กลับหน้าแรก / Main Menu

 

ลูกา 22 / Luke 22

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24]

ยูดาสตกลงว่าจะทรยศพระเยซู (มธ 26:14-15; มก 14:10-11)
22:1 เทศกาลเลี้ยงขนมปังไร้เชื้อที่เรียกว่าปัสกามาใกล้แล้ว

Judas Agrees to Betray Jesus (Matt. 26:14-15; Mark 14:10-11)
22:1 Now the feast of unleavened bread drew nigh, which is called the Passover.

22:2 พวกปุโรหิตใหญ่กับพวกธรรมาจารย์หาช่องทางว่าเขาจะฆ่าพระองค์ได้อย่างไร เพราะเขากลัวประชาชน

22:2 And the chief priests and scribes sought how they might kill him; for they feared the people.

22:3 ฝ่ายซาตานเข้าดลใจยูดาสที่เรียกว่าอิสคาริโอทที่นับเข้าในพวกสาวกสิบสองคน

22:3 Then entered Satan into Judas surnamed Iscariot, being of the number of the twelve.

22:4 ยูดาสได้ไปปรึกษากับพวกปุโรหิตใหญ่และพวกนายทหารว่า จะทรยศพระองค์ให้เขาได้ด้วยวิธีใด

22:4 And he went his way, and communed with the chief priests and captains, how he might betray him unto them.

22:5 คนเหล่านั้นดีใจ และตกลงกับยูดาสว่าจะให้เงิน

22:5 And they were glad, and covenanted to give him money.

22:6 ยูดาสจึงให้สัญญา และคอยหาโอกาสที่จะทรยศพระองค์ให้แก่เขาเมื่อว่างคน

22:6 And he promised, and sought opportunity to betray him unto them in the absence of the multitude.

การเตรียมสำหรับเทศกาลปัสกา (มธ 26:17-19; มก 14:12-16)
22:7 พอถึงวันกินขนมปังไร้เชื้อ เมื่อเขาต้องฆ่าลูกแกะสำหรับปัสกา

Preparation for the Passover (Matt. 26:17-19; Mark 14:12-16)
22:7 Then came the day of unleavened bread, when the passover must be killed.

22:8 พระองค์จึงทรงใช้เปโตรและยอห์นไปสั่งว่า “จงไปจัดเตรียมปัสกาให้เราทั้งหลายกิน”

22:8 And he sent Peter and John, saying, Go and prepare us the passover, that we may eat.

22:9 เขาทูลถามพระองค์ว่า “พระองค์ทรงปรารถนาจะให้ข้าพระองค์ทั้งหลายจัดเตรียมที่ไหน”

22:9 And they said unto him, Where wilt thou that we prepare?

22:10 พระองค์ตรัสตอบเขาว่า “ดูเถิด เมื่อท่านเข้าไปในกรุงก็จะมีชายคนหนึ่งทูนหม้อน้ำมาพบท่าน เขาจะเข้าไปเรือนไหน จงตามเขาไปในเรือนนั้น

22:10 And he said unto them, Behold, when ye are entered into the city, there shall a man meet you, bearing a pitcher of water; follow him into the house where he entereth in.

22:11 จงพูดกับเจ้าของเรือนว่า ‘พระอาจารย์ให้ถามท่านว่า “ห้องที่เราจะกินปัสกากับเหล่าสาวกของเราได้นั้นอยู่ที่ไหน”’

22:11 And ye shall say unto the goodman of the house, The Master saith unto thee, Where is the guestchamber, where I shall eat the passover with my disciples?

22:12 เจ้าของเรือนจะชี้ให้ท่านเห็นห้องใหญ่ชั้นบนที่ตกแต่งไว้แล้ว ที่นั่นแหละจงจัดเตรียมไว้เถิด”

22:12 And he shall shew you a large upper room furnished: there make ready.

22:13 เขาทั้งสองจึงไปและพบเหมือนคำที่พระองค์ได้ตรัสแก่เขา แล้วได้จัดเตรียมปัสกาไว้พร้อม

22:13 And they went, and found as he had said unto them: and they made ready the passover.

เทศกาลปัสกา (มธ 26:20; มก 14:17; ยน 13)
22:14 เมื่อถึงเวลาพระองค์ทรงเอนพระกายลงเสวยพร้อมกับอัครสาวกสิบสองคน

Preliminary Passover Meal (Matt. 26:20; Mark 14:17; John 13)
22:14 And when the hour was come, he sat down, and the twelve apostles with him.

22:15 พระองค์ตรัสกับเขาว่า “เรามีความปรารถนาอย่างยิ่งที่จะกินปัสกานี้กับพวกท่าน ก่อนเราจะต้องทนทุกข์ทรมาน

22:15 And he said unto them, With desire I have desired to eat this passover with you before I suffer:

22:16 ด้วยเราบอกท่านทั้งหลายว่า เราจะไม่กินปัสกานี้อีกจนกว่าจะสำเร็จในอาณาจักรของพระเจ้า”

22:16 For I say unto you, I will not any more eat thereof, until it be fulfilled in the kingdom of God.

22:17 พระองค์ทรงหยิบถ้วย ขอบพระคุณแล้วตรัสว่า “จงรับถ้วยนี้แบ่งกันดื่ม

22:17 And he took the cup, and gave thanks, and said, Take this, and divide it among yourselves:

22:18 เพราะเราบอกท่านทั้งหลายว่า เราจะไม่ดื่มน้ำองุ่นจากเถาองุ่นต่อไปอีกจนกว่าอาณาจักรของพระเจ้าจะมา”

22:18 For I say unto you, I will not drink of the fruit of the vine, until the kingdom of God shall come.

ทรงประทานพิธีระลึกถึงองค์พระผู้เป็นเจ้า (มธ 26:26-29; มก 14:22-25; 1 คร 11:23-26)
22:19 พระองค์ทรงหยิบขนมปัง ขอบพระคุณแล้วหักส่งให้แก่เขาทั้งหลายตรัสว่า “นี่เป็นกายของเรา ซึ่งได้ให้สำหรับท่านทั้งหลาย จงกระทำอย่างนี้ให้เป็นที่ระลึกถึงเรา”

The Lord's Supper Given (Matt. 26:26-29; Mark 14:22-25; 1 Cor. 11:23-26)
22:19 And he took bread, and gave thanks, and brake it, and gave unto them, saying, This is my body which is given for you: this do in remembrance of me.

22:20 เมื่อรับประทานแล้ว จึงทรงหยิบถ้วยกระทำเหมือนกันตรัสว่า “ถ้วยนี้เป็นพันธสัญญาใหม่โดยโลหิตของเราซึ่งเทออกเพื่อท่านทั้งหลาย

22:20 Likewise also the cup after supper, saying, This cup is the new testament in my blood, which is shed for you.

อัครสาวกผู้หนึ่งจะทรยศพระเยซู (มธ 26:21-25; มก 14:18-21; ยน 13:18-30)
22:21 แต่ ดูเถิด มือของผู้ที่จะทรยศเราก็อยู่กับเราบนโต๊ะ

One Disciple to Betray Jesus (Matt. 26:21-25; Mark 14:18-21; John 13:18-30)
22:21 But, behold, the hand of him that betrayeth me is with me on the table.

22:22 เพราะบุตรมนุษย์จะเสด็จไปเหมือนได้ทรงดำริไว้แต่ก่อนแล้ว แต่วิบัติแก่ผู้นั้นที่ทรยศพระองค์”

22:22 And truly the Son of man goeth, as it was determined: but woe unto that man by whom he is betrayed!

22:23 เหล่าสาวกจึงเริ่มถามกันและกันว่า จะเป็นใครในพวกเขาที่จะกระทำการนั้น

22:23 And they began to enquire among themselves, which of them it was that should do this thing.

ยากอบและยอห์นอยากเป็นใหญ่
22:24 มีการเถียงกันด้วยว่าจะนับว่าใครในพวกเขาเป็นใหญ่ที่สุด

James and John Seek Prominence
22:24 And there was also a strife among them, which of them should be accounted the greatest.

22:25 พระองค์จึงตรัสแก่เขาว่า “กษัตริย์ของคนต่างชาติย่อมเป็นเจ้าเหนือเขา และผู้ที่มีอำนาจเหนือเขานั้น เขาเรียกว่าผู้มีพระคุณ

22:25 And he said unto them, The kings of the Gentiles exercise lordship over them; and they that exercise authority upon them are called benefactors.

22:26 แต่พวกท่านจะหาเป็นอย่างนั้นไม่ ผู้ใดในพวกท่านที่เป็นใหญ่ที่สุด ให้ผู้นั้นเป็นเหมือนผู้เล็กน้อยที่สุด และผู้ใดเป็นนาย ให้ผู้นั้นเป็นเหมือนคนรับใช้

22:26 But ye shall not be so: but he that is greatest among you, let him be as the younger; and he that is chief, as he that doth serve.

22:27 ด้วยว่าใครเป็นใหญ่กว่า ผู้ที่เอนกายลงรับประทานหรือผู้รับใช้ ผู้ที่เอนกายลงรับประทานมิใช่หรือ แต่ว่าเราอยู่ท่ามกลางท่านทั้งหลายเหมือนผู้รับใช้

22:27 For whether is greater, he that sitteth at meat, or he that serveth? is not he that sitteth at meat? but I am among you as he that serveth.

อัครสาวกจะพิพากษาพวกอิสราเอลในอาณาจักรของพระเจ้า
22:28 ฝ่ายท่านทั้งหลายเป็นคนที่ได้อยู่กับเราในเวลาที่เราถูกทดลอง

The Apostles to Judge Israel in the Kingdom
22:28 Ye are they which have continued with me in my temptations.

22:29 และพระบิดาของเราได้ทรงจัดเตรียมอาณาจักรมอบให้แก่เราอย่างไร เราก็จะจัดเตรียมอาณาจักรมอบให้แก่ท่านทั้งหลายเหมือนกัน

22:29 And I appoint unto you a kingdom, as my Father hath appointed unto me;

22:30 คือท่านทั้งหลายจะกินและดื่มที่โต๊ะของเราในอาณาจักรของเรา และจะนั่งบนที่นั่งพิพากษาพวกอิสราเอลสิบสองตระกูล”

22:30 That ye may eat and drink at my table in my kingdom, and sit on thrones judging the twelve tribes of Israel.

ทรงพยากรณ์ถึงการปฏิเสธของเปโตร (มธ 26:33-35; มก 14:29-31)
22:31 และองค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า “ซีโมน ซีโมนเอ๋ย ดูเถิด ซาตานได้ขอพวกท่านไว้เพื่อจะฝัดร่อนพวกท่านเหมือนฝัดข้าวสาลี

Peter's Denial Predicted (Matt. 26:33-35; Mark 14:29-31)
22:31 And the Lord said, Simon, Simon, behold, Satan hath desired to have you, that he may sift you as wheat:

22:32 แต่เราได้อธิษฐานเผื่อตัวท่าน เพื่อความเชื่อของท่านจะไม่ได้ขาด และเมื่อท่านได้หันกลับแล้ว จงชูกำลังพี่น้องทั้งหลายของท่าน”

22:32 But I have prayed for thee, that thy faith fail not: and when thou art converted, strengthen thy brethren.

22:33 ฝ่ายเขาจึงทูลพระองค์ว่า “พระองค์เจ้าข้า ข้าพระองค์พร้อมแล้วที่จะไปกับพระองค์ ถึงจะต้องติดคุกและถึงความตายก็ดี”

22:33 And he said unto him, Lord, I am ready to go with thee, both into prison, and to death.

22:34 พระองค์ตรัสว่า “เปโตรเอ๋ย เราบอกท่านว่าวันนี้ก่อนไก่ขัน ท่านจะปฏิเสธว่าไม่รู้จักเราถึงสามครั้ง”

22:34 And he said, I tell thee, Peter, the cock shall not crow this day, before that thou shalt thrice deny that thou knowest me.

เหล่าสาวกออกไปพร้อมกับคำทรงเตือน
22:35 พระองค์จึงตรัสถามเหล่าสาวกว่า “เมื่อเราได้ใช้ท่านทั้งหลายออกไปโดยไม่มีถุงเงิน ไม่มีย่าม ไม่มีรองเท้านั้น ท่านขัดสนสิ่งใดบ้างหรือ” เขาทั้งหลายทูลตอบว่า “ไม่ขาดสิ่งใดเลย”

Disciples Go Out with Warning
22:35 And he said unto them, When I sent you without purse, and scrip, and shoes, lacked ye any thing? And they said, Nothing.

22:36 พระองค์จึงตรัสกับเขาว่า “แต่เดี๋ยวนี้ใครมีถุงเงินให้เอาไปด้วย และย่ามก็ให้เอาไปเหมือนกัน และผู้ใดที่ไม่มีดาบก็ให้ขายเสื้อคลุมของตนไปซื้อดาบ

22:36 Then said he unto them, But now, he that hath a purse, let him take it, and likewise his scrip: and he that hath no sword, let him sell his garment, and buy one.

22:37 ด้วยเราบอกท่านทั้งหลายว่า พระวจนะซึ่งเขียนไว้แล้วนั้นต้องสำเร็จในเรา คือว่า ‘ท่านถูกนับเข้ากับบรรดาผู้ละเมิด’ เพราะว่าคำพยากรณ์ที่เล็งถึงเรานั้นจะสำเร็จ”

22:37 For I say unto you, that this that is written must yet be accomplished in me, And he was reckoned among the transgressors: for the things concerning me have an end.

22:38 เขาทูลตอบว่า “พระองค์เจ้าข้า ดูเถิด มีดาบสองเล่ม” พระองค์ตรัสกับเขาว่า “พอเสียทีเถอะ”

22:38 And they said, Lord, behold, here are two swords. And he said unto them, It is enough.

พระเยซูในสวนเกทเสมนี (มธ 26:36-46; มก 14:32-42; ยน 18:1)
22:39 ฝ่ายพระองค์เสด็จออกไปยังภูเขามะกอกตามเคย และเหล่าสาวกของพระองค์ก็ตามพระองค์ไปด้วย

Jesus in Gethsemane (Matt. 26:36-46; Mark 14:32-42; John 18:1)
22:39 And he came out, and went, as he was wont, to the mount of Olives; and his disciples also followed him.

22:40 เมื่อมาถึงที่นั่นแล้ว พระองค์ตรัสกับเขาทั้งหลายว่า “จงอธิษฐานเพื่อมิให้เข้าในการทดลอง”

22:40 And when he was at the place, he said unto them, Pray that ye enter not into temptation.

22:41 แล้วพระองค์ดำเนินไปจากเขาไกลประมาณขว้างหินตกและทรงคุกเข่าลงอธิษฐาน

22:41 And he was withdrawn from them about a stone's cast, and kneeled down, and prayed,

22:42 ว่า “พระบิดาเจ้าข้า ถ้าพระองค์พอพระทัย ขอให้ถ้วยนี้เลื่อนพ้นไปจากข้าพระองค์เถิด แต่อย่างไรก็ดีอย่าให้เป็นไปตามใจข้าพระองค์ แต่ให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์เถิด”

22:42 Saying, Father, if thou be willing, remove this cup from me: nevertheless not my will, but thine, be done.

22:43 ทูตสวรรค์องค์หนึ่งจากสวรรค์มาปรากฏแก่พระองค์ช่วยชูกำลังพระองค์

22:43 And there appeared an angel unto him from heaven, strengthening him.

22:44 เมื่อพระองค์ทรงเป็นทุกข์มากนักพระองค์ยิ่งปลงพระทัยอธิษฐาน พระเสโทของพระองค์เป็นเหมือนโลหิตไหลหยดลงถึงดินเป็นเม็ดใหญ่

22:44 And being in an agony he prayed more earnestly: and his sweat was as it were great drops of blood falling down to the ground.

22:45 เมื่อทรงอธิษฐานเสร็จและลุกขึ้นแล้ว พระองค์เสด็จมาถึงเหล่าสาวก พบเขานอนหลับอยู่ด้วยกำลังทุกข์โศก

22:45 And when he rose up from prayer, and was come to his disciples, he found them sleeping for sorrow,

22:46 พระองค์จึงตรัสกับเขาว่า “นอนหลับทำไม จงลุกขึ้นอธิษฐานเพื่อท่านจะไม่เข้าในการทดลอง”

22:46 And said unto them, Why sleep ye? rise and pray, lest ye enter into temptation.

พระเยซูทรงถูกทรยศด้วยการจุบ (มธ 26:47-56; มก 14:43-50; ยน 18:3-11)
22:47 พระองค์ตรัสยังไม่ทันขาดคำ ดูเถิด มีคนเป็นอันมาก และผู้ที่ชื่อว่า ยูดาส เป็นคนหนึ่งในสาวกสิบสองคนนำหน้าเขามา ยูดาสเข้ามาใกล้พระเยซูเพื่อจุบพระองค์

Jesus Betrayed with a Kiss (Matt. 26:47-56; Mark 14:43-50; John 18:3-11)
22:47 And while he yet spake, behold a multitude, and he that was called Judas, one of the twelve, went before them, and drew near unto Jesus to kiss him.

22:48 แต่พระเยซูตรัสถามเขาว่า “ยูดาส ท่านจะทรยศบุตรมนุษย์ด้วยการจุบหรือ”

22:48 But Jesus said unto him, Judas, betrayest thou the Son of man with a kiss?

22:49 เมื่อคนทั้งปวงที่อยู่รอบพระองค์เห็นว่าจะเกิดเหตุอะไรต่อไป เขาจึงทูลถามพระองค์ว่า “พระองค์เจ้าข้า ให้เราเอาดาบฟันเขาหรือ”

22:49 When they which were about him saw what would follow, they said unto him, Lord, shall we smite with the sword?

22:50 และมีคนหนึ่งในเหล่าสาวก ได้ฟันผู้รับใช้คนหนึ่งของมหาปุโรหิต ถูกหูข้างขวาของเขาขาด

22:50 And one of them smote the servant of the high priest, and cut off his right ear.

22:51 แต่พระเยซูตรัสว่า “พอเสียทีเถอะ” แล้วพระองค์ทรงถูกต้องใบหูคนนั้นให้เขาหาย

22:51 And Jesus answered and said, Suffer ye thus far. And he touched his ear, and healed him.

22:52 ฝ่ายพระเยซูตรัสแก่พวกปุโรหิตใหญ่ พวกนายทหารรักษาพระวิหาร และพวกผู้ใหญ่ที่ออกมาจับพระองค์นั้นว่า “ท่านทั้งหลายเห็นเราเป็นโจรหรือจึงถือดาบถือตะบองออกมา

22:52 Then Jesus said unto the chief priests, and captains of the temple, and the elders, which were come to him, Be ye come out, as against a thief, with swords and staves?

22:53 เมื่อเราอยู่กับท่านทั้งหลายในพระวิหารทุก ๆ วัน ท่านก็มิได้ยื่นมือออกจับเรา แต่เวลานี้เป็นทีของท่านและเป็นอำนาจแห่งความมืด”

22:53 When I was daily with you in the temple, ye stretched forth no hands against me: but this is your hour, and the power of darkness.

พระเยซูทรงถูกจับ เปโตรปฏิเสธพระองค์ (มธ 26:57, 69-75; มก 14:53-54, 66-72; ยน 18:12-18, 25-27)
22:54 เขาก็จับพระองค์พาเข้าไปในบ้านมหาปุโรหิต เปโตรติดตามไปห่าง ๆ

Jesus Arrested; Peter Denies Him (Matt. 26:57, 69-75; Mark 14:53-54, 66-72; John 18:12-18, 25-27)
22:54 Then took they him, and led him, and brought him into the high priest's house. And Peter followed afar off.

22:55 เมื่อเขาก่อไฟที่กลางลานบ้านและนั่งลงด้วยกันแล้ว เปโตรก็นั่งอยู่ท่ามกลางเขา

22:55 And when they had kindled a fire in the midst of the hall, and were set down together, Peter sat down among them.

22:56 มีสาวใช้คนหนึ่งเห็นเปโตรนั่งอยู่ใกล้ไฟ จึงเพ่งดูแล้วว่า “คนนี้ได้อยู่กับผู้นั้นด้วย”

22:56 But a certain maid beheld him as he sat by the fire, and earnestly looked upon him, and said, This man was also with him.

22:57 แต่เปโตรปฏิเสธพระองค์ว่า “แม่เอ๋ย คนนั้นข้าไม่รู้จัก”

22:57 And he denied him, saying, Woman, I know him not.

22:58 สักครู่หนึ่ง มีอีกคนหนึ่งเห็นเปโตรจึงว่า “เจ้าเป็นคนหนึ่งในพวกนั้นด้วย” เปโตรจึงว่า “พ่อเอ๋ย ข้ามิได้เป็น”

22:58 And after a little while another saw him, and said, Thou art also of them. And Peter said, Man, I am not.

22:59 อยู่มาประมาณอีกชั่วโมงหนึ่งมีอีกคนหนึ่งยืนยันแข็งแรงว่า “แน่แล้ว คนนี้อยู่กับเขาด้วย เพราะเขาเป็นชาวกาลิลี”

22:59 And about the space of one hour after another confidently affirmed, saying, Of a truth this fellow also was with him: for he is a Galilaean.

22:60 แต่เปโตรพูดว่า “พ่อเอ๋ย ที่ท่านว่านั้นข้าไม่รู้เรื่อง” เมื่อเปโตรกำลังพูดยังไม่ทันขาดคำ ในทันใดนั้นไก่ก็ขัน

22:60 And Peter said, Man, I know not what thou sayest. And immediately, while he yet spake, the cock crew.

22:61 องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเหลียวดูเปโตร แล้วเปโตรก็ระลึกถึงคำขององค์พระผู้เป็นเจ้าซึ่งพระองค์ได้ตรัสไว้แก่เขาว่า “ก่อนไก่ขัน ท่านจะปฏิเสธเราถึงสามครั้ง”

22:61 And the Lord turned, and looked upon Peter. And Peter remembered the word of the Lord, how he had said unto him, Before the cock crow, thou shalt deny me thrice.

22:62 แล้วเปโตรก็ออกไปข้างนอกร้องไห้เป็นทุกข์นัก

22:62 And Peter went out, and wept bitterly.

พระเยซูทรงถูกเยาะเย้ยและโบยตี (มธ 26:67-68; มก 14:65; ยน 18:22-23)
22:63 ฝ่ายคนที่คุมพระเยซูก็เยาะเย้ยโบยตีพระองค์

Jesus Mocked and Buffeted (Matt. 26:67-68; Mark 14:65; John 18:22-23)
22:63 And the men that held Jesus mocked him, and smote him.

22:64 และเมื่อเขาเอาผ้าผูกปิดพระเนตรของพระองค์แล้ว เขาจึงตบพระพักตร์พระองค์และถามพระองค์ว่า “จงพยากรณ์เถอะว่า ใครตบเจ้า”

22:64 And when they had blindfolded him, they struck him on the face, and asked him, saying, Prophesy, who is it that smote thee?

22:65 และเขาพูดคำหมิ่นประมาทแก่พระองค์อีกหลายประการ

22:65 And many other things blasphemously spake they against him.

พระเยซูต่อหน้าสภา (มธ 26:59-68; มก 14:55-65; ยน 18:19-24)
22:66 ครั้นรุ่งเช้าพวกผู้ใหญ่ของพลเมืองกับพวกปุโรหิตใหญ่ และพวกธรรมาจารย์ได้ประชุมกัน และเขาพาพระองค์เข้าไปในศาลสูงของเขา และพูดว่า

Sanhedrin Tries Jesus (Matt. 26:59-68; Mark 14:55-65; John 18:19-24)
22:66 And as soon as it was day, the elders of the people and the chief priests and the scribes came together, and led him into their council, saying,

22:67 “ถ้าท่านเป็นพระคริสต์ จงบอกเราเถิด” แต่พระองค์ทรงตอบเขาว่า “ถึงเราจะบอกท่าน ท่านก็จะไม่เชื่อ

22:67 Art thou the Christ? tell us. And he said unto them, If I tell you, ye will not believe:

22:68 และเช่นเดียวกันถึงเราถามท่าน ท่านก็จะไม่ตอบเรา และจะไม่ปล่อยให้เราไป

22:68 And if I also ask you, ye will not answer me, nor let me go.

22:69 แต่ตั้งแต่นี้ไปบุตรมนุษย์จะนั่งข้างขวาของพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพ”

22:69 Hereafter shall the Son of man sit on the right hand of the power of God.

22:70 คนทั้งปวงจึงถามว่า “ท่านเป็นบุตรของพระเจ้าหรือ” พระองค์ตรัสแก่เขาว่า “ก็ท่านว่าแล้วว่าเราเป็น”

22:70 Then said they all, Art thou then the Son of God? And he said unto them, Ye say that I am.

22:71 เขาทั้งหลายจึงว่า “เราต้องการพยานอะไรอีกเล่า เพราะว่าพวกเราได้ยินจากปากของเขาเองแล้ว”

22:71 And they said, What need we any further witness? for we ourselves have heard of his own mouth.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope