กลับหน้าแรก / Main Menu

 

2 พงศาวดาร 13 / 2 Chronicles 13

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25] [26] [27] [28] [29] [30] [31] [32] [33] [34] [35] [36]

อาบียาห์ครอบครองเหนือยูดาห์ (1 พกษ 15:1-2)
13:1 บัดนี้ ในปีที่สิบแปดแห่งรัชกาลของกษัตริย์เยโรโบอัม อาบียาห์ได้ขึ้นครอบครองเหนือประเทศยูดาห์

Abijah Reigns over Judah (1 Kin. 15:1-2)
13:1 Now in the eighteenth year of king Jeroboam began Abijah to reign over Judah.

13:2 พระองค์ทรงครอบครองในเยรูซาเล็มเป็นเวลาสามปี พระราชมารดาของพระองค์มีพระนามว่ามีคายาห์ธิดาของอุรีเอลแห่งกิเบอาห์ด้วย และมีสงครามระหว่างอาบียาห์และเยโรโบอัม

13:2 He reigned three years in Jerusalem. His mother's name also was Michaiah the daughter of Uriel of Gibeah. And there was war between Abijah and Jeroboam.

13:3 และอาบียาห์ได้จัดทัพไว้ด้วยกองทัพทหารกล้าหาญจำนวนสี่แสนคนเป็นคนคัดเลือกแล้ว เยโรโบอัมได้จัดทัพไว้เช่นกัน ได้ต่อสู้กับพระองค์ด้วยคนคัดเลือกแล้วจำนวนแปดแสนคนเป็นชายฉกรรจ์ผู้กล้าหาญ

13:3 And Abijah set the battle in array with an army of valiant men of war, even four hundred thousand chosen men: Jeroboam also set the battle in array against him with eight hundred thousand chosen men, being mighty men of valour.

13:4 และอาบียาห์ทรงลุกยืนอยู่บนภูเขาเศมาราอิมซึ่งอยู่ในแดนเทือกเขาเอฟราอิม และตรัสว่า “ข้าแต่เยโรโบอัมและอิสราเอลทั้งปวง ขอพวกท่านจงฟังข้าพเจ้า

13:4 And Abijah stood up upon mount Zemaraim, which is in mount Ephraim, and said, Hear me, thou Jeroboam, and all Israel;

13:5 ไม่ควรหรือที่ท่านทั้งหลายจะรู้ว่า พระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งอิสราเอลได้พระราชทานราชอาณาจักรเหนืออิสราเอลแก่ดาวิดเป็นนิตย์ คือแก่พระองค์และลูกหลานของพระองค์โดยพันธสัญญาแห่งเกลือ

13:5 Ought ye not to know that the LORD God of Israel gave the kingdom over Israel to David for ever, even to him and to his sons by a covenant of salt?

13:6 ถึงกระนั้น เยโรโบอัมบุตรชายของเนบัท ผู้รับใช้ของซาโลมอนโอรสของดาวิด ได้ลุกขึ้นและได้กบฏต่อเจ้านายของตน

13:6 Yet Jeroboam the son of Nebat, the servant of Solomon the son of David, is risen up, and hath rebelled against his lord.

13:7 และมีคนถ่อยบางคนคือลูกของเบลีอัลรวบรวมกับเขา และได้เสริมกำลังตนเพื่อต่อสู้กับเรโหโบอัมโอรสของซาโลมอน เมื่อเรโหโบอัมยังเป็นคนหนุ่มและใจอ่อนแอ และต่อต้านพวกเขาไม่ไหว

13:7 And there are gathered unto him vain men, the children of Belial, and have strengthened themselves against Rehoboam the son of Solomon, when Rehoboam was young and tenderhearted, and could not withstand them.

13:8 และบัดนี้ ท่านทั้งหลายคิดที่จะต่อต้านราชอาณาจักรของพระเยโฮวาห์ซึ่งอยู่ในมือของลูกหลานของดาวิด และพวกท่านเป็นคนหมู่ใหญ่และลูกวัวทองคำเหล่านั้นซึ่งเยโรโบอัมได้สร้างไว้ให้พวกท่านเป็นพระก็อยู่กับท่านทั้งหลาย

13:8 And now ye think to withstand the kingdom of the LORD in the hand of the sons of David; and ye be a great multitude, and there are with you golden calves, which Jeroboam made you for gods.

13:9 ท่านทั้งหลายไม่ได้ขับไล่พวกปุโรหิตของพระเยโฮวาห์ ลูกหลานของอาโรน และคนเลวีออกไป และตั้งพวกปุโรหิตสำหรับตนเองเหมือนอย่างชนชาติทั้งหลายแห่งแผ่นดินอื่น ๆ หรือ เพื่อว่าผู้ใดที่นำวัวหนุ่มและแกะตัวผู้เจ็ดตัวมาชำระตัวให้บริสุทธิ์ไว้ ผู้นั้นก็สามารถเป็นปุโรหิตของสิ่งเหล่านั้นที่ไม่ใช่พระได้

13:9 Have ye not cast out the priests of the LORD, the sons of Aaron, and the Levites, and have made you priests after the manner of the nations of other lands? so that whosoever cometh to consecrate himself with a young bullock and seven rams, the same may be a priest of them that are no gods.

13:10 แต่สำหรับเราทั้งหลาย พระเยโฮวาห์ทรงเป็นพระเจ้าของพวกเรา และเราทั้งหลายไม่ได้ทอดทิ้งพระองค์ และพวกปุโรหิตผู้ปรนนิบัติพระเยโฮวาห์ เป็นลูกหลานของอาโรน และคนเลวีทำงานหน้าที่ของเขาทั้งหลาย

13:10 But as for us, the LORD is our God, and we have not forsaken him; and the priests, which minister unto the LORD, are the sons of Aaron, and the Levites wait upon their business:

13:11 และเขาทั้งหลายถวายเครื่องเผาบูชาและเครื่องหอมแด่พระเยโฮวาห์ทุกเช้าทุกเย็น พวกเขาตั้งขนมปังหน้าพระพักตร์บนโต๊ะบริสุทธิ์ด้วย และดูแลคันประทีปทองคำพร้อมกับตะเกียงของคันประทีปนั้น เพื่อให้ประทีปลุกอยู่ทุกเย็น เพราะเราทั้งหลายรักษาพระบัญชาของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของพวกเรา แต่ท่านทั้งหลายได้ทอดทิ้งพระองค์เสีย

13:11 And they burn unto the LORD every morning and every evening burnt sacrifices and sweet incense: the shewbread also set they in order upon the pure table; and the candlestick of gold with the lamps thereof, to burn every evening: for we keep the charge of the LORD our God; but ye have forsaken him.

13:12 และดูเถิด พระเจ้าเองทรงอยู่กับเราทั้งหลาย ทรงเป็นผู้บังคับบัญชาของพวกเรา และพวกปุโรหิตของพระองค์พร้อมกับแตรศึกพร้อมที่จะเป่าเรียกทำสงครามต่อสู้กับพวกท่าน โอ ข้าแต่ชนชาติอิสราเอล ขอท่านทั้งหลายอย่าต่อสู้กับพระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของพวกท่านเลย เพราะท่านทั้งหลายจะไม่เจริญ”

13:12 And, behold, God himself is with us for our captain, and his priests with sounding trumpets to cry alarm against you. O children of Israel, fight ye not against the LORD God of your fathers; for ye shall not prosper.

13:13 แต่เยโรโบอัมทรงให้กองซุ่มอ้อมมาหาเขาทั้งหลายจากข้างหลังพวกเขา ดังนั้นพวกเขาจึงอยู่ข้างหน้ายูดาห์ และกองซุ่มก็อยู่ข้างหลังพวกเขา

13:13 But Jeroboam caused an ambushment to come about behind them: so they were before Judah, and the ambushment was behind them.

13:14 และเมื่อยูดาห์มองดูข้างหลัง ดูเถิด การสู้รบอยู่ข้างหน้าและข้างหลัง และเขาทั้งหลายก็ร้องทูลต่อพระเยโฮวาห์ และพวกปุโรหิตก็เป่าแตร

13:14 And when Judah looked back, behold, the battle was before and behind: and they cried unto the LORD, and the priests sounded with the trumpets.

13:15 แล้วคนของยูดาห์ก็ตะโกน และเมื่อคนยูดาห์ตะโกน ก็เป็นดังนี้คือ พระเจ้าทรงฟาดฟันเยโรโบอัมและอิสราเอลทั้งสิ้นต่อหน้าอาบียาห์และยูดาห์

13:15 Then the men of Judah gave a shout: and as the men of Judah shouted, it came to pass, that God smote Jeroboam and all Israel before Abijah and Judah.

13:16 และชนชาติอิสราเอลได้หนีไปต่อหน้ายูดาห์ และพระเจ้าทรงมอบเขาทั้งหลายไว้ในมือของพวกเขา

13:16 And the children of Israel fled before Judah: and God delivered them into their hand.

13:17 และอาบียาห์กับประชากรของพระองค์ได้ประหารพวกเขาเสียมากมาย ดังนั้นคนอิสราเอลที่คัดเลือกแล้วจำนวนห้าแสนคนจึงล้มตาย

13:17 And Abijah and his people slew them with a great slaughter: so there fell down slain of Israel five hundred thousand chosen men.

13:18 ดังนั้น ชนชาติอิสราเอลจึงถูกปราบปรามในเวลานั้น และคนยูดาห์ก็ชนะ เพราะเขาทั้งหลายพึ่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของพวกเขา

13:18 Thus the children of Israel were brought under at that time, and the children of Judah prevailed, because they relied upon the LORD God of their fathers.

13:19 และอาบียาห์ได้ไล่ตามเยโรโบอัม และยึดเอานครต่าง ๆ จากพระองค์ คือเบธเอลพร้อมกับบรรดาเมืองของนครนั้น และเยชานาห์พร้อมกับบรรดาเมืองของนครนั้น และเอโฟรนพร้อมกับบรรดาเมืองของนครนั้น

13:19 And Abijah pursued after Jeroboam, and took cities from him, Bethel with the towns thereof, and Jeshanah with the towns thereof, and Ephrain with the towns thereof.

การสิ้นพระชนม์ของเยโรโบอัม (1 พกษ 14:19-20)
13:20 และเยโรโบอัมไม่ได้ฟื้นกำลังอีกเลยในรัชสมัยของอาบียาห์ และพระเยโฮวาห์ทรงประหารพระองค์ และพระองค์ก็สิ้นพระชนม์

The Death of Jeroboam (1 Kin. 14:19-20)
13:20 Neither did Jeroboam recover strength again in the days of Abijah: and the LORD struck him, and he died.

ครอบครัวของอาบียาห์
13:21 แต่อาบียาห์มีอำนาจยิ่งขึ้น และมีมเหสีสิบสี่องค์ และให้กำเนิดโอรสยี่สิบสององค์ และธิดาสิบหกองค์

The Family of Abijah
13:21 But Abijah waxed mighty, and married fourteen wives, and begat twenty and two sons, and sixteen daughters.

13:22 และราชกิจนอกนั้นของอาบียาห์ บรรดาวิธีการและเหล่าพระดำรัสของพระองค์ได้บันทึกไว้ในหนังสือของอิดโดผู้พยากรณ์

13:22 And the rest of the acts of Abijah, and his ways, and his sayings, are written in the story of the prophet Iddo.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope