กลับหน้าแรก / Main Menu

 

1 พงศ์กษัตริย์ 1 / 1 Kings 1

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22]

ดาวิดทรงพระชรา
1:1 เวลานั้นกษัตริย์ดาวิดมีพระชนมายุและทรงพระชรามากแล้ว และพวกเขาเอาเสื้อผ้าให้ห่มพระกายของพระองค์ แต่พระองค์ก็ยังไม่อบอุ่น

David's Old Age
1:1 Now king David was old and stricken in years; and they covered him with clothes, but he gat no heat.

1:2 ดังนั้น บรรดาผู้รับใช้ของพระองค์ได้กราบทูลพระองค์ว่า “ขอให้เสาะแสวงหาหญิงสาวพรหมจารีคนหนึ่งมาถวายแด่กษัตริย์เจ้านายของข้าพระองค์ และขอให้เธอยืนปรนนิบัติอยู่ต่อพระพักตร์ของกษัตริย์ ให้เธอรักและใส่ใจพระองค์ และให้เธอนอนในพระทรวงของพระองค์ เพื่อกษัตริย์เจ้านายของข้าพระองค์จะได้ทรงอบอุ่น”

1:2 Wherefore his servants said unto him, Let there be sought for my lord the king a young virgin: and let her stand before the king, and let her cherish him, and let her lie in thy bosom, that my lord the king may get heat.

1:3 ดังนั้น เขาทั้งหลายได้แสวงหาหญิงสาวที่สวยงามตลอดทั่วเขตแดนของอิสราเอล และได้พบอาบีชากชาวชูเนม และได้นำเธอมาเฝ้ากษัตริย์

1:3 So they sought for a fair damsel throughout all the coasts of Israel, and found Abishag a Shunammite, and brought her to the king.

1:4 และหญิงสาวคนนั้นงดงามยิ่งนัก เธอได้รักและใส่ใจกษัตริย์และอยู่ปรนนิบัติพระองค์ แต่กษัตริย์หาได้ทรงร่วมรู้กับเธอไม่

1:4 And the damsel was very fair, and cherished the king, and ministered to him: but the king knew her not.

อาโดนียาห์วางแผนขึ้นเป็นกษัตริย์
1:5 แล้วอาโดนียาห์ โอรสของพระนางฮักกีทได้ยกตัวเองขึ้นกล่าวว่า “เราจะเป็นกษัตริย์” และท่านได้เตรียมรถม้าศึกและทหารม้า กับพลทหารวิ่งนำหน้าท่านห้าสิบคน

Adonijah Plots for the Throne
1:5 Then Adonijah the son of Haggith exalted himself, saying, I will be king: and he prepared him chariots and horsemen, and fifty men to run before him.

1:6 และพระราชบิดาของท่านไม่เคยขัดใจท่านในเวลาใด ๆ เลย หรือตรัสว่า “ทำไมเจ้ากระทำอย่างนี้อย่างนั้นเล่า” และท่านเป็นชายรูปงามด้วย และมารดาของท่านบังเกิดท่านมาถัดจากอับซาโลม

1:6 And his father had not displeased him at any time in saying, Why hast thou done so? and he also was a very goodly man; and his mother bare him after Absalom.

1:7 และท่านได้ปรึกษากับโยอาบบุตรชายของเศรุยาห์และกับอาบียาธาร์ผู้เป็นปุโรหิต และเขาทั้งสองได้ติดตามอาโดนียาห์และช่วยเหลือท่าน

1:7 And he conferred with Joab the son of Zeruiah, and with Abiathar the priest: and they following Adonijah helped him.

1:8 แต่ศาโดกผู้เป็นปุโรหิต และเบไนยาห์บุตรชายของเยโฮยาดา และนาธันผู้พยากรณ์กับชิเมอีและเรอี และพวกวีรบุรุษของดาวิดไม่ได้อยู่ฝ่ายอาโดนียาห์

1:8 But Zadok the priest, and Benaiah the son of Jehoiada, and Nathan the prophet, and Shimei, and Rei, and the mighty men which belonged to David, were not with Adonijah.

1:9 และอาโดนียาห์ได้ถวายแกะ วัวตัวผู้ และสัตว์อ้วนพีเป็นเครื่องบูชา ณ ศิลาแห่งโศเฮเลทซึ่งอยู่ข้าง ๆ เอนโรเกล และได้เชิญพวกพี่น้องทั้งสิ้นของท่าน คือราชโอรสของกษัตริย์ และประชากรทั้งสิ้นแห่งยูดาห์ที่เป็นพวกผู้รับใช้ของกษัตริย์

1:9 And Adonijah slew sheep and oxen and fat cattle by the stone of Zoheleth, which is by Enrogel, and called all his brethren the king's sons, and all the men of Judah the king's servants:

1:10 แต่ท่านไม่ได้เชิญนาธันผู้พยากรณ์ หรือเบไนยาห์ หรือพวกวีรบุรุษ หรือซาโลมอนน้องชายของท่าน

1:10 But Nathan the prophet, and Benaiah, and the mighty men, and Solomon his brother, he called not.

นาธันกับพระนางบัทเชบาวางแผนให้ซาโลมอนขึ้นครองราชย์
1:11 ดังนั้น นาธันได้ทูลพระนางบัทเชบาพระราชมารดาของซาโลมอนว่า “พระนางไม่ทรงได้ยินหรือว่า อาโดนียาห์โอรสของพระนางฮักกีทได้ทรงครองราชย์แล้ว และดาวิดเจ้านายของพวกข้าพระองค์ไม่ได้ทรงทราบเรื่องนี้

Nathan and Bath-Sheba's Plot for Solomon to Reign
1:11 Wherefore Nathan spake unto Bathsheba the mother of Solomon, saying, Hast thou not heard that Adonijah the son of Haggith doth reign, and David our lord knoweth it not?

1:12 เพราะฉะนั้น บัดนี้ข้าพระองค์ขอร้องพระนาง ขอข้าพระองค์ถวายคำปรึกษาแด่พระนาง เพื่อพระนางจะได้ทรงช่วยชีวิตของพระนาง และชีวิตของซาโลมอนโอรสของพระนางไว้

1:12 Now therefore come, let me, I pray thee, give thee counsel, that thou mayest save thine own life, and the life of thy son Solomon.

1:13 ขอพระนางเสด็จเข้าเฝ้ากษัตริย์ดาวิด และกราบทูลพระองค์ว่า ‘โอ กษัตริย์เจ้านายของหม่อมฉัน พระองค์ได้ทรงปฏิญาณกับสาวใช้ของพระองค์ไว้มิใช่หรือว่า “ซาโลมอนบุตรชายของเจ้าจะครองราชย์ต่อจากเราแน่นอน และเขาจะนั่งบนบัลลังก์ของเรา” มิใช่หรือ ดังนั้น เหตุไฉนอาโดนียาห์ได้ทรงครองราชย์เล่า’

1:13 Go and get thee in unto king David, and say unto him, Didst not thou, my lord, O king, swear unto thine handmaid, saying, Assuredly Solomon thy son shall reign after me, and he shall sit upon my throne? why then doth Adonijah reign?

1:14 ดูเถิด ขณะที่พระนางกราบทูลกษัตริย์อยู่ ข้าพระองค์จะตามเข้าไปเฝ้า และสนับสนุนคำกราบทูลของพระนาง”

1:14 Behold, while thou yet talkest there with the king, I also will come in after thee, and confirm thy words.

1:15 และพระนางบัทเชบาได้เข้าเฝ้ากษัตริย์ที่ห้องบรรทม และกษัตริย์ทรงพระชรามาก และอาบีชากชาวชูเนมก็กำลังอยู่ปรนนิบัติกษัตริย์

1:15 And Bathsheba went in unto the king into the chamber: and the king was very old; and Abishag the Shunammite ministered unto the king.

1:16 และพระนางบัทเชบาน้อมตัวลงกราบถวายบังคมกษัตริย์ และกษัตริย์ตรัสว่า “เจ้าประสงค์สิ่งใด”

1:16 And Bathsheba bowed, and did obeisance unto the king. And the king said, What wouldest thou?

1:17 และพระนางทูลพระองค์ว่า “ข้าแต่เจ้านายของหม่อมฉัน พระองค์ได้ทรงปฏิญาณในพระนามของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของพระองค์ต่อสาวใช้ของพระองค์ว่า ‘ซาโลมอนบุตรชายของเจ้าจะครองราชย์ต่อจากเราแน่นอน และเขาจะนั่งบนบัลลังก์ของเรา’

1:17 And she said unto him, My lord, thou swarest by the LORD thy God unto thine handmaid, saying, Assuredly Solomon thy son shall reign after me, and he shall sit upon my throne.

1:18 และบัดนี้ ดูเถิด อาโดนียาห์ทรงครองราชย์แล้ว และตอนนี้ พระองค์คือกษัตริย์เจ้านายของหม่อมฉันก็ไม่ได้ทรงทราบเรื่องนี้

1:18 And now, behold, Adonijah reigneth; and now, my lord the king, thou knowest it not:

1:19 และท่านได้ถวายวัวตัวผู้ สัตว์อ้วนพีและแกะเป็นอันมาก และได้เชิญบรรดาโอรสของกษัตริย์ กับอาบียาธาร์ผู้เป็นปุโรหิต และโยอาบผู้บัญชาการกองทัพ แต่ซาโลมอนผู้รับใช้ของพระองค์ ท่านหาได้เชิญไม่

1:19 And he hath slain oxen and fat cattle and sheep in abundance, and hath called all the sons of the king, and Abiathar the priest, and Joab the captain of the host: but Solomon thy servant hath he not called.

1:20 โอ ข้าแต่กษัตริย์เจ้านายของหม่อมฉัน สายตาของคนอิสราเอลทั้งสิ้นได้เพ่งดูพระองค์ เพื่อพระองค์จะตรัสแก่เขาทั้งหลายว่า จะทรงให้ผู้ใดนั่งบนบัลลังก์ของกษัตริย์เจ้านายของหม่อมฉันต่อจากพระองค์

1:20 And thou, my lord, O king, the eyes of all Israel are upon thee, that thou shouldest tell them who shall sit on the throne of my lord the king after him.

1:21 มิฉะนั้นจะเป็นดังนี้ คือเมื่อกษัตริย์เจ้านายของหม่อมฉันจะล่วงหลับไปอยู่กับบรรพบุรุษของพระองค์แล้ว หม่อมฉันและซาโลมอนบุตรชายของหม่อมฉันก็จะถูกนับว่าเป็นผู้มีความผิด”

1:21 Otherwise it shall come to pass, when my lord the king shall sleep with his fathers, that I and my son Solomon shall be counted offenders.

1:22 และดูเถิด ขณะเมื่อพระนางกำลังกราบทูลกษัตริย์อยู่ นาธันผู้พยากรณ์ก็ได้เข้ามาด้วย

1:22 And, lo, while she yet talked with the king, Nathan the prophet also came in.

1:23 และพวกเขาได้กราบทูลกษัตริย์ว่า “ดูเถิด นาธันผู้พยากรณ์” และเมื่อนาธันเข้ามาต่อพระพักตร์ของกษัตริย์ เขาได้ถวายบังคมกษัตริย์ซบหน้าของตนลงถึงพื้น

1:23 And they told the king, saying, Behold Nathan the prophet. And when he was come in before the king, he bowed himself before the king with his face to the ground.

1:24 และนาธันกราบทูลว่า “โอ ข้าแต่กษัตริย์เจ้านายของข้าพระองค์ พระองค์ตรัสไว้แล้วหรือว่า ‘อาโดนียาห์จะครองราชย์ต่อจากเรา และเจ้าจะนั่งบนบัลลังก์ของเรา’

1:24 And Nathan said, My lord, O king, hast thou said, Adonijah shall reign after me, and he shall sit upon my throne?

1:25 เพราะวันนี้ท่านได้ลงไปถวายวัวตัวผู้ สัตว์อ้วนพีและแกะเป็นอันมาก และได้เชิญบรรดาโอรสของกษัตริย์ ทั้งพวกผู้บัญชาการกองทัพ และอาบียาธาร์ผู้เป็นปุโรหิต และดูเถิด เขาทั้งหลายกำลังกินดื่มต่อหน้าท่านและกล่าวว่า ‘ขอพระเจ้าทรงคุ้มครองกษัตริย์อาโดนียาห์เถิด’

1:25 For he is gone down this day, and hath slain oxen and fat cattle and sheep in abundance, and hath called all the king's sons, and the captains of the host, and Abiathar the priest; and, behold, they eat and drink before him, and say, God save king Adonijah.

1:26 แต่ข้าพระองค์ คือผู้รับใช้ของพระองค์ และศาโดกผู้เป็นปุโรหิต กับเบไนยาห์บุตรชายของเยโฮยาดา และซาโลมอนผู้รับใช้ของพระองค์ ท่านหาได้เชิญไม่

1:26 But me, even me thy servant, and Zadok the priest, and Benaiah the son of Jehoiada, and thy servant Solomon, hath he not called.

1:27 เรื่องนี้บังเกิดขึ้นโดยกษัตริย์เจ้านายของข้าพระองค์หรือ และพระองค์ไม่ได้ทรงสำแดงเรื่องนี้แก่ผู้รับใช้ของพระองค์หรือว่า จะทรงให้ผู้ใดนั่งบนบัลลังก์ของกษัตริย์เจ้านายของข้าพระองค์ต่อจากพระองค์”

1:27 Is this thing done by my lord the king, and thou hast not shewed it unto thy servant, who should sit on the throne of my lord the king after him?

1:28 แล้วกษัตริย์ดาวิดทรงตอบและตรัสว่า “จงเรียกบัทเชบาให้มาหาเรา” และพระนางได้เสด็จเข้ามาเฝ้าต่อพระพักตร์ของกษัตริย์ และยืนอยู่ต่อพระพักตร์ของกษัตริย์

1:28 Then king David answered and said, Call me Bathsheba. And she came into the king's presence, and stood before the king.

1:29 และกษัตริย์ทรงปฏิญาณและตรัสว่า “พระเยโฮวาห์ทรงพระชนม์อยู่แน่ฉันใด คือพระองค์ผู้ทรงไถ่ชีวิตของเราจากบรรดาความทุกข์ยาก

1:29 And the king sware, and said, As the LORD liveth, that hath redeemed my soul out of all distress,

1:30 เราได้ปฏิญาณต่อเจ้าในพระนามของพระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งอิสราเอลว่า ‘ซาโลมอนบุตรชายของเจ้าจะครองราชย์ต่อจากเราเป็นแน่ และเขาจะนั่งบนบัลลังก์ของเราแทนเรา’ เราก็จะกระทำอย่างนั้นในวันนี้แน่นอน”

1:30 Even as I sware unto thee by the LORD God of Israel, saying, Assuredly Solomon thy son shall reign after me, and he shall sit upon my throne in my stead; even so will I certainly do this day.

1:31 แล้วพระนางบัทเชบาก็ซบพระพักตร์ลงถึงดินและถวายบังคมกษัตริย์ และกราบทูลว่า “ขอกษัตริย์ดาวิดเจ้านายของหม่อมฉันจงทรงพระเจริญเป็นนิตย์”

1:31 Then Bathsheba bowed with her face to the earth, and did reverence to the king, and said, Let my lord king David live for ever.

1:32 และกษัตริย์ดาวิดตรัสว่า “จงเรียกศาโดกผู้เป็นปุโรหิต และนาธันผู้พยากรณ์ กับเบไนยาห์บุตรชายของเยโฮยาดามาหาเรา” และเขาทั้งหลายได้เข้ามาเฝ้าต่อพระพักตร์ของกษัตริย์

1:32 And king David said, Call me Zadok the priest, and Nathan the prophet, and Benaiah the son of Jehoiada. And they came before the king.

1:33 และกษัตริย์ตรัสกับเขาทั้งหลายว่า “จงพาพวกผู้รับใช้ของเจ้านายของพวกเจ้าไป และจัดให้ซาโลมอนโอรสของเราขึ้นขี่ล่อของเรา และนำเขาลงไปที่กีโฮน

1:33 The king also said unto them, Take with you the servants of your lord, and cause Solomon my son to ride upon mine own mule, and bring him down to Gihon:

1:34 และให้ศาโดกผู้เป็นปุโรหิต และนาธันผู้พยากรณ์เจิมตั้งเขาไว้เป็นกษัตริย์เหนืออิสราเอลที่นั่น และท่านทั้งหลายจงเป่าแตร และประกาศว่า ‘ขอพระเจ้าทรงคุ้มครองกษัตริย์ซาโลมอนเถิด’

1:34 And let Zadok the priest and Nathan the prophet anoint him there king over Israel: and blow ye with the trumpet, and say, God save king Solomon.

1:35 แล้วท่านทั้งหลายจงติดตามเขาขึ้นมา เพื่อเขาจะมานั่งบนบัลลังก์ของเรา เพราะว่าเขาจะได้เป็นกษัตริย์แทนเรา และเราได้กำหนดตั้งเขาไว้ให้เป็นผู้ครอบครองเหนืออิสราเอลและเหนือยูดาห์”

1:35 Then ye shall come up after him, that he may come and sit upon my throne; for he shall be king in my stead: and I have appointed him to be ruler over Israel and over Judah.

1:36 และเบไนยาห์บุตรชายของเยโฮยาดาได้ตอบกษัตริย์และกราบทูลว่า “เอเมน ขอพระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งกษัตริย์เจ้านายของข้าพระองค์ตรัสดังนั้นเถิด

1:36 And Benaiah the son of Jehoiada answered the king, and said, Amen: the LORD God of my lord the king say so too.

1:37 พระเยโฮวาห์ได้ทรงสถิตอยู่กับกษัตริย์เจ้านายของข้าพระองค์มาแล้วฉันใด ก็ขอพระองค์ทรงสถิตอยู่กับซาโลมอนฉันนั้น และขอทรงกระทำให้ราชบัลลังก์ของพระองค์ใหญ่ยิ่งกว่าพระที่นั่งของกษัตริย์ดาวิดเจ้านายของข้าพระองค์”

1:37 As the LORD hath been with my lord the king, even so be he with Solomon, and make his throne greater than the throne of my lord king David.

1:38 ดังนั้น ศาโดกผู้เป็นปุโรหิต นาธันผู้พยากรณ์ และเบไนยาห์บุตรชายของเยโฮยาดา และคนเคเรธีกับคนเปเลทได้ลงไป และจัดให้ซาโลมอนประทับบนล่อพระที่นั่งของกษัตริย์ดาวิดและได้นำท่านมาถึงกีโฮน

1:38 So Zadok the priest, and Nathan the prophet, and Benaiah the son of Jehoiada, and the Cherethites, and the Pelethites, went down, and caused Solomon to ride upon king David's mule, and brought him to Gihon.

การเจิมตั้งซาโลมอนเป็นกษัตริย์
1:39 และศาโดกผู้เป็นปุโรหิตได้นำเขาสัตว์ที่บรรจุน้ำมันมาจากพลับพลา และเจิมตั้งซาโลมอนไว้ และเขาทั้งหลายได้เป่าแตร และประชากรทั้งปวงก็โห่ร้องว่า “ขอพระเจ้าทรงคุ้มครองกษัตริย์ซาโลมอนเถิด”

Solomon Anointed King
1:39 And Zadok the priest took an horn of oil out of the tabernacle, and anointed Solomon. And they blew the trumpet; and all the people said, God save king Solomon.

1:40 และประชากรทั้งปวงก็ตามเสด็จพระองค์ไป และประชากรได้เป่าปี่และเปรมปรีดิ์ด้วยความชื่นบานยิ่งนัก จนกระทั่งแผ่นดินสะท้านหวั่นไหวด้วยเสียงของเขาทั้งหลาย

1:40 And all the people came up after him, and the people piped with pipes, and rejoiced with great joy, so that the earth rent with the sound of them.

แผนการของอาโดนียาห์ล้มเหลว
1:41 และอาโดนียาห์กับบรรดาผู้รับเชิญที่อยู่กับท่าน เมื่อรับประทานเลี้ยงกันเสร็จแล้วก็ได้ยินเสียงนั้น และเมื่อโยอาบได้ยินเสียงแตร เขาก็พูดว่า “เหตุใดจึงมีเสียงดังอึกทึกครึกโครมนี้ขึ้นในกรุง”

Adonijah's Plot Thwarted
1:41 And Adonijah and all the guests that were with him heard it as they had made an end of eating. And when Joab heard the sound of the trumpet, he said, Wherefore is this noise of the city being in an uproar?

1:42 และขณะที่เขากำลังพูดอยู่ ดูเถิด โยนาธานบุตรชายของอาบียาธาร์ผู้เป็นปุโรหิตก็มาถึง และอาโดนียาห์ก็กล่าวกับเขาว่า “เข้ามาเถิด เพราะเจ้าเป็นคนกล้าหาญและนำข่าวดีมา”

1:42 And while he yet spake, behold, Jonathan the son of Abiathar the priest came: and Adonijah said unto him, Come in; for thou art a valiant man, and bringest good tidings.

1:43 โยนาธานตอบและเรียนอาโดนียาห์ว่า “แท้จริง กษัตริย์ดาวิดเจ้านายของเราทั้งหลายได้ทรงแต่งตั้งให้ซาโลมอนเป็นกษัตริย์

1:43 And Jonathan answered and said to Adonijah, Verily our lord king David hath made Solomon king.

1:44 และกษัตริย์ได้รับสั่งให้ศาโดกผู้เป็นปุโรหิต นาธันผู้พยากรณ์ และเบไนยาห์บุตรชายของเยโฮยาดา กับคนเคเรธีและคนเปเลทตามซาโลมอนไป และเขาทั้งหลายได้จัดให้ซาโลมอนประทับบนล่อพระที่นั่งของกษัตริย์

1:44 And the king hath sent with him Zadok the priest, and Nathan the prophet, and Benaiah the son of Jehoiada, and the Cherethites, and the Pelethites, and they have caused him to ride upon the king's mule:

1:45 และศาโดกผู้เป็นปุโรหิต กับนาธันผู้พยากรณ์ได้เจิมตั้งท่านไว้ให้เป็นกษัตริย์ ณ กีโฮน และเขาทั้งหลายได้ขึ้นมาจากที่นั่นด้วยความเปรมปรีดิ์ ดังนั้นในกรุงจึงมีเสียงดังอึกทึกครึกโครมอีกครั้งหนึ่ง นี่เป็นเสียงที่ท่านทั้งหลายได้ยิน

1:45 And Zadok the priest and Nathan the prophet have anointed him king in Gihon: and they are come up from thence rejoicing, so that the city rang again. This is the noise that ye have heard.

1:46 และซาโลมอนได้ทรงประทับบนพระราชบัลลังก์ด้วย

1:46 And also Solomon sitteth on the throne of the kingdom.

1:47 และยิ่งกว่านั้นอีก บรรดาผู้รับใช้ของกษัตริย์ได้เข้าไปถวายพระพรแด่กษัตริย์ดาวิดเจ้านายของเราทั้งหลายว่า ‘ขอพระเจ้าทรงกระทำให้พระนามของซาโลมอนเลื่องลือไปยิ่งกว่าพระนามของพระองค์ และขอทรงกระทำให้บัลลังก์ของซาโลมอนใหญ่ยิ่งกว่าบัลลังก์ของพระองค์’ และกษัตริย์ได้ทรงเอนพระกายลงบนแท่นบรรทม

1:47 And moreover the king's servants came to bless our lord king David, saying, God make the name of Solomon better than thy name, and make his throne greater than thy throne. And the king bowed himself upon the bed.

1:48 และกษัตริย์ได้ตรัสดังนี้ด้วยว่า ‘สาธุการแด่พระเยโฮวาห์พระเจ้าของอิสราเอล ผู้ได้ทรงประทานให้มีคนหนึ่งนั่งบนบัลลังก์ของเราในวันนี้ และตาของเราเองได้เห็นแล้ว’”

1:48 And also thus said the king, Blessed be the LORD God of Israel, which hath given one to sit on my throne this day, mine eyes even seeing it.

1:49 บรรดาผู้รับเชิญของอาโดนียาห์ก็กลัวและลุกขึ้น และทุกคนได้ไปตามทางของตนเอง

1:49 And all the guests that were with Adonijah were afraid, and rose up, and went every man his way.

1:50 และอาโดนียาห์ก็กลัวเพราะเหตุซาโลมอน และได้ลุกขึ้นไปจับเชิงงอนของแท่นบูชา

1:50 And Adonijah feared because of Solomon, and arose, and went, and caught hold on the horns of the altar.

1:51 และมีคนกราบทูลซาโลมอนว่า “ดูเถิด อาโดนียาห์กลัวกษัตริย์ซาโลมอน เพราะดูเถิด ท่านได้จับเชิงงอนที่แท่นบูชาอยู่กล่าวว่า ‘ขอกษัตริย์ซาโลมอนได้ปฏิญาณแก่ข้าพเจ้าในวันนี้ว่า พระองค์จะไม่ประหารผู้รับใช้ของพระองค์เสียด้วยดาบ’”

1:51 And it was told Solomon, saying, Behold, Adonijah feareth king Solomon: for, lo, he hath caught hold on the horns of the altar, saying, Let king Solomon swear unto me to day that he will not slay his servant with the sword.

1:52 และซาโลมอนตรัสว่า “ถ้าเขาจะสำแดงตัวว่าเป็นคนที่มีคุณค่า ผมสักเส้นเดียวของเขาจะไม่ตกลงยังพื้นดิน แต่ถ้าพบความชั่วร้ายอยู่ในตัวเขา เขาจะต้องถึงแก่ความตาย”

1:52 And Solomon said, If he will shew himself a worthy man, there shall not an hair of him fall to the earth: but if wickedness shall be found in him, he shall die.

1:53 ดังนั้น กษัตริย์ซาโลมอนส่งบางคนไปนำท่านลงมาจากแท่นบูชา และท่านก็มากราบลงต่อกษัตริย์ซาโลมอน และซาโลมอนตรัสแก่ท่านว่า “จงกลับไปวังของท่านเถิด”

1:53 So king Solomon sent, and they brought him down from the altar. And he came and bowed himself to king Solomon: and Solomon said unto him, Go to thine house.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope