กลับหน้าแรก / Main Menu

 

1 ซามูเอล 14 / 1 Samuel 14

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25] [26] [27] [28] [29] [30] [31]

ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของโยนาธาน
14:1 ต่อมาวันหนึ่ง โยนาธานราชโอรสของซาอูลกล่าวกับคนหนุ่มที่ถือเครื่องอาวุธของท่านว่า “มาเถิด ให้เราทั้งสองข้ามไปยังกองทหารรักษาการณ์ของคนฟีลิสเตีย ที่อยู่อีกฟากหนึ่ง” แต่ท่านหาได้ทูลพระบิดาของตนให้ทราบไม่

Jonathan's Great Victory
14:1 Now it came to pass upon a day, that Jonathan the son of Saul said unto the young man that bare his armour, Come, and let us go over to the Philistines' garrison, that is on the other side. But he told not his father.

14:2 และซาอูลทรงพักอยู่นอกเมืองกิเบอาห์ใต้ต้นทับทิม ซึ่งอยู่ที่ตำบลมิโกรน และกองทหารซึ่งอยู่ด้วยกันกับพระองค์มีประมาณหกร้อยคน

14:2 And Saul tarried in the uttermost part of Gibeah under a pomegranate tree which is in Migron: and the people that were with him were about six hundred men;

14:3 และอาหิยาห์บุตรชายของอาหิทูบพี่ชายของอีคาโบด บุตรชายของฟีเนหัสผู้เป็นบุตรชายของเอลีผู้เป็นปุโรหิตแห่งพระเยโฮวาห์ที่เมืองชีโลห์ เขาสวมเอโฟดอยู่ และกองทหารไม่ทราบว่าโยนาธานได้ไปแล้ว

14:3 And Ahiah, the son of Ahitub, Ichabod's brother, the son of Phinehas, the son of Eli, the LORD'S priest in Shiloh, wearing an ephod. And the people knew not that Jonathan was gone.

14:4 และระหว่างทางข้ามเขา ที่โยนาธานกำลังหาช่องที่จะข้ามไปยังกองทหารรักษาการณ์ของคนฟีลิสเตียนั้น มียอดหินแหลมอยู่ฟากทางข้างนี้ และมียอดหินแหลมอยู่ฟากทางข้างโน้น และชื่อของยอดหนึ่งคือ โบเซส และชื่อของอีกยอดหนึ่งคือ เสเนห์

14:4 And between the passages, by which Jonathan sought to go over unto the Philistines' garrison, there was a sharp rock on the one side, and a sharp rock on the other side: and the name of the one was Bozez, and the name of the other Seneh.

14:5 หินแหลมยอดหนึ่งโผล่ขึ้นทางทิศเหนือด้านหน้าเมืองมิคมาช และอีกยอดหนึ่งโผล่ขึ้นทางทิศใต้ด้านหน้าเมืองกิเบอาห์

14:5 The forefront of the one was situate northward over against Michmash, and the other southward over against Gibeah.

14:6 และโยนาธานกล่าวกับคนหนุ่มที่ถือเครื่องอาวุธของท่านว่า “มาเถิด ให้เราทั้งสองข้ามไปยังกองทหารรักษาการณ์ของคนเหล่านั้นที่มิได้เข้าสุหนัต บางทีพระเยโฮวาห์จะทรงประกอบกิจเพื่อพวกเรา เพราะว่าไม่มีสิ่งใดที่ขัดขวางพระเยโฮวาห์ได้ในการที่จะทรงช่วยให้รอดพ้นไม่ว่าโดยคนมากหรือน้อย”

14:6 And Jonathan said to the young man that bare his armour, Come, and let us go over unto the garrison of these uncircumcised: it may be that the LORD will work for us: for there is no restraint to the LORD to save by many or by few.

14:7 และผู้ถือเครื่องอาวุธของท่านพูดกับท่านว่า “จงกระทำทุกสิ่งที่อยู่ในจิตใจของท่าน ท่านจงหันไปตามแต่จิตใจของท่าน ดูเถิด ข้าพเจ้าอยู่กับท่านแล้ว”

14:7 And his armourbearer said unto him, Do all that is in thine heart: turn thee; behold, I am with thee according to thy heart.

14:8 แล้วโยนาธานกล่าวว่า “ดูเถิด เราทั้งสองจะข้ามไปหาคนเหล่านั้น และพวกเราจะเปิดเผยตัวของเราให้พวกเขาเห็น

14:8 Then said Jonathan, Behold, we will pass over unto these men, and we will discover ourselves unto them.

14:9 ถ้าพวกเขาพูดกับเราดังนี้ว่า ‘จงคอยอยู่จนกว่าพวกเราจะมาหาพวกเจ้า’ แล้วพวกเราจะยืนอยู่เฉย ๆ ในที่ของเรา และจะไม่ขึ้นไปหาพวกเขา

14:9 If they say thus unto us, Tarry until we come to you; then we will stand still in our place, and will not go up unto them.

14:10 แต่ถ้าพวกเขาพูดดังนี้ว่า ‘จงขึ้นมาหาพวกเราเถิด’ แล้วพวกเราจึงจะขึ้นไป ด้วยว่าพระเยโฮวาห์ทรงมอบเขาทั้งหลายไว้ในมือของพวกเราแล้ว และสิ่งนี้จะเป็นสัญญาณแก่เราทั้งสอง”

14:10 But if they say thus, Come up unto us; then we will go up: for the LORD hath delivered them into our hand: and this shall be a sign unto us.

14:11 และเขาทั้งสองได้เปิดเผยตัวให้กองทหารรักษาการณ์ของคนฟีลิสเตียเห็น และคนฟีลิสเตียพูดว่า “ดูเถิด พวกฮีบรูออกมาจากรูที่พวกเขาซ่อนตัวแล้ว”

14:11 And both of them discovered themselves unto the garrison of the Philistines: and the Philistines said, Behold, the Hebrews come forth out of the holes where they had hid themselves.

14:12 และพลทหารที่อยู่ในกองทหารรักษาการณ์ได้ตอบโยนาธานและผู้ถือเครื่องอาวุธของท่าน และกล่าวว่า “จงขึ้นมาหาพวกเราเถิด แล้วเราทั้งหลายจะแจ้งให้เจ้าทั้งสองทราบสักเรื่องหนึ่ง” และโยนาธานพูดกับผู้ถือเครื่องอาวุธของท่านว่า “จงตามเราขึ้นมา ด้วยว่าพระเยโฮวาห์ได้ทรงมอบพวกเขาไว้ในมือของคนอิสราเอลแล้ว”

14:12 And the men of the garrison answered Jonathan and his armourbearer, and said, Come up to us, and we will shew you a thing. And Jonathan said unto his armourbearer, Come up after me: for the LORD hath delivered them into the hand of Israel.

14:13 และโยนาธานก็ปีนขึ้นไปและผู้ถือเครื่องอาวุธของท่านก็ตามท่านไป และเขาทั้งหลายก็ล้มตายต่อหน้าโยนาธาน และผู้ถือเครื่องอาวุธของท่านก็ฆ่าเขาทั้งหลายตามหลังท่านไป

14:13 And Jonathan climbed up upon his hands and upon his feet, and his armourbearer after him: and they fell before Jonathan; and his armourbearer slew after him.

14:14 และการฆ่าฟันครั้งแรกที่โยนาธานและผู้ถือเครื่องอาวุธของท่านได้กระทำนั้น มีประมาณยี่สิบคน ในบริเวณพื้นที่ประมาณหนึ่งไร่ซึ่งวัวตัวผู้คู่หนึ่งจะไถได้

14:14 And that first slaughter, which Jonathan and his armourbearer made, was about twenty men, within as it were an half acre of land, which a yoke of oxen might plow.

14:15 และบังเกิดอาการกลัวตัวสั่นในค่าย ในทุ่งนาและในท่ามกลางประชาชนทั้งหมด ตลอดทั้งกองทหารรักษาการณ์และกองปล้นนั้น พวกเขาก็กลัวตัวสั่นด้วย และแผ่นดินก็ไหว ดังนั้นได้เกิดอาการกลัวตัวสั่นมากยิ่งนัก

14:15 And there was trembling in the host, in the field, and among all the people: the garrison, and the spoilers, they also trembled, and the earth quaked: so it was a very great trembling.

14:16 และพวกทหารยามของซาอูลที่อยู่ ณ เมืองกิเบอาห์ของคนเบนยามินก็เฝ้ามองดูอยู่ และดูเถิด คนมากมายก็ค่อย ๆ หายไป และเขาทั้งหลายได้ต่อยตีกันไปมา

14:16 And the watchmen of Saul in Gibeah of Benjamin looked; and, behold, the multitude melted away, and they went on beating down one another.

14:17 แล้วซาอูลได้ตรัสกับกองทหารที่อยู่กับพระองค์ว่า “บัดนี้จงนับดูว่าผู้ใดได้ไปจากพวกเราบ้าง” และเมื่อเขาทั้งหลายได้นับดูแล้ว ดูเถิด โยนาธานและผู้ถือเครื่องอาวุธของท่านไม่อยู่ที่นั่น

14:17 Then said Saul unto the people that were with him, Number now, and see who is gone from us. And when they had numbered, behold, Jonathan and his armourbearer were not there.

14:18 และซาอูลตรัสกับอาหิยาห์ว่า “จงนำหีบแห่งพระเจ้ามาที่นี่” ด้วยว่าคราวนั้นหีบแห่งพระเจ้าอยู่กับชนชาติอิสราเอล

14:18 And Saul said unto Ahiah, Bring hither the ark of God. For the ark of God was at that time with the children of Israel.

14:19 และต่อมา ขณะเมื่อซาอูลตรัสกับปุโรหิต เสียงโกลาหลในค่ายของคนฟีลิสเตียก็ดังขึ้นเรื่อย ๆ และซาอูลได้ตรัสกับปุโรหิตว่า “ยั้งมือของท่านไว้ก่อน”

14:19 And it came to pass, while Saul talked unto the priest, that the noise that was in the host of the Philistines went on and increased: and Saul said unto the priest, Withdraw thine hand.

14:20 และซาอูลกับบรรดากองทหารที่อยู่กับพระองค์ก็รวมเข้าด้วยกัน และเขาทั้งหลายได้มาถึงสนามรบ และดูเถิด ทุกคนกำลังใช้ดาบต่อสู้กับเพื่อนของตน และมีความสับสนอลหม่านยิ่งนัก

14:20 And Saul and all the people that were with him assembled themselves, and they came to the battle: and, behold, every man's sword was against his fellow, and there was a very great discomfiture.

14:21 ยิ่งกว่านั้น คนฮีบรูซึ่งเคยอยู่กับคนฟีลิสเตียก่อนเวลานั้น ซึ่งได้ขึ้นไปอยู่กับพวกเขาในค่ายจากชนบทรอบ ๆ คือเขาเหล่านั้นได้กลับมาเข้ารวมกับคนอิสราเอลผู้อยู่ฝ่ายซาอูลและโยนาธาน

14:21 Moreover the Hebrews that were with the Philistines before that time, which went up with them into the camp from the country round about, even they also turned to be with the Israelites that were with Saul and Jonathan.

14:22 เช่นเดียวกัน คนอิสราเอลทุกคนที่ซ่อนตัวอยู่ในแดนเทือกเขาเอฟราอิม เมื่อพวกเขาได้ยินว่าคนฟีลิสเตียหนีไปแล้ว แม้แต่คนเหล่านี้ก็ได้ไล่ติดตามพวกเขาไปทำศึกสงครามด้วย

14:22 Likewise all the men of Israel which had hid themselves in mount Ephraim, when they heard that the Philistines fled, even they also followed hard after them in the battle.

14:23 ดังนั้น พระเยโฮวาห์ทรงช่วยคนอิสราเอลให้รอดพ้นในวันนั้น และการสู้รบก็ผ่านเลยเมืองเบธาเวนไป

14:23 So the LORD saved Israel that day: and the battle passed over unto Bethaven.

14:24 และคนอิสราเอลต้องทุกข์ลำบากในวันนั้น ด้วยว่าซาอูลได้ให้กองทหารสาบานไว้ว่า “ถ้าผู้ใดรับประทานอาหารก่อนถึงเวลาเย็น เพื่อเราจะแก้แค้นพวกศัตรูของเรา จงให้ผู้นั้นถูกสาปแช่ง” ดังนั้นกองทหารจึงไม่รับประทานอาหารเลย

14:24 And the men of Israel were distressed that day: for Saul had adjured the people, saying, Cursed be the man that eateth any food until evening, that I may be avenged on mine enemies. So none of the people tasted any food.

14:25 และชาวแผ่นดินทั้งสิ้นก็เข้ามาในป่า และมีน้ำผึ้งอยู่ตามพื้นดิน

14:25 And all they of the land came to a wood; and there was honey upon the ground.

14:26 และเมื่อกองทหารเข้าไปในป่านั้น ดูเถิด น้ำผึ้งก็กำลังย้อยหยดอยู่ แต่ไม่มีคนใดเอามือเอื้อมใส่ปากของตน เพราะพวกเขากลัวคำสาบานนั้น

14:26 And when the people were come into the wood, behold, the honey dropped; but no man put his hand to his mouth: for the people feared the oath.

14:27 แต่โยนาธานไม่ได้ยินเมื่อพระราชบิดาของท่านให้กองทหารกล่าวคำสาบาน ดังนั้นท่านได้เอาปลายไม้ที่อยู่ในมือของท่านแหย่เข้าไปในรังผึ้ง และเอามือจับใส่ปากของท่าน และตาของท่านก็สว่างขึ้น

14:27 But Jonathan heard not when his father charged the people with the oath: wherefore he put forth the end of the rod that was in his hand, and dipped it in an honeycomb, and put his hand to his mouth; and his eyes were enlightened.

14:28 ดังนั้น มีคนหนึ่งในกองทหารโต้ตอบและกล่าวว่า “พระราชบิดาของท่านบังคับให้กองทหารสาบานว่า ‘ผู้ใดที่รับประทานอาหารในวันนี้ จงให้ผู้นั้นถูกสาปแช่ง’” และกองทหารก็อ่อนเปลี้ย

14:28 Then answered one of the people, and said, Thy father straitly charged the people with an oath, saying, Cursed be the man that eateth any food this day. And the people were faint.

14:29 แล้วโยนาธานกล่าวว่า “บิดาของข้าพเจ้ากระทำให้ชาวแผ่นดินลำบาก ข้าพเจ้าขอร้องท่านทั้งหลายโปรดพิจารณาดูว่า ตาของข้าพเจ้าสว่างเพียงไร เพราะข้าพเจ้าได้รับประทานน้ำผึ้งนี้เพียงเล็กน้อย

14:29 Then said Jonathan, My father hath troubled the land: see, I pray you, how mine eyes have been enlightened, because I tasted a little of this honey.

14:30 ถ้าวันนี้กองทหารได้กินของที่ริบมาจากพวกศัตรูของเขาทั้งหลายอย่างอิ่มหนำ ซึ่งพวกเขาได้พบนั้น จะดีกว่านี้สักเท่าใด เพราะเวลานี้การฆ่าฟันคนฟีลิสเตียก็จะมากยิ่งกว่านี้มิใช่หรือ”

14:30 How much more, if haply the people had eaten freely to day of the spoil of their enemies which they found? for had there not been now a much greater slaughter among the Philistines?

14:31 และในวันนั้นเขาทั้งหลายได้ฆ่าฟันคนฟีลิสเตียตั้งแต่เมืองมิคมาชถึงเมืองอัยยาโลน และกองทหารก็อ่อนเปลี้ยนัก

14:31 And they smote the Philistines that day from Michmash to Aijalon: and the people were very faint.

14:32 และกองทหารก็วิ่งเข้าหาของที่ริบได้ และเอาแกะ วัวตัวผู้กับลูกวัวมาและฆ่าเสียที่พื้นดินนั้น และกองทหารได้กินเนื้อพร้อมกับเลือด

14:32 And the people flew upon the spoil, and took sheep, and oxen, and calves, and slew them on the ground: and the people did eat them with the blood.

14:33 แล้วพวกเขาก็ไปทูลซาอูลว่า “ดูเถิด กองทหารกำลังทำบาปต่อพระเยโฮวาห์ โดยเขาทั้งหลายได้รับประทานพร้อมกับเลือด” และซาอูลตรัสว่า “พวกเจ้าได้ละเมิดแล้ว วันนี้จงกลิ้งก้อนหินใหญ่มาให้เรา”

14:33 Then they told Saul, saying, Behold, the people sin against the LORD, in that they eat with the blood. And he said, Ye have transgressed: roll a great stone unto me this day.

14:34 และซาอูลตรัสว่า “ท่านทั้งหลายจงกระจายกันไปท่ามกลางกองทหารและพูดกับพวกเขาว่า ‘ให้ทุกคนนำวัวตัวผู้และแกะของตนมา และฆ่ามันเสียที่นี่และรับประทาน และอย่ากระทำบาปต่อพระเยโฮวาห์โดยการรับประทานพร้อมกับเลือด’” และคืนนั้นทุกคนก็นำวัวตัวผู้ของตนมาและฆ่ามันเสียที่นั่น

14:34 And Saul said, Disperse yourselves among the people, and say unto them, Bring me hither every man his ox, and every man his sheep, and slay them here, and eat; and sin not against the LORD in eating with the blood. And all the people brought every man his ox with him that night, and slew them there.

14:35 และซาอูลก็สร้างแท่นบูชาถวายแด่พระเยโฮวาห์ นั่นเป็นแท่นบูชาแท่นแรกซึ่งพระองค์สร้างถวายแด่พระเยโฮวาห์

14:35 And Saul built an altar unto the LORD: the same was the first altar that he built unto the LORD.

14:36 และซาอูลตรัสว่า “ให้เราทั้งหลายลงไปไล่ตามคนฟีลิสเตียเวลากลางคืน และริบข้าวของของพวกเขาเสียจนถึงรุ่งเช้า และอย่าให้พวกเราเหลือพวกเขาไว้สักคนเดียวเลย” และเขาทั้งหลายทูลว่า “จงกระทำตามที่พระองค์ทรงเห็นชอบทุกประการเถิด” แล้วปุโรหิตกล่าวว่า “ขอให้เราทั้งหลายเข้ามาเฝ้าพระเจ้าที่นี่เถิด”

14:36 And Saul said, Let us go down after the Philistines by night, and spoil them until the morning light, and let us not leave a man of them. And they said, Do whatsoever seemeth good unto thee. Then said the priest, Let us draw near hither unto God.

14:37 และซาอูลก็ทูลถามพระเจ้าว่า “ข้าพระองค์ควรจะลงไปไล่ตามคนฟีลิสเตียหรือไม่ พระองค์จะทรงมอบเขาทั้งหลายไว้ในมือของคนอิสราเอลหรือ” แต่ในวันนั้นพระองค์มิได้ทรงตอบซาอูล

14:37 And Saul asked counsel of God, Shall I go down after the Philistines? wilt thou deliver them into the hand of Israel? But he answered him not that day.

14:38 และซาอูลตรัสว่า “ท่านทั้งหลายจงเข้ามาที่นี่เถิด บรรดาพวกผู้ใหญ่ของประชากรจงทราบและเห็นว่าบาปนี้ได้เกิดขึ้นอย่างไรในวันนี้

14:38 And Saul said, Draw ye near hither, all the chief of the people: and know and see wherein this sin hath been this day.

14:39 เพราะว่าพระเยโฮวาห์ ผู้ทรงช่วยอิสราเอลให้รอดพ้น ทรงพระชนม์อยู่แน่ฉันใด ถึงแม้ว่าความผิดนั้นอยู่ที่โยนาธานบุตรชายของเรา เขาก็จะต้องตายเป็นแน่ฉันนั้น” แต่ไม่มีชายสักคนหนึ่งที่อยู่ท่ามกลางกองทหารทั้งหมดนั้นตอบพระองค์

14:39 For, as the LORD liveth, which saveth Israel, though it be in Jonathan my son, he shall surely die. But there was not a man among all the people that answered him.

14:40 แล้วพระองค์ตรัสกับคนอิสราเอลทั้งปวงว่า “ท่านทั้งหลายจงอยู่ฝ่ายหนึ่ง และเรากับโยนาธานบุตรชายของเราจะอยู่อีกฝ่ายหนึ่ง” และกองทหารทูลซาอูลว่า “ขอจงกระทำตามที่พระองค์ทรงเห็นชอบเถิด”

14:40 Then said he unto all Israel, Be ye on one side, and I and Jonathan my son will be on the other side. And the people said unto Saul, Do what seemeth good unto thee.

14:41 ดังนั้น ซาอูลได้ทูลพระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งอิสราเอลว่า “ขอทรงสำแดงฝ่ายถูก” และฝ่ายซาอูลและโยนาธานจับได้ฉลาก แต่ฝ่ายกองทหารรอดพ้นไป

14:41 Therefore Saul said unto the LORD God of Israel, Give a perfect lot. And Saul and Jonathan were taken: but the people escaped.

14:42 และซาอูลตรัสว่า “จงจับฉลากระหว่างเรากับโยนาธานบุตรชายของเรา” และโยนาธานจับได้ฉลาก

14:42 And Saul said, Cast lots between me and Jonathan my son. And Jonathan was taken.

14:43 แล้วซาอูลตรัสกับโยนาธานว่า “เจ้าได้กระทำอะไร จงบอกเราเถิด” และโยนาธานก็บอกพระองค์และทูลว่า “ข้าพระองค์ได้ชิมน้ำผึ้งที่ติดปลายไม้เท้าซึ่งอยู่ในมือของข้าพระองค์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น และดูเถิด ข้าพระองค์สมควรตาย”

14:43 Then Saul said to Jonathan, Tell me what thou hast done. And Jonathan told him, and said, I did but taste a little honey with the end of the rod that was in mine hand, and, lo, I must die.

14:44 และซาอูลตรัสตอบว่า “ขอพระเจ้าทรงกระทำอย่างนั้นเถิดและให้หนักยิ่งกว่าด้วย โยนาธานเอ๋ย ด้วยว่าเจ้าจะต้องถึงแก่ความตายเป็นแน่”

14:44 And Saul answered, God do so and more also: for thou shalt surely die, Jonathan.

14:45 และกองทหารได้ทูลซาอูลว่า “โยนาธาน ผู้ซึ่งได้กระทำให้มีความรอดพ้นอันใหญ่ยิ่งนี้ในอิสราเอล ควรจะถึงแก่ความตายหรือ ขอพระเจ้าอย่ายอมให้เป็นเช่นนั้นเลย พระเยโฮวาห์ทรงพระชนม์อยู่แน่ฉันใด เส้นผมของท่านสักเส้นหนึ่งจะไม่ตกถึงดินฉันนั้น เพราะในวันนี้ท่านได้กระทำศึกด้วยกันกับพระเจ้า” ดังนั้นกองทหารได้ไถ่โยนาธานไว้ เพื่อท่านไม่ถึงแก่ความตาย

14:45 And the people said unto Saul, Shall Jonathan die, who hath wrought this great salvation in Israel? God forbid: as the LORD liveth, there shall not one hair of his head fall to the ground; for he hath wrought with God this day. So the people rescued Jonathan, that he died not.

14:46 แล้วซาอูลก็เลิกติดตามคนฟีลิสเตีย และคนฟีลิสเตียก็กลับไปยังสถานที่ของตน

14:46 Then Saul went up from following the Philistines: and the Philistines went to their own place.

14:47 ดังนั้น ซาอูลได้รับตำแหน่งกษัตริย์เหนืออิสราเอล และได้ต่อสู้กับบรรดาศัตรูของพระองค์ทุกด้าน ต่อสู้กับโมอับ ต่อสู้กับคนอัมโมน ต่อสู้กับเอโดม ต่อสู้กับบรรดากษัตริย์แห่งโศบาห์ และต่อสู้กับคนฟีลิสเตีย และไม่ว่าพระองค์จะหันไปทางไหน พระองค์ก็ทรงกระทำให้เขาทั้งหลายพ่ายแพ้ไป

14:47 So Saul took the kingdom over Israel, and fought against all his enemies on every side, against Moab, and against the children of Ammon, and against Edom, and against the kings of Zobah, and against the Philistines: and whithersoever he turned himself, he vexed them.

14:48 และพระองค์ทรงรวบรวมกองทัพ และโจมตีคนอามาเลข และทรงช่วยคนอิสราเอลให้รอดพ้นจากมือของบรรดาผู้ที่เข้าปล้นพวกเขา

14:48 And he gathered an host, and smote the Amalekites, and delivered Israel out of the hands of them that spoiled them.

14:49 ฝ่ายโอรสของซาอูล คือโยนาธาน อิชวี และมัลคีชูวา และชื่อธิดาทั้งสองของพระองค์ คนเกิดก่อนชื่อ เมราบ และน้องสาวชื่อ มีคาล

14:49 Now the sons of Saul were Jonathan, and Ishui, and Melchishua: and the names of his two daughters were these; the name of the firstborn Merab, and the name of the younger Michal:

14:50 และชื่อมเหสีของซาอูลคือ อาหิโนอัม บุตรสาวของอาหิมาอัส และชื่อแม่ทัพของพระองค์คือ อับเนอร์ บุตรชายของเนอร์ ลุงของซาอูล

14:50 And the name of Saul's wife was Ahinoam, the daughter of Ahimaaz: and the name of the captain of his host was Abner, the son of Ner, Saul's uncle.

14:51 และคีชเป็นบิดาของซาอูล และเนอร์ผู้เป็นบิดาของอับเนอร์ เป็นบุตรชายของอาบีเอล

14:51 And Kish was the father of Saul; and Ner the father of Abner was the son of Abiel.

14:52 และตลอดรัชกาลของซาอูลมีการทำสงครามอย่างรุนแรงกับคนฟีลิสเตียอยู่เสมอ และเมื่อซาอูลทรงเห็นคนแข็งแรงหรือคนแกล้วกล้าคนใด พระองค์ก็ทรงนำคนนั้นมารับใช้พระองค์

14:52 And there was sore war against the Philistines all the days of Saul: and when Saul saw any strong man, or any valiant man, he took him unto him.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope