กลับหน้าแรกพระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV

 

เนหะมีย์ 9

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13]

การสารภาพ การอดอาหารและการกลับใจเสียใหม่
9:1 บัดนี้ ในวันที่ยี่สิบสี่เดือนนี้ ชนชาติอิสราเอลได้ชุมนุมกันอดอาหาร นุ่งห่มผ้ากระสอบ และเอาดินใส่บนตัวเขาทั้งหลาย
9:2 และเชื้อสายของอิสราเอลได้แยกตนออกจากคนต่างชาติทั้งปวง และยืนสารภาพบาปของตน และสารภาพความชั่วช้าแห่งบรรพบุรุษของพวกเขา
9:3 และเขาทั้งหลายลุกขึ้นในสถานที่ของพวกเขา และอ่านในหนังสือแห่งพระราชบัญญัติของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของพวกเขาอยู่หนึ่งในสี่ส่วนของกลางวัน และอีกหนึ่งในสี่ส่วนพวกเขาสารภาพและนมัสการพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเขาทั้งหลาย

พวกปุโรหิตและคนเลวีสารภาพบาปของตน
9:4 แล้วในพวกคนเลวีที่ยืนขึ้นบนบันไดมี เยชูอา บานี ขัดมีเอล เชบานิยาห์ บุนนี เชเรบิยาห์ บานีและเคนานี และได้ร้องด้วยเสียงดังต่อพระเยโฮวาห์พระเจ้าของพวกเขา
9:5 แล้วคนเลวี เยชูอา ขัดมีเอล บานี ฮาชับนิยาห์ เชเรบิยาห์ โฮดียาห์ เชบานิยาห์ และเปธาหิยาห์ กล่าวว่า “จงยืนขึ้นและสรรเสริญพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านทั้งหลายตั้งแต่นิรันดร์กาลจนนิรันดร์กาล และสาธุการแด่พระนามอันรุ่งโรจน์ของพระองค์ ซึ่งยิ่งใหญ่เหนือกว่าการโมทนาและการสรรเสริญทั้งปวง
9:6 พระองค์ คือพระองค์เอง ทรงเป็นพระเยโฮวาห์องค์เดียว พระองค์ได้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์ สวรรค์แห่งฟ้าสวรรค์ทั้งปวงพร้อมกับบริวารทั้งสิ้นแห่งฟ้าสวรรค์นั้น แผ่นดินโลกและบรรดาสิ่งที่อยู่ในแผ่นดินโลกนั้น ทะเลและบรรดาสิ่งที่อยู่ในทะเลนั้น และพระองค์ทรงรักษาสิ่งทั้งปวงเหล่านั้นไว้ และบริวารแห่งฟ้าสวรรค์ก็นมัสการพระองค์
9:7 พระองค์ทรงเป็นพระเยโฮวาห์พระเจ้าผู้ได้ทรงเลือกสรรอับราม และได้ทรงนำท่านออกมาจากเมืองเออร์แห่งประเทศเคลเดีย และได้ประทานนามแก่ท่านว่าอับราฮัม
9:8 และพระองค์ได้ทรงเห็นว่าใจของท่านสัตย์ซื่อต่อพระพักตร์ของพระองค์ และได้ทรงกระทำพันธสัญญากับท่าน ที่จะประทานแผ่นดินของคนคานาอัน คนฮิตไทต์ คนอาโมไรต์ คนเปริสซี คนเยบุส และคนเกอร์กาชีให้แก่ท่าน ข้าพเจ้ากล่าวว่า เพื่อจะประทานแผ่นดินนั้นแก่เชื้อสายของท่าน และได้ทรงกระทำให้คำตรัสของพระองค์สำเร็จ เพราะพระองค์ทรงชอบธรรม
9:9 และได้ทอดพระเนตรความทุกข์ใจของบรรพบุรุษของข้าพระองค์ทั้งหลายในอียิปต์ และได้ทรงสดับฟังเสียงร้องทุกข์ของเขาทั้งหลายที่ทะเลแดง
9:10 และได้ทรงกระทำบรรดาหมายสำคัญและการมหัศจรรย์สู้ฟาโรห์และข้าราชการทั้งสิ้นของท่าน และต่อประชาชนทั้งสิ้นแห่งแผ่นดินของท่าน เพราะพระองค์ทรงทราบว่าเขาทั้งหลายได้ประพฤติอย่างหยิ่งยโสต่อบรรพบุรุษของข้าพระองค์ ดังนั้นพระนามของพระองค์จึงได้ลือไป ดังทุกวันนี้
9:11 และพระองค์ได้ทรงแยกทะเลต่อหน้าเขาทั้งหลาย เพื่อพวกเขาจึงเดินข้ามไปท่ามกลางทะเลบนดินแห้ง และพระองค์ได้ทรงเหวี่ยงบรรดาผู้ที่ข่มเหงเขาทั้งหลายลงในที่ลึก ดุจเหวี่ยงหินก้อนหนึ่งลงไปในกระแสน้ำอันไหลเชี่ยว
9:12 ยิ่งกว่านั้น พระองค์ได้ทรงนำเขาทั้งหลายในตอนกลางวันด้วยเสาเมฆ และในตอนกลางคืนด้วยเสาเพลิง เพื่อให้แสงแก่เขาทั้งหลายในทางที่พวกเขาควรจะไป
9:13 พระองค์ได้เสด็จลงมาบนภูเขาซีนายด้วย และได้ตรัสกับเขาทั้งหลายจากฟ้าสวรรค์ และได้ประทานคำตัดสินอันชอบธรรม และพระราชบัญญัติที่แท้จริง กฎเกณฑ์และพระบัญญัติที่ดีแก่พวกเขา
9:14 และได้ทรงให้เขาทั้งหลายทราบถึงวันสะบาโตอันบริสุทธิ์ของพระองค์ และได้ทรงบัญชาข้อบังคับ กฎเกณฑ์และพระราชบัญญัติต่าง ๆ แก่พวกเขาโดยมือของโมเสสผู้รับใช้ของพระองค์
9:15 และได้ประทานอาหารแก่เขาทั้งหลายจากฟ้าสวรรค์แก้ความหิวของพวกเขา และได้ทรงนำน้ำออกมาจากศิลาให้เขาทั้งหลายแก้ความกระหายของพวกเขา และได้ทรงสัญญาแก่เขาทั้งหลายว่า พวกเขาจะเข้าไปยึดแผ่นดินซึ่งพระองค์ได้ทรงปฏิญาณว่าจะประทานให้พวกเขานั้น
9:16 แต่เขาทั้งหลาย และบรรพบุรุษของข้าพระองค์ทั้งหลายได้ประพฤติอย่างหยิ่งยโส และทำให้คอของตนแข็ง และไม่ได้ตั้งใจฟังพระบัญญัติทั้งหลายของพระองค์
9:17 และปฏิเสธที่จะเชื่อฟัง ทั้งไม่เอาใจใส่ในบรรดาการมหัศจรรย์ของพระองค์ซึ่งพระองค์ได้ทรงกระทำท่ามกลางเขาทั้งหลาย แต่ทำให้คอของตนแข็ง และในการกบฏของพวกเขานั้นได้แต่งตั้งหัวหน้าคนหนึ่งเพื่อจะกลับไปสู่ความเป็นทาสของพวกเขา แต่พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าพร้อมที่จะทรงให้อภัย ทรงเปี่ยมด้วยพระคุณและพระเมตตา ทรงกริ้วช้า และทรงมีความกรุณาใหญ่ยิ่ง และมิได้ทรงละทิ้งเขาทั้งหลาย
9:18 ใช่แล้ว เมื่อเขาทั้งหลายได้สร้างรูปวัวหล่อไว้สำหรับตน และกล่าวว่า ‘นี่คือพระเจ้าของเจ้า ผู้ได้ทรงนำเจ้าขึ้นมาจากอียิปต์’ และได้กระทำการยั่วยุอย่างใหญ่หลวง
9:19 ถึงอย่างนั้น พระองค์โดยพระเมตตาอเนกอนันต์ของพระองค์ ไม่ได้ทรงละทิ้งเขาทั้งหลายในถิ่นทุรกันดาร เสาเมฆไม่ได้พรากไปจากพวกเขาในเวลากลางวันเพื่อนำพวกเขาในทางนั้น ทั้งเสาเพลิงในเวลากลางคืนเพื่อให้แสงสว่างแก่พวกเขา และนำทางซึ่งเขาทั้งหลายควรจะไป
9:20 พระองค์ได้ประทานพระวิญญาณอันประเสริฐของพระองค์เพื่อสั่งสอนเขาทั้งหลายด้วย และไม่ได้ทรงยับยั้งมานาของพระองค์เสียจากปากของพวกเขา และได้ประทานน้ำแก่เขาทั้งหลายสำหรับความกระหายของพวกเขา
9:21 ใช่แล้ว พระองค์ได้ทรงประคับประคองเขาทั้งหลายไว้ในถิ่นทุรกันดารเป็นเวลาสี่สิบปี จนพวกเขาไม่ได้ขาดสิ่งใดเลย เสื้อผ้าของเขาทั้งหลายไม่ขาดวิ่น และเท้าของพวกเขาไม่ได้บวม
9:22 ยิ่งกว่านั้น พระองค์ได้ทรงมอบราชอาณาจักรและชนชาติทั้งหลายแก่พวกเขา และทรงปันให้พวกเขาตามเขตแดน ดังนั้นเขาทั้งหลายจึงได้ยึดแผ่นดินของสิโหน แผ่นดินของกษัตริย์แห่งเมืองเฮชโบน และแผ่นดินของโอกกษัตริย์แห่งเมืองบาชาน
9:23 พระองค์ได้ทรงทวีลูกหลานของเขาทั้งหลายให้มากขึ้นดุจดวงดาวมากมายในฟ้าสวรรค์ด้วย และได้ทรงนำพวกเขาเข้าไปในแผ่นดินนั้น ซึ่งพระองค์ได้ทรงสัญญาไว้กับบรรพบุรุษของเขาทั้งหลายว่า พวกเขาควรเข้าไปยึดมันเสีย
9:24 ดังนั้น ลูกหลานเหล่านั้นจึงเข้าไปและยึดแผ่นดินนั้น และพระองค์ได้ทรงปราบปรามชาวแผ่นดินนั้น คือคนคานาอันต่อหน้าพวกเขา และได้ทรงมอบคนเหล่านั้นไว้ในมือของพวกเขา พร้อมกับบรรดากษัตริย์ของคนเหล่านั้นและชนชาติทั้งหลายแห่งแผ่นดินนั้น เพื่อเขาทั้งหลายจะกระทำต่อคนเหล่านั้นตามชอบใจของพวกเขา
9:25 และเขาทั้งหลายได้เข้ายึดนครต่าง ๆ ที่เข้มแข็ง และแผ่นดินอุดม และถือกรรมสิทธิ์บ้านหลายหลังซึ่งเต็มไปด้วยของดีทั้งนั้น ทั้งบ่อน้ำซึ่งขุดแล้ว บรรดาสวนองุ่น สวนมะกอก และต้นผลไม้มากมาย ดังนั้นพวกเขาจึงได้กินและอิ่ม และเริ่มอ้วนพี และเขาทั้งหลายได้ปีติยินดีในความดียิ่งใหญ่ของพระองค์
9:26 ถึงกระนั้น เขาทั้งหลายก็ไม่เชื่อฟังและได้กบฏต่อพระองค์ และเหวี่ยงพระราชบัญญัติของพระองค์ไว้เบื้องหลังพวกเขา และได้ฆ่าพวกผู้พยากรณ์ของพระองค์ ผู้ซึ่งได้ตักเตือนพวกเขาเพื่อหันพวกเขากลับมาหาพระองค์ และเขาทั้งหลายได้กระทำการยั่วยุอย่างใหญ่หลวง
9:27 เหตุฉะนั้น พระองค์จึงได้ทรงมอบเขาทั้งหลายไว้ในมือของบรรดาศัตรูของพวกเขา ผู้ซึ่งได้ก่อกวนพวกเขา และในเวลาแห่งความลำบากของพวกเขานั้น เมื่อเขาทั้งหลายได้ร้องทูลต่อพระองค์ พระองค์ก็ทรงสดับฟังพวกเขาจากสวรรค์ และตามพระกรุณาอเนกอนันต์ของพระองค์ พระองค์ได้ประทานบรรดาผู้ช่วยให้รอดแก่เขาทั้งหลาย ผู้ได้ช่วยพวกเขาให้รอดพ้นจากมือของบรรดาศัตรูของพวกเขา
9:28 แต่หลังจากเขาทั้งหลายได้พักสงบแล้ว พวกเขาก็กระทำความชั่วร้ายต่อพระพักตร์ของพระองค์อีก ฉะนั้นพระองค์จึงทรงละพวกเขาไว้ในมือของบรรดาศัตรูของพวกเขา จนคนเหล่านั้นมีอำนาจครอบครองเหนือพวกเขา ถึงกระนั้นเมื่อเขาทั้งหลายหันมาและร้องทูลต่อพระองค์ พระองค์ทรงสดับฟังเขาทั้งหลายจากสวรรค์ และหลายครั้งหลายหนพระองค์ได้ทรงช่วยพวกเขาให้พ้นตามพระเมตตาของพระองค์
9:29 และได้ทรงตักเตือนเขาทั้งหลาย เพื่อว่าพระองค์จะทรงนำพวกเขาให้กลับมาสู่พระราชบัญญัติของพระองค์ แต่เขาทั้งหลายก็ยังประพฤติอย่างเย่อหยิ่งอวดดี และไม่ยอมเชื่อฟังพระบัญญัติทั้งหลายของพระองค์ แต่ได้กระทำผิดบาปต่อบรรดาคำตัดสินของพระองค์ (ซึ่งถ้าคนหนึ่งคนใดกระทำตาม เขาจะดำรงชีพอยู่ได้ในพระบัญญัติเหล่านั้น) และชักบ่าหนี ทำให้คอของตนแข็งและไม่ยอมฟัง
9:30 ถึงอย่างนั้น พระองค์ทรงอดทนกับเขาทั้งหลายอยู่หลายปี และได้ทรงตักเตือนพวกเขาด้วยพระวิญญาณของพระองค์ทางพวกผู้พยากรณ์ของพระองค์ แต่พวกเขาก็ยังไม่เงี่ยหูฟัง เพราะฉะนั้นพระองค์จึงได้ทรงมอบเขาทั้งหลายไว้ในมือของชนชาติทั้งหลายแห่งแผ่นดินเหล่านั้น
9:31 แต่อย่างไรก็ตาม เพราะเห็นแก่พระเมตตาอันใหญ่หลวงของพระองค์ พระองค์จึงไม่ได้ทรงผลาญเขาทั้งหลายเสียอย่างสิ้นเชิงหรือละทิ้งพวกเขาเสีย เพราะพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงเปี่ยมพระคุณและทรงพระเมตตา
9:32 ฉะนั้นบัดนี้ ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ทั้งหลาย ซึ่งเป็นพระเจ้าใหญ่ยิ่ง ทรงฤทธิ์เกรียงไกรและน่าเกรงกลัว ผู้ทรงรักษาพันธสัญญาและความเมตตา ขออย่าทรงเห็นว่าความทุกข์ยากลำบากทั้งสิ้นนั้นเป็นแต่สิ่งเล็กน้อยต่อพระพักตร์ของพระองค์ ซึ่งได้บังเกิดขึ้นกับข้าพระองค์ทั้งหลาย กับบรรดากษัตริย์ของข้าพระองค์ทั้งหลาย กับพวกประมุข พวกปุโรหิต พวกผู้พยากรณ์ บรรพบุรุษ และประชากรของพระองค์ทั้งสิ้น ตั้งแต่สมัยเหล่ากษัตริย์แห่งอัสซีเรีย จนถึงทุกวันนี้
9:33 อย่างไรก็ดี พระองค์ทรงยุติธรรมในบรรดาสิ่งที่เกิดขึ้นแก่ข้าพระองค์ทั้งหลาย เพราะพระองค์ทรงกระทำอย่างถูกต้องแล้ว แต่ข้าพระองค์ทั้งหลายได้กระทำอย่างชั่วร้าย
9:34 ทั้งบรรดากษัตริย์ พวกประมุข พวกปุโรหิต หรือบรรพบุรุษของข้าพระองค์ทั้งหลาย ไม่ได้รักษาพระราชบัญญัติของพระองค์ หรือตั้งใจฟังพระบัญญัติทั้งหลายของพระองค์และบรรดาพระโอวาทของพระองค์ ซึ่งพระองค์ได้ทรงใช้เพื่อตักเตือนเขาทั้งหลาย
9:35 เพราะเขาทั้งหลายไม่ได้ปรนนิบัติพระองค์ในราชอาณาจักรของพวกเขา และในความดียิ่งใหญ่ของพระองค์ซึ่งพระองค์ได้ประทานแก่พวกเขา และในแผ่นดินที่ใหญ่และอุดมซึ่งพระองค์ได้ทรงยกให้แก่พวกเขา และเขาทั้งหลายไม่ได้หันกลับจากการงานชั่วร้ายต่าง ๆ ของพวกเขา
9:36 ดูเถิด วันนี้ข้าพระองค์ทั้งหลายเป็นพวกผู้รับใช้ และสำหรับแผ่นดินที่พระองค์ได้ประทานแก่บรรพบุรุษของข้าพระองค์ทั้งหลาย เพื่อให้ได้รับประทานพืชผลกับของอันดีของแผ่นดินนั้น ดูเถิด ข้าพระองค์ทั้งหลายเป็นพวกผู้รับใช้ในแผ่นดินนั้น
9:37 และแผ่นดินนั้นทวีผลเป็นอันมากต่อบรรดากษัตริย์ผู้ที่พระองค์ได้ทรงตั้งไว้เหนือข้าพระองค์ทั้งหลายเพราะเหตุความผิดบาปต่าง ๆ ของข้าพระองค์ทั้งหลาย เขาทั้งหลายมีอำนาจครอบครองเหนือร่างกายของข้าพระองค์ทั้งหลายด้วย และเหนือฝูงสัตว์ของข้าพระองค์ทั้งหลาย ตามความพอใจของพวกเขา และข้าพระองค์ทั้งหลายทุกข์ยิ่งนัก
9:38 และเพราะเหตุสิ่งทั้งปวงเหล่านี้ ข้าพระองค์ทั้งหลายจึงกระทำพันธสัญญามั่นคงและบันทึกพันธสัญญานั้นไว้ และพวกประมุข คนเลวีและพวกปุโรหิตของข้าพระองค์ทั้งหลายจึงประทับตราไว้”

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope