กลับหน้าแรก / Main Menu

 

มัทธิว 5 / Matthew 5

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25] [26] [27] [28]

การเทศนาสั่งสอนบนภูเขาเรื่องความสุขนิรันดร์ (ลก 6:20-49)
5:1 ครั้นทอดพระเนตรเห็นคนมากดังนั้น พระองค์ก็เสด็จขึ้นไปบนภูเขา และเมื่อประทับแล้ว เหล่าสาวกของพระองค์มาเฝ้าพระองค์

Sermon on the Mount: The Beatitudes (Luke 6:20-49)
5:1 And seeing the multitudes, he went up into a mountain: and when he was set, his disciples came unto him:

5:2 และพระองค์ทรงเอ่ยพระโอษฐ์ตรัสสอนเขาว่า

5:2 And he opened his mouth, and taught them, saying,

5:3 “บุคคลผู้ใดรู้สึกยากจนฝ่ายจิตวิญญาณ ผู้นั้นจะได้รับพร เพราะอาณาจักรแห่งสวรรค์เป็นของพวกเขา

5:3 Blessed are the poor in spirit: for theirs is the kingdom of heaven.

5:4 บุคคลผู้ใดโศกเศร้า ผู้นั้นจะได้รับพร เพราะว่าเขาทั้งหลายจะได้รับการทรงปลอบประโลม

5:4 Blessed are they that mourn: for they shall be comforted.

5:5 บุคคลผู้ใดมีใจอ่อนโยน ผู้นั้นจะได้รับพร เพราะว่าพวกเขาจะได้รับแผ่นดินโลกเป็นมรดก

5:5 Blessed are the meek: for they shall inherit the earth.

5:6 บุคคลผู้ใดหิวกระหายความชอบธรรม ผู้นั้นจะได้รับพร เพราะว่าเขาทั้งหลายจะได้อิ่มบริบูรณ์

5:6 Blessed are they which do hunger and thirst after righteousness: for they shall be filled.

5:7 บุคคลผู้ใดมีใจกรุณา ผู้นั้นจะได้รับพร เพราะว่าพวกเขาจะได้รับพระกรุณา

5:7 Blessed are the merciful: for they shall obtain mercy.

5:8 บุคคลผู้ใดมีใจบริสุทธิ์ ผู้นั้นจะได้รับพร เพราะว่าเขาทั้งหลายจะได้เห็นพระเจ้า

5:8 Blessed are the pure in heart: for they shall see God.

5:9 บุคคลผู้ใดสร้างสันติ ผู้นั้นจะได้รับพร เพราะว่าจะได้เรียกพวกเขาว่าเป็นบุตรของพระเจ้า

5:9 Blessed are the peacemakers: for they shall be called the children of God.

5:10 บุคคลผู้ใดถูกข่มเหงเพราะเหตุความชอบธรรม ผู้นั้นจะได้รับพร เพราะว่าอาณาจักรแห่งสวรรค์เป็นของพวกเขา

5:10 Blessed are they which are persecuted for righteousness' sake: for theirs is the kingdom of heaven.

5:11 เมื่อเขาจะติเตียนข่มเหงและนินทาว่าร้ายท่านทั้งหลายเป็นความเท็จเพราะเรา พวกท่านจะได้รับพร

5:11 Blessed are ye, when men shall revile you, and persecute you, and shall say all manner of evil against you falsely, for my sake.

5:12 จงชื่นชมยินดีและมีความเปรมปรีดิ์อย่างเหลือล้น เพราะว่าบำเหน็จของท่านทั้งหลายในสวรรค์ก็ใหญ่ยิ่ง เพราะพวกเขาได้ข่มเหงผู้พยากรณ์ทั้งหลายที่อยู่ก่อนพวกท่านเหมือนกัน

5:12 Rejoice, and be exceeding glad: for great is your reward in heaven: for so persecuted they the prophets which were before you.

คริสเตียนคือความสว่างและเกลือแห่งแผ่นดินโลก (มก 4:21-23; ลก 8:16-18)
5:13 ท่านทั้งหลายเป็นเกลือแห่งแผ่นดินโลก แต่ถ้าเกลือนั้นหมดรสเค็มไปแล้ว แผ่นดินนั้นจะเค็มอย่างไรได้ แต่นั้นไปก็ไม่เป็นประโยชน์อะไร มีแต่จะทิ้งเสียสำหรับคนเหยียบย่ำ

Christians: Light and Salt of the Earth (Mark 4:21-23; Luke 8:16-18)
5:13 Ye are the salt of the earth: but if the salt have lost his savour, wherewith shall it be salted? it is thenceforth good for nothing, but to be cast out, and to be trodden under foot of men.

5:14 ท่านทั้งหลายเป็นความสว่างของโลก นครซึ่งอยู่บนภูเขาจะปิดบังไว้ไม่ได้

5:14 Ye are the light of the world. A city that is set on an hill cannot be hid.

5:15 ไม่มีผู้ใดจุดเทียนแล้วนำไปวางไว้ในถัง แต่ย่อมตั้งไว้บนเชิงเทียน จะได้ส่องสว่างแก่ทุกคนที่อยู่ในเรือนนั้น

5:15 Neither do men light a candle, and put it under a bushel, but on a candlestick; and it giveth light unto all that are in the house.

5:16 จงให้ความสว่างของท่านส่องไปต่อหน้าคนทั้งปวงอย่างนั้น เพื่อว่าเขาได้เห็นความดีที่ท่านทำ และจะได้สรรเสริญพระบิดาของท่านผู้ทรงอยู่ในสวรรค์

5:16 Let your light so shine before men, that they may see your good works, and glorify your Father which is in heaven.

ทุกจุดทุกตัวอักษรจะต้องสำเร็จ
5:17 อย่าคิดว่าเรามาเพื่อจะทำลายพระราชบัญญัติหรือคำของผู้พยากรณ์เสีย เรามิได้มาเพื่อจะทำลาย แต่มาเพื่อจะให้สำเร็จ

Every Jot and Tittle to Be Fulfilled
5:17 Think not that I am come to destroy the law, or the prophets: I am not come to destroy, but to fulfil.

5:18 เพราะเราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ถึงฟ้าและดินจะล่วงไป แม้อักษรหนึ่งหรือจุด ๆ หนึ่งก็จะไม่สูญไปจากพระราชบัญญัติ จนกว่าจะสำเร็จทั้งสิ้น

5:18 For verily I say unto you, Till heaven and earth pass, one jot or one tittle shall in no wise pass from the law, till all be fulfilled.

5:19 เหตุฉะนั้น ผู้ใดได้ทำให้ข้อเล็กน้อยสักข้อหนึ่งในพระบัญญัตินี้เบาลง ทั้งสอนคนอื่นให้ทำอย่างนั้นด้วย ผู้นั้นจะได้ชื่อว่า เป็นผู้น้อยที่สุดในอาณาจักรแห่งสวรรค์ แต่ผู้ใดที่ประพฤติและสอนตามพระบัญญัติ ผู้นั้นจะได้ชื่อว่า เป็นใหญ่ในอาณาจักรแห่งสวรรค์

5:19 Whosoever therefore shall break one of these least commandments, and shall teach men so, he shall be called the least in the kingdom of heaven: but whosoever shall do and teach them, the same shall be called great in the kingdom of heaven.

5:20 เพราะเราบอกท่านทั้งหลายว่า ถ้าความชอบธรรมของท่านไม่ยิ่งกว่าความชอบธรรมของพวกธรรมาจารย์และพวกฟาริสี ท่านจะไม่มีวันได้เข้าในอาณาจักรแห่งสวรรค์

5:20 For I say unto you, That except your righteousness shall exceed the righteousness of the scribes and Pharisees, ye shall in no case enter into the kingdom of heaven.

พระคริสต์ทรงอธิบายถึงคำสอนในพระคัมภีร์เดิม
5:21 ท่านทั้งหลายได้ยินว่ามีคำกล่าวในครั้งโบราณว่า ‘อย่าฆ่าคน’ ถ้าผู้ใดฆ่าคน ผู้นั้นจะต้องถูกพิพากษาลงโทษ

Christ Expounds Old Testament Teaching
5:21 Ye have heard that it was said by them of old time, Thou shalt not kill; and whosoever shall kill shall be in danger of the judgment:

5:22 ฝ่ายเราบอกท่านทั้งหลายว่า ผู้ใดโกรธพี่น้องของตนโดยไม่มีเหตุ ผู้นั้นจะต้องถูกพิพากษาลงโทษ ถ้าผู้ใดจะพูดกับพี่น้องว่า ‘ไอ้บ้า’ ผู้นั้นต้องถูกนำไปที่ศาลสูงให้พิพากษาลงโทษ และผู้ใดจะว่า ‘ไอ้โง่’ ผู้นั้นจะมีโทษถึงไฟนรก

5:22 But I say unto you, That whosoever is angry with his brother without a cause shall be in danger of the judgment: and whosoever shall say to his brother, Raca, shall be in danger of the council: but whosoever shall say, Thou fool, shall be in danger of hell fire.

5:23 เหตุฉะนั้น ถ้าท่านนำเครื่องบูชามาถึงแท่นบูชาแล้ว และระลึกขึ้นได้ว่า พี่น้องมีเหตุขัดเคืองข้อหนึ่งข้อใดกับท่าน

5:23 Therefore if thou bring thy gift to the altar, and there rememberest that thy brother hath ought against thee;

5:24 จงวางเครื่องบูชาไว้ที่หน้าแท่นบูชา กลับไปคืนดีกับพี่น้องผู้นั้นเสียก่อน แล้วจึงค่อยมาถวายเครื่องบูชาของท่าน

5:24 Leave there thy gift before the altar, and go thy way; first be reconciled to thy brother, and then come and offer thy gift.

5:25 จงปรองดองกับคู่ความโดยเร็วขณะที่พากันไป เกลือกว่าในเวลาหนึ่งเวลาใดคู่ความนั้นจะมอบท่านไว้กับผู้พิพากษา แล้วผู้พิพากษาจะมอบท่านไว้กับผู้คุม และท่านจะต้องถูกขังไว้ในเรือนจำ

5:25 Agree with thine adversary quickly, whiles thou art in the way with him; lest at any time the adversary deliver thee to the judge, and the judge deliver thee to the officer, and thou be cast into prison.

5:26 เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ท่านจะออกจากที่นั่นไม่ได้กว่าท่านจะได้ใช้หนี้จนครบ

5:26 Verily I say unto thee, Thou shalt by no means come out thence, till thou hast paid the uttermost farthing.

5:27 ท่านทั้งหลายได้ยินว่ามีคำกล่าวในครั้งโบราณว่า ‘เจ้าจงอย่าล่วงประเวณี’

5:27 Ye have heard that it was said by them of old time, Thou shalt not commit adultery:

5:28 ฝ่ายเราบอกท่านทั้งหลายว่า ผู้ใดมองผู้หญิงเพื่อให้เกิดใจกำหนัดในหญิงนั้น ผู้นั้นได้ล่วงประเวณีในใจกับหญิงนั้นแล้ว

5:28 But I say unto you, That whosoever looketh on a woman to lust after her hath committed adultery with her already in his heart.

5:29 ถ้าตาข้างขวาของท่านทำให้ท่านหลงผิด จงควักออกและโยนมันทิ้งเสียจากท่าน เพราะว่าจะเป็นประโยชน์แก่ท่านมากกว่าที่จะเสียอวัยวะไปอย่างหนึ่ง แต่ทั้งตัวของท่านไม่ต้องถูกทิ้งลงในนรก

5:29 And if thy right eye offend thee, pluck it out, and cast it from thee: for it is profitable for thee that one of thy members should perish, and not that thy whole body should be cast into hell.

5:30 และถ้ามือข้างขวาของท่านทำให้ท่านหลงผิด จงตัดออกและโยนมันทิ้งเสียจากท่าน เพราะว่าจะเป็นประโยชน์แก่ท่านมากกว่าที่จะเสียอวัยวะไปอย่างหนึ่ง แต่ทั้งตัวของท่านไม่ต้องถูกทิ้งลงในนรก

5:30 And if thy right hand offend thee, cut it off, and cast it from thee: for it is profitable for thee that one of thy members should perish, and not that thy whole body should be cast into hell.

พระบัญญัติใหม่เกี่ยวกับการหย่าร้าง (มธ 19:9; มก 10:2-10)
5:31 ยังมีคำกล่าวไว้ว่า ‘ผู้ใดจะหย่าภรรยา ก็ให้เขาทำหนังสือหย่าให้แก่ภรรยานั้น’

New Command about Divorce (Matt. 19:9; Mark 10:2-10)
5:31 It hath been said, Whosoever shall put away his wife, let him give her a writing of divorcement:

5:32 ฝ่ายเราบอกท่านทั้งหลายว่า ผู้ใดจะหย่าภรรยา เพราะเหตุอื่นนอกจากการเล่นชู้ ก็เท่ากับว่าผู้นั้นทำให้หญิงนั้นล่วงประเวณี และถ้าผู้ใดจะรับหญิงซึ่งหย่าแล้วเช่นนั้นมาเป็นภรรยา ผู้นั้นก็ล่วงประเวณีด้วย

5:32 But I say unto you, That whosoever shall put away his wife, saving for the cause of fornication, causeth her to commit adultery: and whosoever shall marry her that is divorced committeth adultery.

5:33 อีกประการหนึ่ง ท่านทั้งหลายได้ยินว่ามีคำกล่าวในครั้งโบราณว่า ‘อย่าเสียคำสัตย์สาบาน แต่จงปฏิบัติตามคำสัตย์สาบานของท่านต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า’

5:33 Again, ye have heard that it hath been said by them of old time, Thou shalt not forswear thyself, but shalt perform unto the Lord thine oaths:

5:34 ฝ่ายเราบอกท่านทั้งหลายว่า อย่าสาบานเลย จะอ้างถึงสวรรค์ก็ดี เพราะสวรรค์เป็นบัลลังก์ของพระเจ้า

5:34 But I say unto you, Swear not at all; neither by heaven; for it is God's throne:

5:35 หรือจะอ้างถึงแผ่นดินโลกก็ดี เพราะแผ่นดินโลกเป็นที่รองพระบาทของพระองค์ หรือจะอ้างถึงกรุงเยรูซาเล็มก็ดี เพราะกรุงเยรูซาเล็มเป็นราชธานีของพระมหากษัตริย์

5:35 Nor by the earth; for it is his footstool: neither by Jerusalem; for it is the city of the great King.

5:36 อย่าสาบานโดยอ้างถึงศีรษะของตน เพราะท่านจะกระทำให้ผมขาวหรือดำไปสักเส้นหนึ่งก็ไม่ได้

5:36 Neither shalt thou swear by thy head, because thou canst not make one hair white or black.

5:37 จริงก็จงว่าจริง ไม่ก็ว่าไม่ พูดแต่เพียงนี้ก็พอ คำพูดเกินนี้ไปมาจากความชั่ว

5:37 But let your communication be, Yea, yea; Nay, nay: for whatsoever is more than these cometh of evil.

จงรักศัตรู
5:38 ท่านทั้งหลายเคยได้ยินคำซึ่งกล่าวไว้ว่า ‘ตาแทนตา และฟันแทนฟัน’

Love for Enemies
5:38 Ye have heard that it hath been said, An eye for an eye, and a tooth for a tooth:

5:39 ฝ่ายเราบอกท่านว่า อย่าต่อสู้คนชั่ว ถ้าผู้ใดตบแก้มขวาของท่าน ก็จงหันแก้มอีกข้างหนึ่งให้เขาด้วย

5:39 But I say unto you, That ye resist not evil: but whosoever shall smite thee on thy right cheek, turn to him the other also.

5:40 ถ้าผู้ใดอยากจะฟ้องศาลเพื่อจะริบเอาเสื้อของท่าน ก็จงให้เสื้อคลุมแก่เขาด้วย

5:40 And if any man will sue thee at the law, and take away thy coat, let him have thy cloke also.

5:41 ถ้าผู้ใดจะเกณฑ์ท่านให้เดินทางไปหนึ่งกิโลเมตร ก็ให้เลยไปกับเขาถึงสองกิโลเมตร

5:41 And whosoever shall compel thee to go a mile, go with him twain.

5:42 ถ้าเขาจะขอสิ่งใดจากท่านก็จงให้ อย่าเมินหน้าจากผู้ที่อยากขอยืมจากท่าน

5:42 Give to him that asketh thee, and from him that would borrow of thee turn not thou away.

5:43 ท่านทั้งหลายเคยได้ยินคำซึ่งกล่าวไว้ว่า ‘จงรักเพื่อนบ้าน และเกลียดชังศัตรู’

5:43 Ye have heard that it hath been said, Thou shalt love thy neighbour, and hate thine enemy.

5:44 ฝ่ายเราบอกท่านว่า จงรักศัตรูของท่าน จงอวยพรแก่ผู้ที่สาปแช่งท่าน จงทำดีแก่ผู้ที่เกลียดชังท่าน และจงอธิษฐานเพื่อผู้ที่ปฏิบัติต่อท่านอย่างเหยียดหยามและข่มเหงท่าน

5:44 But I say unto you, Love your enemies, bless them that curse you, do good to them that hate you, and pray for them which despitefully use you, and persecute you;

5:45 จงทำดังนี้เพื่อท่านทั้งหลายจะเป็นบุตรของพระบิดาของท่านผู้ทรงสถิตในสวรรค์ เพราะว่าพระองค์ทรงให้ดวงอาทิตย์ของพระองค์ขึ้นส่องสว่างแก่คนดีและคนชั่ว และให้ฝนตกแก่คนชอบธรรมและแก่คนอธรรม

5:45 That ye may be the children of your Father which is in heaven: for he maketh his sun to rise on the evil and on the good, and sendeth rain on the just and on the unjust.

5:46 แม้ว่าท่านรักผู้ที่รักท่าน ท่านจะได้บำเหน็จอะไร ถึงพวกเก็บภาษีก็กระทำอย่างนั้นมิใช่หรือ

5:46 For if ye love them which love you, what reward have ye? do not even the publicans the same?

5:47 ถ้าท่านทักทายแต่พี่น้องของตนฝ่ายเดียว ท่านได้กระทำอะไรเป็นพิเศษยิ่งกว่าคนทั้งปวงเล่า ถึงพวกเก็บภาษีก็กระทำอย่างนั้นมิใช่หรือ

5:47 And if ye salute your brethren only, what do ye more than others? do not even the publicans so?

5:48 เหตุฉะนี้ ท่านทั้งหลายจงเป็นคนดีพร้อม เหมือนอย่างพระบิดาของท่านผู้ทรงสถิตในสวรรค์เป็นผู้ดีพร้อม”

5:48 Be ye therefore perfect, even as your Father which is in heaven is perfect.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope