กลับหน้าแรก / Main Menu

 

1 ซามูเอล 2 / 1 Samuel 2

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25] [26] [27] [28] [29] [30] [31]

ฮันนาห์อธิษฐานด้วยความชื่นชมยินดี
2:1 ฮันนาห์ได้อธิษฐานและทูลว่า “จิตใจของข้าพระองค์ชื่นชมยินดีในพระเยโฮวาห์ ในพระเยโฮวาห์เขาของข้าพระองค์ได้รับการเชิดชูขึ้น ปากของข้าพระองค์ก็อ้ากว้างเข้าใส่บรรดาศัตรูของข้าพระองค์ เพราะข้าพระองค์เปรมปรีดิ์ในความรอดของพระองค์

Hannah's Rejoicing Prayer
2:1 And Hannah prayed, and said, My heart rejoiceth in the LORD, mine horn is exalted in the LORD: my mouth is enlarged over mine enemies; because I rejoice in thy salvation.

2:2 ไม่มีผู้ใดบริสุทธิ์เหมือนอย่างพระเยโฮวาห์ เพราะไม่มีผู้ใดนอกเหนือจากพระองค์ ทั้งไม่มีศิลาใดเหมือนอย่างพระเจ้าของข้าพระองค์ทั้งหลาย

2:2 There is none holy as the LORD: for there is none beside thee: neither is there any rock like our God.

2:3 อย่าพูดยิ่งผยองจนเกินตัวอีกต่อไป อย่าให้ความยโสโอหังออกมาจากปากของเจ้าเลย เพราะพระเยโฮวาห์ทรงเป็นพระเจ้าแห่งความรู้ และโดยพระองค์การกระทำทั้งหลายได้รับการชั่งตวง

2:3 Talk no more so exceeding proudly; let not arrogancy come out of your mouth: for the LORD is a God of knowledge, and by him actions are weighed.

2:4 คันธนูของบรรดาผู้มีกำลังมากก็หัก และคนทั้งหลายที่เดินโซเซก็ได้กำลังมาคาดเอว

2:4 The bows of the mighty men are broken, and they that stumbled are girded with strength.

2:5 บรรดาคนที่อิ่มหนำแล้วนั้น พวกเขาต้องออกรับจ้างหากิน และคนทั้งหลายที่เคยหิวก็ไม่หิวอีกต่อไป ดังนั้นคนที่เป็นหมันได้กำเนิดบุตรเจ็ดคน และนางที่มีบุตรหลายคนก็อ่อนกำลัง

2:5 They that were full have hired out themselves for bread; and they that were hungry ceased: so that the barren hath born seven; and she that hath many children is waxed feeble.

2:6 พระเยโฮวาห์ทรงประหารและทรงให้มีชีวิต พระองค์ทรงนำลงไปถึงแดนคนตายและทรงนำขึ้นมา

2:6 The LORD killeth, and maketh alive: he bringeth down to the grave, and bringeth up.

2:7 พระเยโฮวาห์ทรงกระทำให้ยากจนและทรงกระทำให้มั่งคั่ง พระองค์ทรงกระทำให้ต่ำลงและทรงยกชูขึ้น

2:7 The LORD maketh poor, and maketh rich: he bringeth low, and lifteth up.

2:8 พระองค์ทรงยกชูคนยากจนขึ้นจากผงคลี และทรงยกชูคนขอทานขึ้นจากกองขยะ เพื่อกระทำให้เขาทั้งหลายนั่งท่ามกลางบรรดาเจ้านาย และเพื่อให้พวกเขาได้บัลลังก์แห่งสง่าราศีเป็นมรดก เพราะว่าบรรดาเสาหลักแห่งแผ่นดินโลกเป็นของพระเยโฮวาห์ และพระองค์ทรงวางพิภพไว้บนเสาเหล่านั้น

2:8 He raiseth up the poor out of the dust, and lifteth up the beggar from the dunghill, to set them among princes, and to make them inherit the throne of glory: for the pillars of the earth are the LORD'S, and he hath set the world upon them.

2:9 พระองค์จะทรงรักษาเท้าของบรรดาวิสุทธิชนของพระองค์ไว้ และคนชั่วจะต้องนิ่งอึ้งอยู่ในความมืด เพราะว่ามนุษย์จะชนะด้วยกำลังของตนก็หามิได้

2:9 He will keep the feet of his saints, and the wicked shall be silent in darkness; for by strength shall no man prevail.

2:10 ศัตรูทั้งหลายของพระเยโฮวาห์จะแตกเป็นชิ้น ๆ พระองค์จะทรงเอาเสียงฟ้าร้องในสวรรค์ต่อสู้กับพวกเขา พระเยโฮวาห์จะทรงพิพากษาถึงที่สุดปลายแผ่นดินโลก และพระองค์จะทรงประทานกำลังแก่กษัตริย์ของพระองค์ และจะทรงยกย่องเขาของผู้ที่พระองค์ทรงเจิมไว้”

2:10 The adversaries of the LORD shall be broken to pieces; out of heaven shall he thunder upon them: the LORD shall judge the ends of the earth; and he shall give strength unto his king, and exalt the horn of his anointed.

2:11 และเอลคานาห์ก็กลับไปบ้านของตนที่รามาห์ และเด็กนั้นได้ปรนนิบัติพระเยโฮวาห์ต่อหน้าเอลีผู้เป็นปุโรหิต

2:11 And Elkanah went to Ramah to his house. And the child did minister unto the LORD before Eli the priest.

บุตรชายทั้งสองของเอลียังไม่กลับใจใหม่
2:12 บุตรชายทั้งสองของเอลีเป็นลูกของเบลีอัล พวกเขามิได้รู้จักพระเยโฮวาห์

Unconverted Sons of Eli
2:12 Now the sons of Eli were sons of Belial; they knew not the LORD.

2:13 และธรรมเนียมของพวกปุโรหิตที่มีต่อประชากรก็เป็นอย่างนี้ เมื่อมีคนใดถวายเครื่องสัตวบูชา คนใช้ของปุโรหิตจะเข้ามา มือถือตะขอสามแฉกสำหรับเกี่ยวเนื้อ ขณะเมื่อเนื้อกำลังต้มอยู่

2:13 And the priests' custom with the people was, that, when any man offered sacrifice, the priest's servant came, while the flesh was in seething, with a fleshhook of three teeth in his hand;

2:14 และเขาจะเอาตะขอเกี่ยวเนื้อเกี่ยวลงไปในกระทะ หรือหม้อหู หรือหม้อขนาดใหญ่ หรือหม้อธรรมดา ทุกสิ่งที่ตะขอเกี่ยวเนื้อนำขึ้นมา ปุโรหิตก็เอาสิ่งนั้นไปเป็นของตน ที่เมืองชีโลห์เขาทั้งหลายก็กระทำเช่นนั้นแก่คนอิสราเอลทุกคนที่มาที่นั่น

2:14 And he struck it into the pan, or kettle, or caldron, or pot; all that the fleshhook brought up the priest took for himself. So they did in Shiloh unto all the Israelites that came thither.

2:15 เช่นเดียวกัน ก่อนที่เขาทั้งหลายเผาไขมัน คนใช้ของปุโรหิตจะมา และกล่าวแก่ชายผู้ถวายเครื่องสัตวบูชานั้นว่า “ขอเนื้อสำหรับให้ปุโรหิตทอด เพราะว่าท่านไม่รับเนื้อต้มจากเจ้า แต่ต้องการเนื้อดิบ”

2:15 Also before they burnt the fat, the priest's servant came, and said to the man that sacrificed, Give flesh to roast for the priest; for he will not have sodden flesh of thee, but raw.

2:16 และถ้าชายคนใดกล่าวแก่เขาว่า “ขอให้เขาทั้งหลายเผาไขมันเสียก่อน และจากนั้นจงเอาไปตามที่จิตใจของท่านปรารถนาเถิด” ดังนั้นคนใช้จะตอบเขาว่า “ไม่ได้ แต่เจ้าต้องให้ข้าพเจ้าเดี๋ยวนี้ และถ้าไม่ให้ ข้าพเจ้าก็จะเอาเนื้อนั้นไปโดยใช้กำลัง”

2:16 And if any man said unto him, Let them not fail to burn the fat presently, and then take as much as thy soul desireth; then he would answer him, Nay; but thou shalt give it me now: and if not, I will take it by force.

2:17 ดังนี้แหละ ความบาปของคนหนุ่มทั้งสองนั้นจึงใหญ่หลวงนักต่อพระพักตร์พระเยโฮวาห์ เพราะว่าคนเหล่านั้นได้ดูหมิ่นของถวายแด่พระเยโฮวาห์

2:17 Wherefore the sin of the young men was very great before the LORD: for men abhorred the offering of the LORD.

กุมารซามูเอลปรนนิบัติพระเยโฮวาห์
2:18 แต่ซามูเอลปรนนิบัติอยู่ต่อพระพักตร์พระเยโฮวาห์ ตั้งแต่เป็นเด็ก มีเอโฟดผ้าป่านคาดอยู่

The Child Samuel Served the Lord
2:18 But Samuel ministered before the LORD, being a child, girded with a linen ephod.

2:19 ยิ่งกว่านั้น มารดาของเขาเย็บเสื้อเล็ก ๆ และนำเสื้อนั้นมาให้เขาทุกปี ๆ เมื่อนางขึ้นไปพร้อมกับสามีของนางเพื่อถวายเครื่องสัตวบูชาประจำปี

2:19 Moreover his mother made him a little coat, and brought it to him from year to year, when she came up with her husband to offer the yearly sacrifice.

2:20 และเอลีอวยพรเอลคานาห์และภรรยาของท่าน และกล่าวว่า “ขอพระเยโฮวาห์ทรงประทานเชื้อสายแก่ท่านโดยหญิงคนนี้ แทนคนที่ให้ยืมถวายแด่พระเยโฮวาห์” และเขาทั้งหลายก็กลับไปยังบ้านของตน

2:20 And Eli blessed Elkanah and his wife, and said, The LORD give thee seed of this woman for the loan which is lent to the LORD. And they went unto their own home.

2:21 และพระเยโฮวาห์ทรงเยี่ยมเยียนฮันนาห์ แล้วนางก็ตั้งครรภ์ และคลอดบุตรชายสามคนและบุตรสาวสองคน และกุมารซามูเอลก็เติบโตขึ้นเฉพาะพระพักตร์พระเยโฮวาห์

2:21 And the LORD visited Hannah, so that she conceived, and bare three sons and two daughters. And the child Samuel grew before the LORD.

บุตรชายทั้งสองของเอลีได้ทำสิ่งที่ชั่วร้าย
2:22 ตอนนั้นเอลีชรามากแล้ว และได้ยินถึงเรื่องราวทั้งสิ้นที่บุตรชายทั้งสองของท่านกระทำแก่บรรดาคนอิสราเอล อย่างเช่น เขาทั้งสองเข้าไปนอนกับพวกผู้หญิงที่มาชุมนุมกันที่ประตูพลับพลาแห่งชุมนุมชน

The Wickedness of Eli's Sons
2:22 Now Eli was very old, and heard all that his sons did unto all Israel; and how they lay with the women that assembled at the door of the tabernacle of the congregation.

2:23 และท่านพูดกับเขาทั้งสองว่า “ทำไมพวกเจ้าจึงกระทำเช่นนั้น เพราะเราได้ยินจากประชาชนทั่วไปถึงความชั่วร้ายซึ่งเจ้าทั้งสองได้กระทำ

2:23 And he said unto them, Why do ye such things? for I hear of your evil dealings by all this people.

2:24 บุตรชายทั้งสองของเราเอ๋ย อย่าทำเช่นนั้น เพราะเรื่องที่เราได้ยินนั้นไม่ดีเลย เจ้าทั้งสองทำให้ประชากรของพระเยโฮวาห์ทำการละเมิด

2:24 Nay, my sons; for it is no good report that I hear: ye make the LORD'S people to transgress.

2:25 ถ้ามนุษย์คนใดกระทำผิดต่อมนุษย์ด้วยกัน ผู้วินิจฉัยจะวินิจฉัยให้เขา แต่ถ้ามนุษย์กระทำบาปต่อพระเยโฮวาห์ ใครจะทูลขอเพื่อเขาได้เล่า” อย่างไรก็ตามเขาทั้งสองไม่ได้ตั้งใจฟังเสียงบิดาของพวกเขา เพราะว่าเป็นพระประสงค์ของพระเยโฮวาห์ที่จะทรงประหารพวกเขาเสีย

2:25 If one man sin against another, the judge shall judge him: but if a man sin against the LORD, who shall intreat for him? Notwithstanding they hearkened not unto the voice of their father, because the LORD would slay them.

2:26 และกุมารซามูเอลก็เติบโตขึ้นและเป็นที่ชอบเฉพาะพระพักตร์ของพระเยโฮวาห์และต่อหน้าคนทั้งปวงด้วย

2:26 And the child Samuel grew on, and was in favour both with the LORD, and also with men.

พระเยโฮวาห์ทรงสาปแช่งวงศ์วานของเอลีตลอดไปเป็นนิตย์
2:27 และมีบุรุษของพระเจ้าคนหนึ่งมาหาเอลี และกล่าวแก่ท่านว่า “พระเยโฮวาห์ตรัสดังนี้ว่า ‘เราได้สำแดงตัวเราเองให้แจ้งแก่ครอบครัวบรรพบุรุษของเจ้า เมื่อเขาทั้งหลายยังอยู่ในอียิปต์ในเรือนของฟาโรห์มิใช่หรือ

The Lord Pronounces a Curse on Eli and His Family Forever
2:27 And there came a man of God unto Eli, and said unto him, Thus saith the LORD, Did I plainly appear unto the house of thy father, when they were in Egypt in Pharaoh's house?

2:28 และเราได้เลือกเขาออกมาจากเผ่าทั้งหลายแห่งคนอิสราเอลให้เป็นปุโรหิตของเรา เพื่อถวายบูชาบนแท่นของเรา เพื่อเผาเครื่องหอม เพื่อสวมเอโฟดต่อหน้าเรามิใช่หรือ และเราได้มอบบรรดาเครื่องบูชาที่ถวายด้วยไฟซึ่งชนชาติอิสราเอลนำมาถวายนั้น แก่ครอบครัวบรรพบุรุษของเจ้ามิใช่หรือ

2:28 And did I choose him out of all the tribes of Israel to be my priest, to offer upon mine altar, to burn incense, to wear an ephod before me? and did I give unto the house of thy father all the offerings made by fire of the children of Israel?

2:29 เหตุใดเจ้าทั้งหลายจึงเหยียบย่ำเครื่องสัตวบูชาของเรา และของถวายสำหรับเรา ซึ่งเราได้บัญชาไว้ในที่ประทับของเรา และให้เกียรติแก่บุตรชายทั้งสองของเจ้าเหนือเรา เพื่อกระทำให้ตัวของเจ้าทั้งหลายอ้วนพี ด้วยส่วนที่ดีที่สุดจากของถวายทั้งหมดจากอิสราเอลประชากรของเรา’

2:29 Wherefore kick ye at my sacrifice and at mine offering, which I have commanded in my habitation; and honourest thy sons above me, to make yourselves fat with the chiefest of all the offerings of Israel my people?

2:30 เพราะฉะนั้น พระเยโฮวาห์พระเจ้าของอิสราเอลจึงตรัสว่า ‘เราพูดโดยความจริงว่าวงศ์วานของเจ้าและวงศ์วานบิดาของเจ้าจะดำเนินต่อหน้าเราอยู่เป็นนิตย์’ แต่บัดนี้พระเยโฮวาห์ตรัสว่า ‘ขอให้การนั้นอยู่ห่างไกลจากเรา เพราะว่าบรรดาผู้ที่ถวายเกียรติแก่เรา เราจะให้เกียรติ และบรรดาผู้ที่ดูหมิ่นเรา จะถูกดูหมิ่น

2:30 Wherefore the LORD God of Israel saith, I said indeed that thy house, and the house of thy father, should walk before me for ever: but now the LORD saith, Be it far from me; for them that honour me I will honour, and they that despise me shall be lightly esteemed.

2:31 ดูเถิด วันเวลานั้นจะมาถึง ซึ่งเราจะตัดแขนของเจ้าออก และจะตัดแขนของวงศ์วานบิดาของเจ้าออก เพื่อจะไม่มีคนชราสักคนเดียวในวงศ์วานของเจ้า

2:31 Behold, the days come, that I will cut off thine arm, and the arm of thy father's house, that there shall not be an old man in thine house.

2:32 และเจ้าจะเห็นศัตรูในที่ประทับของเรา คือในความมั่งคั่งทั้งสิ้นที่พระเจ้าจะทรงประทานแก่อิสราเอล และจะไม่มีคนชราสักคนเดียวในวงศ์วานของเจ้าเป็นนิตย์

2:32 And thou shalt see an enemy in my habitation, in all the wealth which God shall give Israel: and there shall not be an old man in thine house for ever.

2:33 และคนของเจ้าซึ่งเรามิได้ตัดขาดเสียจากแท่นบูชาของเรานั้น จะมีชีวิตอยู่เพื่อทำร้ายดวงตาของเจ้า และทำให้จิตใจของเจ้าโศกเศร้า และบรรดาผลอันเพิ่มพูนในวงศ์วานของเจ้าจะตายในวัยอันเบ่งบานของพวกเขา

2:33 And the man of thine, whom I shall not cut off from mine altar, shall be to consume thine eyes, and to grieve thine heart: and all the increase of thine house shall die in the flower of their age.

2:34 และสิ่งนี้จะเป็นหมายสำคัญแก่เจ้า ซึ่งจะบังเกิดแก่บุตรชายทั้งสองของเจ้า คือโฮฟนีและฟีเนหัส คือเขาทั้งสองจะสิ้นชีวิตในวันเดียว

2:34 And this shall be a sign unto thee, that shall come upon thy two sons, on Hophni and Phinehas; in one day they shall die both of them.

2:35 และเราจะยกปุโรหิตผู้สัตย์ซื่อของเราขึ้นมา ซึ่งจะกระทำตามสิ่งที่อยู่ในจิตใจของเราและในความคิดของเรา และเราจะสถาปนาวงศ์วานที่มั่นคงให้แก่เขา และเขาจะดำเนินอยู่ต่อหน้าผู้ที่เราเจิมไว้เป็นนิตย์

2:35 And I will raise me up a faithful priest, that shall do according to that which is in mine heart and in my mind: and I will build him a sure house; and he shall walk before mine anointed for ever.

2:36 และต่อมา ทุกคนที่ยังเหลืออยู่ในวงศ์วานของเจ้าจะมากราบไหว้เขา เพื่อขอเงินหนึ่งเหรียญและขนมปังหนึ่งก้อน และจะกล่าวว่า “ข้าพเจ้าขอร้องท่าน กรุณาตั้งข้าพเจ้าไว้ในตำแหน่งปุโรหิตด้วยเถิด เพื่อข้าพเจ้าจะได้รับประทานอาหารสักหน่อยหนึ่ง”’”

2:36 And it shall come to pass, that every one that is left in thine house shall come and crouch to him for a piece of silver and a morsel of bread, and shall say, Put me, I pray thee, into one of the priests' offices, that I may eat a piece of bread.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope