กลับหน้าแรก / Main Menu

 

2 ซามูเอล 19 / 2 Samuel 19

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24]

โยอาบเตือนสติดาวิด
19:1 และมีคนบอกโยอาบว่า “ดูเถิด กษัตริย์ทรงกันแสงและไว้ทุกข์เพื่ออับซาโลม”

Joab Reproaches David
19:1 And it was told Joab, Behold, the king weepeth and mourneth for Absalom.

19:2 และชัยชนะในวันนั้นก็กลายเป็นการไว้ทุกข์สำหรับพวกทหารทั้งหลาย เพราะในวันนั้นพวกทหารได้ยินว่า กษัตริย์ทรงโทมนัสเพราะราชโอรสของพระองค์

19:2 And the victory that day was turned into mourning unto all the people: for the people heard say that day how the king was grieved for his son.

19:3 และในวันนั้นพวกทหารได้แอบเข้ามาในเมือง เหมือนอย่างเมื่อพวกเขาหนีการสู้รบ แล้วอับอายแอบเข้ามา

19:3 And the people gat them by stealth that day into the city, as people being ashamed steal away when they flee in battle.

19:4 แต่กษัตริย์ทรงคลุมพระพักตร์ของพระองค์ และกษัตริย์ทรงกันแสงด้วยเสียงดังว่า “โอ อับซาโลมบุตรชายของเราเอ๋ย โอ อับซาโลมบุตรชายของเรา บุตรชายของเรา”

19:4 But the king covered his face, and the king cried with a loud voice, O my son Absalom, O Absalom, my son, my son!

19:5 และโยอาบได้เข้ามาในพระราชวังเข้าเฝ้ากษัตริย์ และกราบทูลว่า “วันนี้พระองค์ได้ทรงกระทำให้ข้าราชการทหารทั้งสิ้นของพระองค์ได้อับอายขายหน้า ผู้ซึ่งวันนี้ได้ปกป้องพระชนม์ชีพของพระองค์ ทั้งชีวิตราชบุตรและราชธิดาของพระองค์ และชีวิตบรรดามเหสีของพระองค์ และชีวิตนางสนมทั้งหลายของพระองค์

19:5 And Joab came into the house to the king, and said, Thou hast shamed this day the faces of all thy servants, which this day have saved thy life, and the lives of thy sons and of thy daughters, and the lives of thy wives, and the lives of thy concubines;

19:6 ด้วยว่าพระองค์ทรงรักบรรดาศัตรูของพระองค์ และทรงเกลียดชังสหายทั้งหลายของพระองค์ เพราะวันนี้พระองค์ได้กระทำให้ประจักษ์แล้วว่า พระองค์ไม่ได้ใส่ใจต่อบรรดานายทหารหรือข้าราชการทหารทั้งหลาย สำหรับวันนี้ข้าพระองค์ทราบว่า ถ้าวันนี้อับซาโลมยังมีชีวิตอยู่ และข้าพระองค์ทั้งหลายตายหมดสิ้น ดังนั้นพระองค์ก็คงจะพอพระทัย

19:6 In that thou lovest thine enemies, and hatest thy friends. For thou hast declared this day, that thou regardest neither princes nor servants: for this day I perceive, that if Absalom had lived, and all we had died this day, then it had pleased thee well.

19:7 ฉะนั้น บัดนี้ขอพระองค์ทรงลุกขึ้น ขอเสด็จออกไปตรัสปลอบประโลมใจข้าราชการทหารทั้งหลายของพระองค์ เพราะข้าพระองค์ได้ปฏิญาณในพระนามพระเยโฮวาห์ว่า ในคืนนี้ถ้าพระองค์ไม่เสด็จออกไป ก็จะไม่มีใครสักคนหนึ่งอยู่กับพระองค์ และเรื่องนี้จะร้ายแรงต่อพระองค์ยิ่งกว่าเหตุร้ายอื่น ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งเคยบังเกิดแก่พระองค์ตั้งแต่พระองค์ยังทรงพระเยาว์จนถึงบัดนี้”

19:7 Now therefore arise, go forth, and speak comfortably unto thy servants: for I swear by the LORD, if thou go not forth, there will not tarry one with thee this night: and that will be worse unto thee than all the evil that befell thee from thy youth until now.

19:8 ดังนั้น กษัตริย์จึงทรงลุกขึ้นและประทับที่ประตูเมือง มีบางคนไปบอกพวกทหารทั้งหลายว่า “ดูเถิด กษัตริย์ประทับอยู่ที่ประตูเมือง” และพวกทหารทั้งหลายได้มาเฝ้าต่อพระพักตร์กษัตริย์ ด้วยว่าคนอิสราเอลทุกคนได้หนีไปยังเต็นท์ของตนหมดแล้ว

19:8 Then the king arose, and sat in the gate. And they told unto all the people, saying, Behold, the king doth sit in the gate. And all the people came before the king: for Israel had fled every man to his tent.

ดาวิดเสด็จกลับกรุงเยรูซาเล็ม
19:9 และประชาชนทั้งสิ้นก็ถกเถียงกันไปทั่วทุกเผ่าของคนอิสราเอล กล่าวว่า “กษัตริย์ทรงช่วยเราทั้งหลายให้พ้นจากมือของบรรดาศัตรูของพวกเราและทรงช่วยเราทั้งหลายให้พ้นจากมือของคนฟีลิสเตีย และบัดนี้พระองค์ทรงหนีออกจากแผ่นดินเพราะเหตุอับซาโลม

David Returns to Jerusalem
19:9 And all the people were at strife throughout all the tribes of Israel, saying, The king saved us out of the hand of our enemies, and he delivered us out of the hand of the Philistines; and now he is fled out of the land for Absalom.

19:10 และอับซาโลมผู้ที่พวกเราได้เจิมตั้งไว้เหนือเราทั้งหลายนั้นก็สิ้นพระชนม์แล้วในการสู้รบ ฉะนั้นบัดนี้ ทำไมท่านทั้งหลายไม่พูดอะไรบ้างเลยหรือ ในเรื่องที่จะเชิญกษัตริย์ให้เสด็จกลับมา”

19:10 And Absalom, whom we anointed over us, is dead in battle. Now therefore why speak ye not a word of bringing the king back?

19:11 และกษัตริย์ดาวิดทรงใช้คนไปหาศาโดกและอาบียาธาร์ผู้เป็นปุโรหิต ตรัสว่า “ขอพูดกับพวกผู้อาวุโสของคนยูดาห์ว่า ‘ทำไมพวกท่านจึงเป็นคนสุดท้ายที่จะเชิญกษัตริย์กลับพระราชวังของพระองค์ เพราะถ้อยคำเหล่านี้มาจากคนอิสราเอลทั้งหลายถึงกษัตริย์แล้ว คือถึงราชวงศ์ของพระองค์

19:11 And king David sent to Zadok and to Abiathar the priests, saying, Speak unto the elders of Judah, saying, Why are ye the last to bring the king back to his house? seeing the speech of all Israel is come to the king, even to his house.

19:12 ท่านทั้งหลายเป็นญาติพี่น้องของเรา พวกท่านเป็นกระดูกและเนื้อหนังของเรา ทำไมท่านทั้งหลายจึงเป็นคนสุดท้ายที่จะเชิญกษัตริย์กลับมา’

19:12 Ye are my brethren, ye are my bones and my flesh: wherefore then are ye the last to bring back the king?

19:13 และท่านทั้งหลายจงพูดกับอามาสาว่า ‘ท่านมิได้เป็นกระดูกและเนื้อหนังของเราหรือ ถ้าท่านมิได้เป็นผู้บังคับบัญชากองทัพแทนโยอาบต่อหน้าเราสืบไป ขอพระเจ้าทรงกระทำอย่างนั้นต่อเรา และให้หนักยิ่งกว่าด้วย’”

19:13 And say ye to Amasa, Art thou not of my bone, and of my flesh? God do so to me, and more also, if thou be not captain of the host before me continually in the room of Joab.

19:14 และพระองค์ได้ทรงน้อมนำจิตใจของบรรดาคนยูดาห์เหมือนอย่างเป็นจิตใจของชายคนเดียว พวกเขาจึงส่งถ้อยคำเหล่านี้ไปกราบทูลกษัตริย์ว่า “ขอพระองค์เสด็จกลับมาพร้อมกับบรรดาข้าราชการทหารทั้งสิ้นของพระองค์”

19:14 And he bowed the heart of all the men of Judah, even as the heart of one man; so that they sent this word unto the king, Return thou, and all thy servants.

19:15 ดังนั้น กษัตริย์ได้เสด็จกลับและมาถึงแม่น้ำจอร์แดน คนยูดาห์ได้มาถึงกิลกาลเพื่อรับเสด็จกษัตริย์ และเชิญกษัตริย์เสด็จข้ามแม่น้ำจอร์แดน

19:15 So the king returned, and came to Jordan. And Judah came to Gilgal, to go to meet the king, to conduct the king over Jordan.

19:16 และชิเมอี บุตรชายของเกรา คนเบนยามินผู้มาจากบาฮูริม รีบลงมาพร้อมกับคนยูดาห์เพื่อรับเสด็จกษัตริย์ดาวิด

19:16 And Shimei the son of Gera, a Benjamite, which was of Bahurim, hasted and came down with the men of Judah to meet king David.

19:17 และมีคนจากเผ่าเบนยามินมาพร้อมกับเขาหนึ่งพันคน และศิบาผู้รับใช้ในราชวงศ์ของซาอูลพร้อมกับบุตรชายสิบห้าคนกับคนใช้อีกยี่สิบคนของเขา และเขาทั้งหลายได้ข้ามแม่น้ำจอร์แดนต่อพระพักตร์ของกษัตริย์

19:17 And there were a thousand men of Benjamin with him, and Ziba the servant of the house of Saul, and his fifteen sons and his twenty servants with him; and they went over Jordan before the king.

19:18 และมีเรือข้ามฟากมาเพื่อรับราชวงศ์ของกษัตริย์ และคอยปรนนิบัติตามชอบพระทัยของพระองค์ และชิเมอี บุตรชายของเกรา ขณะที่เขาข้ามแม่น้ำจอร์แดนแล้ว ได้กราบลงต่อพระพักตร์ของกษัตริย์

19:18 And there went over a ferry boat to carry over the king's household, and to do what he thought good. And Shimei the son of Gera fell down before the king, as he was come over Jordan;

19:19 และกราบทูลกษัตริย์ว่า “ขอเจ้านายของข้าพระองค์อย่าทรงถือโทษความชั่วช้าของข้าพระองค์ ทั้งอย่าทรงจดจำความผิดที่ผู้รับใช้ของพระองค์ได้กระทำในวันที่กษัตริย์เจ้านายของข้าพระองค์เสด็จจากกรุงเยรูซาเล็ม ขอกษัตริย์อย่าทรงจดจำไว้ในพระทัยของพระองค์

19:19 And said unto the king, Let not my lord impute iniquity unto me, neither do thou remember that which thy servant did perversely the day that my lord the king went out of Jerusalem, that the king should take it to his heart.

19:20 ด้วยว่าผู้รับใช้ของพระองค์ได้สำนึกแล้วว่าข้าพระองค์ได้กระทำบาป เพราะฉะนั้น ดูเถิด ในวันนี้ข้าพระองค์ได้มาเป็นคนแรกในวงศ์วานของโยเซฟที่ลงมารับเสด็จกษัตริย์เจ้านายของข้าพระองค์”

19:20 For thy servant doth know that I have sinned: therefore, behold, I am come the first this day of all the house of Joseph to go down to meet my lord the king.

19:21 แต่อาบีชัยบุตรชายของเศรุยาห์ได้ตอบและกราบทูลว่า “ชิเมอีกระทำเช่นนี้ไม่ควรจะถูกประหารชีวิตหรือ เพราะเขาได้แช่งด่าผู้ที่พระเยโฮวาห์ทรงเจิมไว้”

19:21 But Abishai the son of Zeruiah answered and said, Shall not Shimei be put to death for this, because he cursed the LORD'S anointed?

19:22 และดาวิดตรัสว่า “บุตรชายทั้งสองของเศรุยาห์เอ๋ย เรามีธุระอะไรกับท่านทั้งสองที่ในวันนี้พวกท่านจะเป็นปฏิปักษ์กับเรา ในวันนี้ควรที่จะให้คนใดถูกประหารชีวิตในอิสราเอลหรือ เพราะในวันนี้เราไม่ทราบหรือว่า เราเป็นกษัตริย์ครอบครองเหนืออิสราเอล”

19:22 And David said, What have I to do with you, ye sons of Zeruiah, that ye should this day be adversaries unto me? shall there any man be put to death this day in Israel? for do not I know that I am this day king over Israel?

19:23 ฉะนั้นกษัตริย์ตรัสกับชิเมอีว่า “เจ้าจะไม่ถึงตาย” และกษัตริย์ได้ประทานคำปฏิญาณแก่เขา

19:23 Therefore the king said unto Shimei, Thou shalt not die. And the king sware unto him.

19:24 และเมฟีโบเชท โอรสของซาอูลได้ลงมารับเสด็จกษัตริย์ และมิได้แต่งเท้าของท่าน หรือขลิบเคราของท่าน หรือซักเสื้อผ้าของท่าน ตั้งแต่วันที่กษัตริย์เสด็จจากไปจนถึงวันที่พระองค์เสด็จกลับมาโดยสันติภาพ

19:24 And Mephibosheth the son of Saul came down to meet the king, and had neither dressed his feet, nor trimmed his beard, nor washed his clothes, from the day the king departed until the day he came again in peace.

19:25 และต่อมา เมื่อเมฟีโบเชทมายังกรุงเยรูซาเล็มเพื่อจะรับเสด็จกษัตริย์ กษัตริย์ตรัสกับท่านว่า “เมฟีโบเชทเอ๋ย ทำไมท่านมิได้ไปพร้อมกับเรา”

19:25 And it came to pass, when he was come to Jerusalem to meet the king, that the king said unto him, Wherefore wentest not thou with me, Mephibosheth?

19:26 และท่านทูลตอบว่า “โอ ข้าแต่กษัตริย์เจ้านายของข้าพระองค์ ผู้รับใช้ของข้าพระองค์หลอกลวงข้าพระองค์ เพราะผู้รับใช้ของพระองค์พูดว่า ‘ข้าจะผูกอานลาตัวหนึ่งสำหรับข้า เพื่อข้าจะได้ขี่ไปตามเสด็จกษัตริย์’ เพราะว่าผู้รับใช้ของพระองค์เป็นง่อย

19:26 And he answered, My lord, O king, my servant deceived me: for thy servant said, I will saddle me an ass, that I may ride thereon, and go to the king; because thy servant is lame.

19:27 และเขาได้กราบทูลกษัตริย์เจ้านายของข้าพระองค์ใส่ร้ายผู้รับใช้ของพระองค์ แต่กษัตริย์เจ้านายของข้าพระองค์เป็นเหมือนอย่างทูตสวรรค์องค์หนึ่งของพระเจ้า ฉะนั้นขอให้พระองค์ทรงกระทำตามที่พระองค์ทรงเห็นสมควรในสายพระเนตรของพระองค์เถิด

19:27 And he hath slandered thy servant unto my lord the king; but my lord the king is as an angel of God: do therefore what is good in thine eyes.

19:28 เพราะว่าวงศ์วานทั้งสิ้นแห่งราชบิดาของข้าพระองค์ก็เป็นเหมือนคนที่ตายแล้วต่อพระพักตร์ของกษัตริย์เจ้านายของข้าพระองค์ แต่พระองค์ได้ทรงแต่งตั้งผู้รับใช้ของพระองค์ไว้ในท่ามกลางผู้ที่รับประทานร่วมโต๊ะเสวยของพระองค์ ข้าพระองค์มีสิทธิ์ประการใดที่จะร้องทูลต่อกษัตริย์ได้อีก”

19:28 For all of my father's house were but dead men before my lord the king: yet didst thou set thy servant among them that did eat at thine own table. What right therefore have I yet to cry any more unto the king?

19:29 และกษัตริย์ได้ตรัสกับท่านว่า “ท่านจะพูดถึงเรื่องต่าง ๆ ของท่านต่อไปทำไมเล่า เราพูดแล้วว่า ท่านกับศิบาจงแบ่งที่ดินกันเถิด”

19:29 And the king said unto him, Why speakest thou any more of thy matters? I have said, Thou and Ziba divide the land.

19:30 และเมฟีโบเชทกราบทูลกษัตริย์ว่า “ขอรับ ขอให้ศิบารับไปหมดเถิด เนื่องด้วยกษัตริย์เจ้านายของข้าพระองค์ได้เสด็จกลับสู่พระราชสำนักของพระองค์โดยสันติภาพแล้ว”

19:30 And Mephibosheth said unto the king, Yea, let him take all, forasmuch as my lord the king is come again in peace unto his own house.

19:31 และบารซิลลัยชาวกิเลอาดได้ลงมาจากโรเกลิม และข้ามแม่น้ำจอร์แดนไปพร้อมกับกษัตริย์ เพื่อเชิญพระองค์ข้ามแม่น้ำจอร์แดน

19:31 And Barzillai the Gileadite came down from Rogelim, and went over Jordan with the king, to conduct him over Jordan.

19:32 บัดนี้ บารซิลลัยเป็นคนชรามากแล้ว อายุแปดสิบปี และท่านได้นำเสบียงอาหารมาถวายกษัตริย์ ขณะเมื่อพระองค์ประทับที่มาหะนาอิม เพราะท่านเป็นคนมั่งมีมาก

19:32 Now Barzillai was a very aged man, even fourscore years old: and he had provided the king of sustenance while he lay at Mahanaim; for he was a very great man.

19:33 และกษัตริย์ได้ตรัสกับบารซิลลัยว่า “ท่านจงข้ามมาอยู่กับเราเถิด และเราจะเลี้ยงดูท่านให้อยู่กับเราที่กรุงเยรูซาเล็ม”

19:33 And the king said unto Barzillai, Come thou over with me, and I will feed thee with me in Jerusalem.

19:34 และบารซิลลัยกราบทูลกษัตริย์ว่า “ข้าพระองค์จะอยู่ต่อไปได้อีกกี่ปี ที่ข้าพระองค์จะขึ้นไปอยู่กับกษัตริย์ที่กรุงเยรูซาเล็ม

19:34 And Barzillai said unto the king, How long have I to live, that I should go up with the king unto Jerusalem?

19:35 วันนี้ข้าพระองค์มีอายุแปดสิบปีแล้ว และข้าพระองค์สามารถสังเกตว่าอะไรดีและอะไรชั่วได้หรือ ผู้รับใช้ของพระองค์สามารถลิ้มรสอร่อยของสิ่งที่กินและดื่มได้หรือ ข้าพระองค์สามารถฟังเสียงร้องเพลงของชายและหญิงได้หรือ ทำไมจะให้ผู้รับใช้ของพระองค์เป็นภาระแก่กษัตริย์เจ้านายของข้าพระองค์อีกเล่า

19:35 I am this day fourscore years old: and can I discern between good and evil? can thy servant taste what I eat or what I drink? can I hear any more the voice of singing men and singing women? wherefore then should thy servant be yet a burden unto my lord the king?

19:36 ผู้รับใช้ของพระองค์จะตามเสด็จกษัตริย์ข้ามแม่น้ำจอร์แดนไปหน่อยเดียวเท่านั้น และไฉนกษัตริย์จะพระราชทานรางวัลเช่นนี้แก่ข้าพระองค์เล่า

19:36 Thy servant will go a little way over Jordan with the king: and why should the king recompense it me with such a reward?

19:37 ข้าพระองค์ขอร้องพระองค์ ขอให้ผู้รับใช้ของพระองค์กลับไป เพื่อข้าพระองค์จะตายที่ในเมืองของข้าพระองค์เอง และถูกฝังข้าง ๆ ที่ฝังศพของบิดามารดาของข้าพระองค์ แต่ดูเถิด คิมฮามผู้รับใช้ของพระองค์ ขอทรงโปรดให้เขาตามเสด็จกษัตริย์เจ้านายของข้าพระองค์ไป และพระองค์ทรงโปรดเขาประการใดก็แล้วแต่พระองค์ทรงเห็นสมควร”

19:37 Let thy servant, I pray thee, turn back again, that I may die in mine own city, and be buried by the grave of my father and of my mother. But behold thy servant Chimham; let him go over with my lord the king; and do to him what shall seem good unto thee.

19:38 และกษัตริย์ตรัสตอบว่า “คิมฮามจะข้ามไปพร้อมกับเรา และเราจะกระทำแก่เขาตามที่ท่านเห็นว่าสมควร และสิ่งใด ๆ ก็ตามที่ท่านปรารถนาจะให้เรากระทำแก่ท่าน เราก็จะกระทำแก่ท่าน”

19:38 And the king answered, Chimham shall go over with me, and I will do to him that which shall seem good unto thee: and whatsoever thou shalt require of me, that will I do for thee.

19:39 และพวกทหารทั้งสิ้นได้ข้ามแม่น้ำจอร์แดน และเมื่อกษัตริย์เสด็จข้ามไปแล้วกษัตริย์ทรงจุบบารซิลลัย และทรงอวยพรแก่ท่าน และท่านได้กลับไปยังสถานที่ของท่าน

19:39 And all the people went over Jordan. And when the king was come over, the king kissed Barzillai, and blessed him; and he returned unto his own place.

19:40 ดังนั้น กษัตริย์เสด็จไปยังกิลกาล และคิมฮามได้ตามเสด็จไปพร้อมกับพระองค์ และคนยูดาห์ทั้งหมดกับคนอิสราเอลครึ่งหนึ่งได้เชิญกษัตริย์เสด็จมา

19:40 Then the king went on to Gilgal, and Chimham went on with him: and all the people of Judah conducted the king, and also half the people of Israel.

ความขัดแย้งระหว่างคนอิสราเอลกับคนยูดาห์
19:41 และดูเถิด คนอิสราเอลทั้งหมดมาเข้าเฝ้ากษัตริย์ และกราบทูลกษัตริย์ว่า “เหตุใดคนยูดาห์พี่น้องของพวกเราจึงได้ลักพาพระองค์ไปเสีย ทำไมเชิญกษัตริย์และราชวงศ์ของพระองค์ และบรรดาคนของดาวิดพร้อมกับพระองค์ ข้ามแม่น้ำจอร์แดนไป”

Strife Between Israel and Judah
19:41 And, behold, all the men of Israel came to the king, and said unto the king, Why have our brethren the men of Judah stolen thee away, and have brought the king, and his household, and all David's men with him, over Jordan?

19:42 และคนยูดาห์ทั้งสิ้นได้ตอบคนอิสราเอลว่า “เพราะกษัตริย์เป็นญาติสนิทกับพวกเรา ทำไมท่านทั้งหลายจึงโกรธเคืองเรื่องนี้เล่า พวกเราได้อยู่กินสิ้นเปลืองพระราชทรัพย์ของกษัตริย์หรือ พระองค์ได้ให้รางวัลอะไรแก่พวกเราหรือ”

19:42 And all the men of Judah answered the men of Israel, Because the king is near of kin to us: wherefore then be ye angry for this matter? have we eaten at all of the king's cost? or hath he given us any gift?

19:43 และคนอิสราเอลได้ตอบคนยูดาห์ และพูดว่า “พวกเรามีส่วนในกษัตริย์สิบส่วน และในดาวิดพวกเราก็มีสิทธิ์มากกว่าท่านทั้งหลาย ทำไมพวกท่านจึงเหยียดหยามเราทั้งหลายเช่นนี้เล่า พวกเราไม่ได้เป็นพวกแรกที่พูดเรื่องการนำกษัตริย์กลับมาหรือ” และถ้อยคำของคนยูดาห์ดุดันกว่าถ้อยคำของคนอิสราเอล

19:43 And the men of Israel answered the men of Judah, and said, We have ten parts in the king, and we have also more right in David than ye: why then did ye despise us, that our advice should not be first had in bringing back our king? And the words of the men of Judah were fiercer than the words of the men of Israel.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope