวาห์

22:17 Is the iniquity of Peor too little for us, from which we are not cleansed until this day, although there was a plague in the congregation of the LORD,

22:18 แต่ในวันนี้ท่านทั้งหลายจะหันไปเสียจากการติดตามพระเยโฮวาห์หรือ และถ้าพวกท่านกบฏต่อพระเยโฮวาห์ในวันนี้ ในวันพรุ่งนี้พระองค์จะทรงกริ้วต่อชุมนุมชนอิสราเอลทั้งหมด

22:18 But that ye must turn away this day from following the LORD? and it will be, seeing ye rebel to day against the LORD, that to morrow he will be wroth with the whole congregation of Israel.

22:19 อย่างไรก็ตาม ถ้าแผ่นดินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของท่านทั้งหลายไม่สะอาด ดังนั้นพวกท่านจงข้ามไปในแผ่นดินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของพระเยโฮวาห์ซึ่งเป็นที่ตั้งแห่งพลับพลาของพระเยโฮวาห์ และมาถือกรรมสิทธิ์อยู่ท่ามกลางพวกเราเถิด แต่อย่ากบฏต่อพระเยโฮวาห์ หรือกบฏต่อพวกเรา โดยที่ท่านทั้งหลายสร้างแท่นบูชาสำหรับตัว นอกจากแท่นบูชาแห่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเราทั้งหลาย

22:19 Notwithstanding, if the land of your possession be unclean, then pass ye over unto the land of the possession of the LORD, wherein the LORD'S tabernacle dwelleth, and take possession among us: but rebel not against the LORD, nor rebel against us, in building you an altar beside the altar of the LORD our God.

22:20 อาคานบุตรชายของเศ-ราห์ได้กระทำการละเมิดในเรื่องสิ่งของที่ถูกสาปแช่งนั้นไม่ใช่หรือ และพระพิโรธก็ตกเหนือชุมนุมชนอิสราเอลทั้งสิ้น และชายคนนั้นมิได้พินาศแต่คนเดียวในเรื่องความชั่วช้าของเขา’”

22:20 Did not Achan the son of Zerah commit a trespass in the accursed thing, and wrath fell on all the congregation of Israel? and that man perished not alone in his iniquity.

22:21 ขณะนั้นคนรูเบน คนกาด และคนมนัสเสห์ครึ่งเผ่าได้ตอบ และกล่าวแก่บรรดาหัวหน้าแห่งคนอิสราเอลที่นับเป็นพัน ๆ นั้นว่า

22:21 Then the children of Reuben and the children of Gad and the half tribe of Manasseh answered, and said unto the heads of the thousands of Israel,

22:22 “พระเยโฮวาห์พระเจ้าเหนือพระทั้งหลาย พระเยโฮวาห์พระเจ้าเหนือพระทั้งหลาย พระองค์ทรงทราบ และอิสราเอลก็จะทราบด้วย ถ้าเป็นการกบฏหรือถ้าเป็นการละเมิดต่อพระเยโฮวาห์ (ก็ขออย่าไว้ชีวิตพวกเราในวันนี้เลย)

22:22 The LORD God of gods, the LORD God of gods, he knoweth, and Israel he shall know; if it be in rebellion, or if in transgression against the LORD, (save us not this day,)

22:23 ถ้าเราทั้งหลายได้สร้างแท่นบูชาสำหรับพวกเรานั้นเพื่อหันจากการติดตามพระเยโฮวาห์ หรือถ้าเพื่อถวายเครื่องเผาบูชาหรือเครื่องธัญญบูชา หรือถ้าเพื่อถวายเครื่องสันติบูชาบนแท่นบูชานั้น ขอพระเยโฮวาห์ทรงลงโทษเถิด

22:23 That we have built us an altar to turn from following the LORD, or if to offer thereon burnt offering or meat offering, or if to offer peace offerings thereon, let the LORD himself require it;

22:24 และตรงกันข้าม พวกเราได้สร้างไว้ด้วยเกรงว่า ในเวลาภายหน้าลูกหลานของท่านทั้งหลายอาจจะกล่าวต่อลูกหลานของพวกเราว่า ‘เจ้ามีส่วนเกี่ยวพันอะไรกับพระเยโฮวาห์พระเจ้าของอิสราเอล

22:24 And if we have not rather done it for fear of this thing, saying, In time to come your children might speak unto our children, saying, What have ye to do with the LORD God of Israel?

22:25 เพราะว่าพระเยโฮวาห์ทรงกำหนดแม่น้ำจอร์แดนเป็นพรมแดนระหว่างพวกเรากับเจ้าทั้งหลาย พวกเจ้าคนรูเบนและคนกาดเอ๋ย พวกเจ้าไม่มีส่วนในพระเยโฮวาห์’ ดังนั้นลูกหลานของท่านทั้งหลายอาจกระทำให้ลูกหลานของพวกเราหยุดเกรงกลัวพระเยโฮวาห์

22:25 For the LORD hath made Jordan a border between us and you, ye children of Reuben and children of Gad; ye have no part in the LORD: so shall your children make our children cease from fearing the LORD.

22:26 เพราะฉะนั้นพวกเราจึงว่า ‘บัดนี้ให้เราทั้งหลายสร้างแท่นบูชาสำหรับพวกเรา มิใช่สำหรับการถวายเครื่องเผาบูชาหรือเครื่องสัตวบูชาใด ๆ

22:26 Therefore we said, Let us now prepare to build us an altar, not for burnt offering, nor for sacrifice:

22:27 แต่เพื่อแท่นบูชานั้นจะเป็นพยานระหว่างพวกเรากับท่านทั้งหลาย และระหว่างคนชั่วอายุต่อจากพวกเรา เพื่อเราทั้งหลายจะกระทำการปรนนิบัติพระเยโฮวาห์ต่อพระพักตร์ของพระองค์ ด้วยเครื่องเผาบูชา และเครื่องสัตวบูชา และเครื่องสันติบูชาของพวกเรา เพื่อว่าลูกหลานของท่านทั้งหลายจะไม่กล่าวแก่ลูกหลานของพวกเราในเวลาต่อไปว่า “เจ้าทั้งหลายไม่มีส่วนในพระเยโฮวาห์”’

22:27 But that it may be a witness between us, and you, and our generations after us, that we might do the service of the LORD before him with our burnt offerings, and with our sacrifices, and with our peace offerings; that your children may not say to our children in time to come, Ye have no part in the LORD.

22:28 เพราะฉะนั้น เราทั้งหลายจึงกล่าวว่า เพื่อว่าเมื่อพวกเขาพูดเช่นนี้กับเราทั้งหลายหรือกับลูกหลานของพวกเราในเวลาภายหน้า เราทั้งหลายก็จะพูดได้ว่า ‘ดูเถิด นั่นเป็นแบบจำลองของแท่นบูชาแห่งพระเยโฮวาห์ ซึ่งบรรพบุรุษของพวกเราได้กระทำไว้ มิใช่เพื่อถวายเครื่องเผาบูชาหรือเครื่องสัตวบูชา แต่เพื่อเป็นพยานระหว่างพวกเรากับท่านทั้งหลาย’

22:28 Therefore said we, that it shall be, when they should so say to us or to our generations in time to come, that we may say again, Behold the pattern of the altar of the LORD, which our fathers made, not for burnt offerings, nor for sacrifices; but it is a witness between us and you.

22:29 ขอพระเจ้าอย่ายอมให้เราทั้งหลายกบฏต่อพระเยโฮวาห์เลย และหันจากการติดตามพระเยโฮวาห์เสียในวันนี้ โดยสร้างแท่นบูชาสำหรับเครื่องเผาบูชา หรือเครื่องธัญญบูชา หรือเครื่องสัตวบูชา นอกจากแท่นบูชาแห่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าของพวกเราซึ่งตั้งอยู่ต่อหน้าพลับพลาของพระองค์”

22:29 God forbid that we should rebel against the LORD, and turn this day from following the LORD, to build an altar for burnt offerings, for meat offerings, or for sacrifices, beside the altar of the LORD our God that is before his tabernacle.

22:30 และเมื่อฟีเนหัสผู้เป็นปุโรหิต และพวกประมุขของชุมนุมชน และบรรดาหัวหน้าแห่งคนอิสราเอลที่นับเป็นพัน ๆ ที่อยู่ด้วยกันกับเขานั้น ได้ยินบรรดาถ้อยคำที่คนรูเบน คนกาด และคนมนัสเสห์กล่าวนั้น เขาทั้งหลายก็รู้สึกเป็นที่พอใจมาก

22:30 And when Phinehas the priest, and the princes of the congregation and heads of the thousands of Israel which were with him, heard the words that the children of Reuben and the children of Gad and the children of Manasseh spake, it pleased them.

22:31 และฟีเนหัสบุตรชายของเอเลอาซาร์ผู้เป็นปุโรหิตจึงกล่าวแก่คนรูเบน คนกาด และคนมนัสเสห์ว่า “วันนี้เราทั้งหลายรู้แล้วว่าพระเยโฮวาห์ทรงสถิตท่ามกลางพวกเรา เพราะท่านทั้งหลายมิได้กระทำการละเมิดนี้ต่อพระเยโฮวาห์ บัดนี้พวกท่านได้ช่วยให้ชนชาติอิสราเอลพ้นจากพระหัตถ์ของพระเยโฮวาห์”

22:31 And Phinehas the son of Eleazar the priest said unto the children of Reuben, and to the children of Gad, and to the children of Manasseh, This day we perceive that the LORD is among us, because ye have not committed this trespass against the LORD: now ye have delivered the children of Israel out of the hand of the LORD.

22:32 และฟีเนหัสบุตรชายเอเลอาซาร์ผู้เป็นปุโรหิต และประมุขทั้งหลายก็กลับจากคนรูเบนและคนกาด จากแผ่นดินแห่งกิเลอาด ไปยังแผ่นดินแห่งคานาอัน ไปหาชนชาติอิสราเอล และแจ้งข่าวให้เขาทั้งหลายทราบ

22:32 And Phinehas the son of Eleazar the priest, and the princes, returned from the children of Reuben, and from the children of Gad, out of the land of Gilead, unto the land of Canaan, to the children of Israel, and brought them word again.

22:33 และรายงานนั้นเป็นที่พอใจสำหรับชนชาติอิสราเอล และชนชาติอิสราเอลก็สรรเสริญพระเจ้า และไม่มุ่งหมายที่จะขึ้นไปกระทำสงครามกับเขาทั้งหลาย เพื่อทำลายแผ่นดินซึ่งคนรูเบนและคนกาดได้อาศัยอยู่นั้นเลย

22:33 And the thing pleased the children of Israel; and the children of Israel blessed God, and did not intend to go up against them in battle, to destroy the land wherein the children of Reuben and Gad dwelt.

22:34 และคนรูเบนและคนกาดเรียกแท่นบูชานั้นว่า เอ็ด เพราะว่า แท่นบูชานั้นจะเป็นพยานระหว่างเราทั้งหลายว่า พระเยโฮวาห์ทรงเป็นพระเจ้า

22:34 And the children of Reuben and the children of Gad called the altar Ed: for it shall be a witness between us that the LORD is God.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope