กลับหน้าแรก / Main Menu

 

ลูกา 24 / Luke 24

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24]

การฟื้นคืนชีพของพระคริสต์ (มธ 28:1-6; มก 16:1-8; ยน 20:1-17)
24:1 และเช้ามืดในวันต้นสัปดาห์ ผู้หญิงเหล่านั้นจึงนำเครื่องหอมที่เขาได้จัดเตรียมไว้มาถึงอุโมงค์ และคนอื่นก็มาพร้อมกับเขา

The Resurrection of Christ (Matt. 28:1-6; Mark 16:1-8; John 20:1-17)
24:1 Now upon the first day of the week, very early in the morning, they came unto the sepulchre, bringing the spices which they had prepared, and certain others with them.

24:2 เขาเหล่านั้นเห็นก้อนหินกลิ้งออกพ้นจากปากอุโมงค์แล้ว

24:2 And they found the stone rolled away from the sepulchre.

24:3 และเมื่อเข้าไปมิได้เห็นพระศพของพระเยซูเจ้า

24:3 And they entered in, and found not the body of the Lord Jesus.

24:4 ต่อมาเมื่อเขากำลังพิศวงงงงวยด้วยเหตุการณ์นั้น ดูเถิด มีชายสองคนยืนอยู่ใกล้เขา เครื่องนุ่งห่มแพรวพราว

24:4 And it came to pass, as they were much perplexed thereabout, behold, two men stood by them in shining garments:

24:5 ฝ่ายผู้หญิงเหล่านั้นกลัวและซบหน้าลงถึงดิน ชายสองคนนั้นจึงพูดกับเขาว่า “พวกท่านแสวงหาคนเป็นในพวกคนตายทำไมเล่า

24:5 And as they were afraid, and bowed down their faces to the earth, they said unto them, Why seek ye the living among the dead?

24:6 พระองค์ไม่อยู่ที่นี่ แต่ทรงเป็นขึ้นมาแล้ว จงระลึกถึงคำที่พระองค์ได้ตรัสกับท่านทั้งหลายเมื่อพระองค์ยังอยู่ในแคว้นกาลิลี

24:6 He is not here, but is risen: remember how he spake unto you when he was yet in Galilee,

24:7 ว่า ‘บุตรมนุษย์จะต้องถูกมอบไว้ในมือของคนบาป และต้องถูกตรึงที่กางเขน และวันที่สามจะเป็นขึ้นมาใหม่’”

24:7 Saying, The Son of man must be delivered into the hands of sinful men, and be crucified, and the third day rise again.

24:8 เขาจึงระลึกถึงพระดำรัสของพระองค์ได้

24:8 And they remembered his words,

24:9 และกลับไปจากอุโมงค์ แล้วบอกเหตุการณ์ทั้งปวงนั้นแก่สาวกสิบเอ็ดคน และคนอื่น ๆ ทั้งหมดด้วย

24:9 And returned from the sepulchre, and told all these things unto the eleven, and to all the rest.

24:10 ผู้ที่ได้บอกเหตุการณ์นั้นแก่อัครสาวก คือมารีย์ชาวมักดาลา โยอันนา มารีย์มารดาของยากอบ และหญิงอื่น ๆ ที่อยู่กับเขา

24:10 It was Mary Magdalene, and Joanna, and Mary the mother of James, and other women that were with them, which told these things unto the apostles.

24:11 ฝ่ายอัครสาวกไม่เชื่อ ถือว่าเป็นคำเหลวไหล

24:11 And their words seemed to them as idle tales, and they believed them not.

24:12 แต่เปโตรลุกขึ้นวิ่งไปถึงอุโมงค์ ก้มลงมองดูก็เห็นแต่ผ้าป่านวางอยู่ต่างหาก แล้วกลับไปคิดพิศวงถึงเหตุการณ์ซึ่งได้เป็นไปนั้น

24:12 Then arose Peter, and ran unto the sepulchre; and stooping down, he beheld the linen clothes laid by themselves, and departed, wondering in himself at that which was come to pass.

ระหว่างทางที่ไปยังหมู่บ้านเอมมาอูส
24:13 ดูเถิด วันนั้นเองมีสาวกสองคนไปยังหมู่บ้านชื่อเอมมาอูส ไกลจากกรุงเยรูซาเล็มประมาณสิบเอ็ดกิโลเมตร

On Road to Emmaus
24:13 And, behold, two of them went that same day to a village called Emmaus, which was from Jerusalem about threescore furlongs.

24:14 เขาสนทนากันถึงเหตุการณ์ซึ่งได้เป็นไปนั้น

24:14 And they talked together of all these things which had happened.

24:15 และต่อมาเมื่อเขากำลังพูดปรึกษากันอยู่ พระเยซูเองก็เสด็จเข้ามาใกล้ดำเนินไปกับเขา

24:15 And it came to pass, that, while they communed together and reasoned, Jesus himself drew near, and went with them.

24:16 แต่ตาเขาฟางไปและจำพระองค์ไม่ได้

24:16 But their eyes were holden that they should not know him.

24:17 พระองค์ตรัสกับเขาว่า “เมื่อเดินมานี่ด้วยหน้าโศกเศร้า ท่านโต้ตอบกันถึงเรื่องอะไร”

24:17 And he said unto them, What manner of communications are these that ye have one to another, as ye walk, and are sad?

24:18 คนหนึ่งในพวกเขาชื่อเคลโอปัสจึงทูลถามพระองค์ว่า “ท่านเป็นเพียงแต่คนต่างถิ่นในกรุงเยรูซาเล็มหรือ ที่ไม่รู้เหตุการณ์ทั้งปวงซึ่งเป็นไปในวันเหล่านี้”

24:18 And the one of them, whose name was Cleopas, answering said unto him, Art thou only a stranger in Jerusalem, and hast not known the things which are come to pass there in these days?

24:19 พระองค์ตรัสถามเขาว่า “เหตุการณ์อะไร” เขาจึงตอบพระองค์ว่า “เหตุการณ์เรื่องพระเยซูชาวนาซาเร็ธ ผู้เป็นผู้พยากรณ์ ประกอบด้วยฤทธิ์เดชในการงานและในถ้อยคำจำเพาะพระพักตร์ของพระเจ้า และต่อหน้าประชาชนทั้งหลาย

24:19 And he said unto them, What things? And they said unto him, Concerning Jesus of Nazareth, which was a prophet mighty in deed and word before God and all the people:

24:20 และพวกปุโรหิตใหญ่กับขุนนางทั้งหลายของเรา ได้มอบพระองค์ไว้ให้ปรับโทษถึงตาย และตรึงพระองค์ที่กางเขน

24:20 And how the chief priests and our rulers delivered him to be condemned to death, and have crucified him.

24:21 แต่เราทั้งหลายได้หวังใจว่าจะเป็นพระองค์ผู้นั้นที่จะไถ่คนอิสราเอล ยิ่งกว่านั้นอีก วันนี้เป็นวันที่สามตั้งแต่เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น

24:21 But we trusted that it had been he which should have redeemed Israel: and beside all this, to day is the third day since these things were done.

24:22 และยังมีผู้หญิงบางคนในพวกเราที่ได้ทำให้เราประหลาดใจ นางได้ไปที่อุโมงค์เมื่อเวลาเช้ามืด

24:22 Yea, and certain women also of our company made us astonished, which were early at the sepulchre;

24:23 และเมื่อไม่พบพระศพของพระองค์ จึงมาเล่าว่านางได้เห็นนิมิตของพวกทูตสวรรค์ ซึ่งบอกว่าพระองค์ทรงพระชนม์อยู่

24:23 And when they found not his body, they came, saying, that they had also seen a vision of angels, which said that he was alive.

24:24 บางคนที่อยู่กับเราก็ไปจนถึงอุโมงค์ และได้พบเหมือนพวกผู้หญิงเหล่านั้นได้บอก แต่เขาหาได้เห็นพระองค์ไม่”

24:24 And certain of them which were with us went to the sepulchre, and found it even so as the women had said: but him they saw not.

24:25 พระองค์ตรัสแก่สองคนนั้นว่า “โอ คนเขลา และมีใจเฉื่อยในการเชื่อบรรดาคำซึ่งพวกผู้พยากรณ์ได้กล่าวไว้นั้น

24:25 Then he said unto them, O fools, and slow of heart to believe all that the prophets have spoken:

24:26 จำเป็นซึ่งพระคริสต์จะต้องทนทุกข์ทรมานอย่างนั้น แล้วเข้าในสง่าราศีของพระองค์มิใช่หรือ”

24:26 Ought not Christ to have suffered these things, and to enter into his glory?

24:27 พระองค์จึงทรงเริ่มอธิบายพระคัมภีร์ที่เล็งถึงพระองค์ทุกข้อให้เขาฟัง เริ่มต้นตั้งแต่โมเสสและบรรดาผู้พยากรณ์

24:27 And beginning at Moses and all the prophets, he expounded unto them in all the scriptures the things concerning himself.

24:28 เมื่อเขามาใกล้หมู่บ้านที่จะไปนั้น พระองค์ทรงกระทำเหมือนจะทรงดำเนินเลยไป

24:28 And they drew nigh unto the village, whither they went: and he made as though he would have gone further.

24:29 เขาจึงพูดหน่วงเหนี่ยวพระองค์ว่า “เชิญหยุดพักกับเรา เพราะว่าจวนเย็นแล้ว และวันก็ล่วงไปมาก” พระองค์จึงเสด็จเข้าไปเพื่อพักอยู่กับเขา

24:29 But they constrained him, saying, Abide with us: for it is toward evening, and the day is far spent. And he went in to tarry with them.

24:30 ต่อมาเมื่อพระองค์ทรงเอนพระกายลงเสวยกับเขา พระองค์ทรงหยิบขนมปัง ขอบพระคุณ แล้วหักส่งให้เขา

24:30 And it came to pass, as he sat at meat with them, he took bread, and blessed it, and brake, and gave to them.

24:31 ตาของเขาก็หายฟางและเขาก็รู้จักพระองค์ แล้วพระองค์ก็อันตรธานไปจากเขา

24:31 And their eyes were opened, and they knew him; and he vanished out of their sight.

24:32 เขาจึงพูดกันว่า “ใจเราเร่าร้อนภายใน เมื่อพระองค์ตรัสกับเราตามทาง เมื่อพระองค์ทรงอธิบายพระคัมภีร์ให้เราฟังมิใช่หรือ”

24:32 And they said one to another, Did not our heart burn within us, while he talked with us by the way, and while he opened to us the scriptures?

24:33 แล้วคนทั้งสองนั้นก็ลุกขึ้นในโมงนั้นเองกลับไปยังกรุงเยรูซาเล็ม และพบพวกสาวกสิบเอ็ดคนชุมนุมกันอยู่พร้อมทั้งพรรคพวก

24:33 And they rose up the same hour, and returned to Jerusalem, and found the eleven gathered together, and them that were with them,

24:34 กำลังพูดกันว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นขึ้นมาแล้วจริง ๆ และได้ปรากฏแก่ซีโมน”

24:34 Saying, The Lord is risen indeed, and hath appeared to Simon.

24:35 ฝ่ายสองคนนั้นจึงเล่าความซึ่งเกิดขึ้นที่กลางทาง และที่เขาได้รู้จักพระองค์โดยการหักขนมปังนั้น

24:35 And they told what things were done in the way, and how he was known of them in breaking of bread.

พระเยซูทรงปรากฏต่ออัครสาวกของพระองค์ (มธ 28:16-17; มก 16:14; ยน 20:19-23)
24:36 เมื่อเขาทั้งสองกำลังเล่าเหตุการณ์เหล่านั้น พระเยซูเองทรงยืนอยู่ที่ท่ามกลางเขา และตรัสกับเขาว่า “ท่านทั้งหลายจงเป็นสุขเถิด”

Jesus Appears to His Disciples (Matt. 28:16-17; Mark 16:14; John 20:19-23)
24:36 And as they thus spake, Jesus himself stood in the midst of them, and saith unto them, Peace be unto you.

24:37 ฝ่ายเขาทั้งหลายสะดุ้งตกใจกลัวคิดว่าเห็นผี

24:37 But they were terrified and affrighted, and supposed that they had seen a spirit.

24:38 พระองค์จึงตรัสแก่เขาว่า “ท่านทั้งหลายวุ่นวายใจทำไม เหตุไฉนความคิดลังเลจึงบังเกิดขึ้นในใจของท่านทั้งหลายเล่า

24:38 And he said unto them, Why are ye troubled? and why do thoughts arise in your hearts?

24:39 จงดูมือของเราและเท้าของเราว่า เป็นเราเอง จงคลำตัวเราดู เพราะว่าผีไม่มีเนื้อและกระดูกเหมือนท่านเห็นเรามีอยู่นั้น”

24:39 Behold my hands and my feet, that it is I myself: handle me, and see; for a spirit hath not flesh and bones, as ye see me have.

24:40 เมื่อตรัสอย่างนั้นแล้ว พระองค์ทรงสำแดงพระหัตถ์และพระบาทให้เขาเห็น

24:40 And when he had thus spoken, he shewed them his hands and his feet.

24:41 เมื่อเขาทั้งหลายยังไม่ปลงใจเชื่อ เพราะเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างเหลือเชื่อ และกำลังประหลาดใจอยู่ พระองค์จึงตรัสถามเขาว่า “พวกท่านมีอาหารกินที่นี่บ้างไหม”

24:41 And while they yet believed not for joy, and wondered, he said unto them, Have ye here any meat?

24:42 เขาก็เอาปลาย่างชิ้นหนึ่งกับรวงผึ้งชิ้นหนึ่งมาถวายพระองค์

24:42 And they gave him a piece of a broiled fish, and of an honeycomb.

24:43 พระองค์ทรงรับมาเสวยต่อหน้าเขาทั้งหลาย

24:43 And he took it, and did eat before them.

24:44 พระองค์ตรัสกับเขาว่า “นี่เป็นถ้อยคำของเรา ซึ่งเราได้บอกไว้แก่ท่านทั้งหลายเมื่อเรายังอยู่กับท่านว่า บรรดาคำที่เขียนไว้ในพระราชบัญญัติของโมเสส และในคัมภีร์ผู้พยากรณ์ และในหนังสือสดุดีกล่าวถึงเรานั้น จำเป็นจะต้องสำเร็จ”

24:44 And he said unto them, These are the words which I spake unto you, while I was yet with you, that all things must be fulfilled, which were written in the law of Moses, and in the prophets, and in the psalms, concerning me.

24:45 ครั้งนั้น พระองค์ทรงบันดาลให้ใจเขาทั้งหลายเกิดความสว่างขึ้นเพื่อจะได้เข้าใจพระคัมภีร์

24:45 Then opened he their understanding, that they might understand the scriptures,

คำบัญชาที่ยิ่งใหญ่ (มธ 28:19-20; มก 16:15-18; กจ 1:8)
24:46 พระองค์ตรัสกับเขาว่า “มีคำเขียนไว้อย่างนั้นว่า พระคริสต์จะต้องทนทุกข์ทรมาน และเป็นขึ้นมาจากความตายในวันที่สาม

The Great Commission (Matt. 28:19-20; Mark 16:15-18; Acts 1:8)
24:46 And said unto them, Thus it is written, and thus it behoved Christ to suffer, and to rise from the dead the third day:

24:47 และจะต้องประกาศในพระนามของพระองค์เรื่องการกลับใจใหม่ และเรื่องยกบาปทั่วทุกประเทศ ตั้งต้นที่กรุงเยรูซาเล็ม

24:47 And that repentance and remission of sins should be preached in his name among all nations, beginning at Jerusalem.

24:48 ท่านทั้งหลายเป็นพยานด้วยข้อความเหล่านั้น

24:48 And ye are witnesses of these things.

การเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ของพระคริสต์ (มก 16:19-20; กจ 1:9-11)
24:49 และดูเถิด เราจะส่งซึ่งพระบิดาของเราทรงสัญญานั้นมาเหนือท่านทั้งหลาย แต่ท่านทั้งหลายจงคอยอยู่ในกรุงเยรูซาเล็ม กว่าท่านจะได้ประกอบด้วยฤทธิ์เดชที่มาจากเบื้องบน”

The Ascension of Christ (Mark 16:19-20; Acts 1:9-11)
24:49 And, behold, I send the promise of my Father upon you: but tarry ye in the city of Jerusalem, until ye be endued with power from on high.

24:50 พระองค์จึงพาเขาออกไปถึงหมู่บ้านเบธานี แล้วทรงยกพระหัตถ์ อวยพรเขา

24:50 And he led them out as far as to Bethany, and he lifted up his hands, and blessed them.

24:51 ต่อมาเมื่อทรงอวยพรอยู่นั้น พระองค์จึงไปจากเขา แล้วทรงถูกรับขึ้นไปสู่สวรรค์

24:51 And it came to pass, while he blessed them, he was parted from them, and carried up into heaven.

24:52 เขาทั้งหลายจึงนมัสการพระองค์ แล้วกลับไปยังกรุงเยรูซาเล็ม มีความยินดีเป็นอันมาก

24:52 And they worshipped him, and returned to Jerusalem with great joy:

24:53 เขาทั้งหลายอยู่ในพระวิหารทุกวัน สรรเสริญและเทิดทูนพระเจ้า เอเมน

24:53 And were continually in the temple, praising and blessing God. Amen.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope