กลับหน้าแรก / Main Menu

 

โยชูวา 7 / Joshua 7

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24]

อาคานถูกลงโทษเพราะเหตุบาปของเขา
7:1 แต่ชนชาติอิสราเอลได้ละเมิดในเรื่องสิ่งของที่ถูกสาปแช่งนั้น เพราะอาคานบุตรชายของคารมี ผู้เป็นบุตรชายของศับดี ผู้เป็นบุตรชายของเศ-ราห์ เผ่ายูดาห์ ได้เอาสิ่งของที่ถูกสาปแช่งบางส่วนไปเป็นของตน และพระพิโรธของพระเยโฮวาห์ก็พลุ่งขึ้นต่อชนชาติอิสราเอล

Achan's Sin Punished
7:1 But the children of Israel committed a trespass in the accursed thing: for Achan, the son of Carmi, the son of Zabdi, the son of Zerah, of the tribe of Judah, took of the accursed thing: and the anger of the LORD was kindled against the children of Israel.

7:2 และโยชูวาได้ส่งบางคนจากเมืองเยรีโคให้ไปยังเมืองอัย ซึ่งอยู่ข้างเมืองเบธาเวน ข้างทิศตะวันออกของเมืองเบธเอล และกล่าวแก่พวกเขาว่า “จงขึ้นไปและสอดแนมดูแผ่นดินนั้น” และคนเหล่านั้นก็ขึ้นไปและสอดแนมดูเมืองอัย

7:2 And Joshua sent men from Jericho to Ai, which is beside Bethaven, on the east side of Bethel, and spake unto them, saying, Go up and view the country. And the men went up and viewed Ai.

7:3 และเขาทั้งหลายกลับมาหาโยชูวาและพูดกับท่านว่า “ไม่ต้องให้ประชากรทั้งหมดขึ้นไป แต่ให้สักสองสามพันคนขึ้นไปและตีเมืองอัย และไม่ต้องให้ประชากรทั้งหมดเหน็ดเหนื่อยที่นั่นเลย เพราะพวกเขามีคนน้อย”

7:3 And they returned to Joshua, and said unto him, Let not all the people go up; but let about two or three thousand men go up and smite Ai; and make not all the people to labour thither; for they are but few.

7:4 ดังนั้น มีประชากรขึ้นไปที่นั่นประมาณสามพันคน แต่เขาทั้งหลายได้แตกหนีไปพ้นหน้าชาวเมืองอัย

7:4 So there went up thither of the people about three thousand men: and they fled before the men of Ai.

7:5 และชาวเมืองอัยก็ฆ่าฟันคนเหล่านั้นตายประมาณสามสิบหกคน ด้วยว่าพวกเขาขับไล่คนเหล่านั้นจากตรงหน้าประตูเมืองไปยังเชบาริม และฆ่าฟันคนเหล่านั้นตามทางลง ดังนั้นจิตใจของประชากรก็ละลายไป และเป็นเหมือนอย่างน้ำ

7:5 And the men of Ai smote of them about thirty and six men: for they chased them from before the gate even unto Shebarim, and smote them in the going down: wherefore the hearts of the people melted, and became as water.

7:6 และโยชูวาก็ฉีกเสื้อผ้าของตน และซบหน้าของตนลงถึงดินต่อหน้าหีบแห่งพระเยโฮวาห์จนถึงเวลาเย็น ทั้งตัวท่านกับพวกผู้อาวุโสของคนอิสราเอล และเอาผงคลีดินใส่บนศีรษะของเขาทั้งหลาย

7:6 And Joshua rent his clothes, and fell to the earth upon his face before the ark of the LORD until the eventide, he and the elders of Israel, and put dust upon their heads.

7:7 และโยชูวากราบทูลว่า “โอ ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้า อนิจจา เป็นไฉนพระองค์จึงทรงนำชนชาตินี้ข้ามแม่น้ำจอร์แดนมา เพื่อจะมอบข้าพระองค์ทั้งหลายไว้ในมือของคนอาโมไรต์ให้ทำลายพวกข้าพระองค์เสีย ข้าพระองค์ทั้งหลายน่าจะพอใจและอาศัยอยู่ฟากแม่น้ำจอร์แดนข้างโน้น

7:7 And Joshua said, Alas, O Lord GOD, wherefore hast thou at all brought this people over Jordan, to deliver us into the hand of the Amorites, to destroy us? would to God we had been content, and dwelt on the other side Jordan!

7:8 โอ ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์จะทูลประการใดได้เล่าเมื่อคนอิสราเอลได้หันหลังหนีให้พ้นหน้าบรรดาศัตรูของพวกเขาเสียแล้ว

7:8 O Lord, what shall I say, when Israel turneth their backs before their enemies!

7:9 เพราะว่าคนคานาอันกับบรรดาคนที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินนั้นจะได้ยินเรื่องนี้ แล้วจะยกมาตั้งล้อมพวกข้าพระองค์ และตัดชื่อของข้าพระองค์ทั้งหลายเสียจากแผ่นดินโลก และพระองค์จะทรงกระทำประการใดเล่าต่อพระนามอันยิ่งใหญ่ของพระองค์”

7:9 For the Canaanites and all the inhabitants of the land shall hear of it, and shall environ us round, and cut off our name from the earth: and what wilt thou do unto thy great name?

7:10 และพระเยโฮวาห์ตรัสกับโยชูวาว่า “เจ้าจงลุกขึ้นเถิด เหตุไฉนเจ้าจึงซบหน้าของเจ้าลงดังนี้เล่า

7:10 And the LORD said unto Joshua, Get thee up; wherefore liest thou thus upon thy face?

7:11 คนอิสราเอลได้กระทำบาป และเขาทั้งหลายได้ละเมิดพันธสัญญาของเราซึ่งเราได้บัญชาพวกเขาไว้ ด้วยว่าเขาทั้งหลายได้เอาสิ่งของที่ถูกสาปแช่งบางส่วนไปเป็นของตน และพวกเขาได้ขโมยและอำพรางด้วย และเขาทั้งหลายได้เอาของเหล่านั้นรวมไว้กับสิ่งของของตน

7:11 Israel hath sinned, and they have also transgressed my covenant which I commanded them: for they have even taken of the accursed thing, and have also stolen, and dissembled also, and they have put it even among their own stuff.

7:12 เพราะฉะนั้น ชนชาติอิสราเอลจึงไม่สามารถยืนหยัดต่อหน้าบรรดาศัตรูของเขาทั้งหลายได้ แต่พวกเขาได้หันหลังหนีต่อหน้าบรรดาศัตรูของตน เพราะว่าเขาทั้งหลายถูกสาปแช่งแล้ว ทั้งเราจะไม่อยู่กับเจ้าทั้งหลายอีกต่อไป เว้นแต่พวกเจ้าจะทำลายผู้ที่ถูกสาปแช่งนั้นจากท่ามกลางเจ้าทั้งหลายเสีย

7:12 Therefore the children of Israel could not stand before their enemies, but turned their backs before their enemies, because they were accursed: neither will I be with you any more, except ye destroy the accursed from among you.

7:13 จงลุกขึ้นชำระประชากรให้บริสุทธิ์และกล่าวว่า ‘จงชำระตัวเสียเพื่อวันพรุ่งนี้ เพราะว่าพระเยโฮวาห์พระเจ้าของอิสราเอลกล่าวดังนี้ว่า “โอ คนอิสราเอลเอ๋ย มีสิ่งของที่ถูกสาปแช่งอยู่ท่ามกลางเจ้า เจ้าไม่สามารถจะยืนหยัดต่อหน้าบรรดาศัตรูของเจ้าได้ จนกว่าเจ้าทั้งหลายจะนำสิ่งของที่ถูกสาปแช่งนั้นออกจากท่ามกลางพวกเจ้าเสีย”’

7:13 Up, sanctify the people, and say, Sanctify yourselves against to morrow: for thus saith the LORD God of Israel, There is an accursed thing in the midst of thee, O Israel: thou canst not stand before thine enemies, until ye take away the accursed thing from among you.

7:14 ฉะนั้น พอรุ่งเช้าเจ้าทั้งหลายจงเข้ามาตามเผ่าของพวกเจ้าทีละเผ่า และต่อมาเผ่าใดที่พระเยโฮวาห์ทรงเลือกไว้จะต้องเข้ามาทีละครอบครัว และครอบครัวใดที่พระเยโฮวาห์ทรงเลือกไว้จะต้องเข้ามาทีละครัวเรือน และครัวเรือนใดที่พระเยโฮวาห์ทรงเลือกไว้จะต้องเข้ามาทีละคน

7:14 In the morning therefore ye shall be brought according to your tribes: and it shall be, that the tribe which the LORD taketh shall come according to the families thereof; and the family which the LORD shall take shall come by households; and the household which the LORD shall take shall come man by man.

7:15 และต่อมาผู้ใดที่ทรงเลือกไว้ว่ามีสิ่งของที่ถูกสาปแช่งนั้น จะต้องถูกเผาเสียด้วยไฟ ทั้งตัวเขาและสิ่งสารพัดที่เขามีอยู่ เพราะว่าเขาได้ละเมิดพันธสัญญาของพระเยโฮวาห์ และเพราะว่าเขาได้กระทำความโง่เขลาในอิสราเอล”

7:15 And it shall be, that he that is taken with the accursed thing shall be burnt with fire, he and all that he hath: because he hath transgressed the covenant of the LORD, and because he hath wrought folly in Israel.

7:16 ดังนั้น โยชูวาได้ลุกขึ้นแต่เช้าตรู่ และนำคนอิสราเอลเข้ามาทีละเผ่า และเผ่ายูดาห์ถูกเลือกไว้

7:16 So Joshua rose up early in the morning, and brought Israel by their tribes; and the tribe of Judah was taken:

7:17 และท่านนำครอบครัวของยูดาห์เข้ามา และพระองค์ทรงเลือกครอบครัวของเศ-ราห์ และท่านนำครอบครัวของเศ-ราห์เข้ามาทีละคน และศับดีถูกเลือกไว้

7:17 And he brought the family of Judah; and he took the family of the Zarhites: and he brought the family of the Zarhites man by man; and Zabdi was taken:

7:18 และท่านนำครัวเรือนของเขาเข้ามาทีละคน และอาคานบุตรชายของคารมี ผู้เป็นบุตรชายของศับดี ผู้เป็นบุตรชายของเศ-ราห์ เผ่ายูดาห์ ถูกเลือกไว้

7:18 And he brought his household man by man; and Achan, the son of Carmi, the son of Zabdi, the son of Zerah, of the tribe of Judah, was taken.

7:19 และโยชูวากล่าวแก่อาคานว่า “ลูกของข้าเอ๋ย ข้าขอร้องเจ้า จงถวายสง่าราศีแด่พระเยโฮวาห์พระเจ้าของอิสราเอล และจงสารภาพต่อพระองค์ และบัดนี้จงบอกข้ามาว่าเจ้าได้กระทำอะไรไป อย่าปิดบังสิ่งนั้นไว้จากข้าเลย”

7:19 And Joshua said unto Achan, My son, give, I pray thee, glory to the LORD God of Israel, and make confession unto him; and tell me now what thou hast done; hide it not from me.

7:20 และอาคานตอบโยชูวา และพูดว่า “แท้จริง ข้าพเจ้าได้กระทำบาปต่อพระเยโฮวาห์พระเจ้าของอิสราเอล และข้าพเจ้าได้กระทำอย่างนั้นอย่างนี้

7:20 And Achan answered Joshua, and said, Indeed I have sinned against the LORD God of Israel, and thus and thus have I done:

7:21 ในท่ามกลางของที่ริบมา เมื่อข้าพเจ้าได้เห็นเสื้อคลุมงามตัวหนึ่งของเมืองบาบิโลน กับเงินสองร้อยเชเขล และทองคำแท่งหนึ่งหนักห้าสิบเชเขล ข้าพเจ้าจึงโลภอยากได้สิ่งของเหล่านั้น และข้าพเจ้าได้เอาสิ่งของเหล่านั้นมา และดูเถิด สิ่งของเหล่านั้นซ่อนอยู่ใต้ดินท่ามกลางเต็นท์ของข้าพเจ้า และเงินนั้นอยู่ข้างล่างสิ่งของนั้น”

7:21 When I saw among the spoils a goodly Babylonish garment, and two hundred shekels of silver, and a wedge of gold of fifty shekels weight, then I coveted them, and took them; and, behold, they are hid in the earth in the midst of my tent, and the silver under it.

7:22 ดังนั้น โยชูวาก็ส่งผู้สื่อสารออกไป และเขาทั้งหลายก็วิ่งไปที่เต็นท์ และดูเถิด สิ่งของนั้นซ่อนอยู่ในเต็นท์ของเขา และเงินอยู่ข้างล่างสิ่งของนั้น

7:22 So Joshua sent messengers, and they ran unto the tent; and, behold, it was hid in his tent, and the silver under it.

7:23 และเขาทั้งหลายก็เอาสิ่งของเหล่านั้นออกมาจากท่ามกลางเต็นท์ และนำสิ่งของนั้นไปให้โยชูวาและชนชาติอิสราเอลทั้งปวง แล้วพวกเขาก็วางสิ่งของเหล่านั้นลงต่อพระพักตร์ของพระเยโฮวาห์

7:23 And they took them out of the midst of the tent, and brought them unto Joshua, and unto all the children of Israel, and laid them out before the LORD.

7:24 และโยชูวากับบรรดาคนอิสราเอลได้พาอาคานบุตรชายของเศ-ราห์ กับเงิน เสื้อคลุมตัวนั้น และทองคำแท่งนั้น ทั้งบุตรชายหญิงของเขา ทั้งวัวตัวผู้ ลา แพะแกะ และเต็นท์ของเขา และทุกสิ่งที่เขามีอยู่ และเขาทั้งหลายได้นำคนกับสิ่งของทั้งหมดไปยังหุบเขาแห่งอาโคร์

7:24 And Joshua, and all Israel with him, took Achan the son of Zerah, and the silver, and the garment, and the wedge of gold, and his sons, and his daughters, and his oxen, and his asses, and his sheep, and his tent, and all that he had: and they brought them unto the valley of Achor.

7:25 และโยชูวากล่าวว่า “ทำไมเจ้าจึงนำความยากร้ายมาให้เราทั้งหลาย พระเยโฮวาห์จะทรงนำความยากร้ายมาถึงเจ้าในวันนี้” และบรรดาคนอิสราเอลก็เอาหินขว้างเขาให้ตาย และเผาเขาทั้งหลายด้วยไฟ หลังจากเขาทั้งหลายได้ขว้างพวกเขาด้วยก้อนหินแล้ว

7:25 And Joshua said, Why hast thou troubled us? the LORD shall trouble thee this day. And all Israel stoned him with stones, and burned them with fire, after they had stoned them with stones.

7:26 และเขาทั้งหลายเอาหินถมกองทับเขาไว้เป็นกองใหญ่ยังอยู่จนถึงทุกวันนี้ ดังนั้นพระเยโฮวาห์ก็ทรงหันกลับจากพระพิโรธอันแรงกล้าของพระองค์ เพราะฉะนั้นจนถึงทุกวันนี้สถานที่นั้นได้เรียกว่าหุบเขาแห่งอาโคร์

7:26 And they raised over him a great heap of stones unto this day. So the LORD turned from the fierceness of his anger. Wherefore the name of that place was called, The valley of Achor, unto this day.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope