กลับหน้าแรก / Main Menu

 

เลวีนิติ 25 / Leviticus 25

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25] [26] [27]

การถือปีสะบาโตทุก ๆ เจ็ดปี
25:1 และพระเยโฮวาห์ตรัสกับโมเสสที่ภูเขาซีนายว่า

Sabbath Year Each Seven Years
25:1 And the LORD spake unto Moses in mount Sinai, saying,

25:2 “จงพูดกับชนชาติอิสราเอลและกล่าวแก่พวกเขาว่า เมื่อเจ้าทั้งหลายเข้ามาในแผ่นดินที่เราให้พวกเจ้านั้น ดังนั้น จงให้แผ่นดินนั้นถือรักษาสะบาโตแด่พระเยโฮวาห์

25:2 Speak unto the children of Israel, and say unto them, When ye come into the land which I give you, then shall the land keep a sabbath unto the LORD.

25:3 เจ้าจงหว่านพืชในไร่นาของเจ้าเป็นเวลาหกปี และเจ้าจงลิดแขนงสวนองุ่นของเจ้าและเก็บผลจากสวนนั้นเป็นเวลาหกปี

25:3 Six years thou shalt sow thy field, and six years thou shalt prune thy vineyard, and gather in the fruit thereof;

25:4 แต่ในปีที่เจ็ดนั้นจะต้องเป็นปีสะบาโตแห่งการพักสงบสำหรับแผ่นดิน เป็นปีสะบาโตแด่พระเยโฮวาห์ เจ้าอย่าหว่านพืชในไร่นาของเจ้า หรือลิดแขนงสวนองุ่นของเจ้า

25:4 But in the seventh year shall be a sabbath of rest unto the land, a sabbath for the LORD: thou shalt neither sow thy field, nor prune thy vineyard.

25:5 สิ่งใดที่งอกขึ้นมาเองจากพืชผลของเจ้า เจ้าจงอย่าเก็บเกี่ยว ทั้งองุ่นซึ่งเกิดอยู่ที่เถาที่เจ้าไม่ได้ตัดแต่งกิ่งก็อย่าเก็บ เพราะเป็นปีแห่งการพักสงบสำหรับแผ่นดิน

25:5 That which groweth of its own accord of thy harvest thou shalt not reap, neither gather the grapes of thy vine undressed: for it is a year of rest unto the land.

25:6 และปีสะบาโตแห่งแผ่นดินนั้นจะมีอาหารให้แก่เจ้าทั้งหลาย คือแก่ตัวเจ้าเอง แก่ทาสชายทาสหญิงของเจ้า แก่ลูกจ้างของเจ้า และแก่คนต่างด้าวที่อาศัยอยู่กับเจ้า

25:6 And the sabbath of the land shall be meat for you; for thee, and for thy servant, and for thy maid, and for thy hired servant, and for thy stranger that sojourneth with thee,

25:7 และพืชผลแห่งแผ่นดินทั้งสิ้น จะเป็นอาหารแก่สัตว์เลี้ยงของเจ้า และแก่สัตว์ป่าที่อยู่ในแผ่นดินของเจ้า

25:7 And for thy cattle, and for the beast that are in thy land, shall all the increase thereof be meat.

ปีที่ห้าสิบเป็นปีแห่งการเฉลิมฉลอง
25:8 และเจ้าจงนับปีสะบาโตเจ็ดปีสำหรับเจ้า คือเจ็ดปีคูณเจ็ดปี และเวลาปีสะบาโตเจ็ดปีจะเป็นสี่สิบเก้าปีสำหรับเจ้า

Jubilee for the Fiftieth Year
25:8 And thou shalt number seven sabbaths of years unto thee, seven times seven years; and the space of the seven sabbaths of years shall be unto thee forty and nine years.

25:9 ดังนั้น เจ้าจงให้เป่าแตรแห่งการเฉลิมฉลองในวันที่สิบของเดือนที่เจ็ด เจ้าทั้งหลายจงให้เป่าแตรทั่วแผ่นดินของพวกเจ้าในวันแห่งการลบมลทิน

25:9 Then shalt thou cause the trumpet of the jubile to sound on the tenth day of the seventh month, in the day of atonement shall ye make the trumpet sound throughout all your land.

25:10 และเจ้าทั้งหลายจงถือปีที่ห้าสิบไว้เป็นปีบริสุทธิ์ และประกาศอิสรภาพแก่บรรดาคนที่อาศัยอยู่ทั่วแผ่นดินนั้น จงให้เป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองสำหรับพวกเจ้า และเจ้าทั้งหลายจงให้ทุกคนกลับไปยังที่ดินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตน และพวกเจ้าจงให้ทุกคนกลับไปสู่ครอบครัวของตน

25:10 And ye shall hallow the fiftieth year, and proclaim liberty throughout all the land unto all the inhabitants thereof: it shall be a jubile unto you; and ye shall return every man unto his possession, and ye shall return every man unto his family.

25:11 ปีที่ห้าสิบนั้นจะเป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองสำหรับพวกเจ้า ในปีนั้นเจ้าทั้งหลายจงอย่าหว่านพืชหรือเกี่ยวเก็บผลที่เกิดขึ้นมาเอง หรือเก็บองุ่นจากเถาของเจ้าที่ไม่ได้ตัดแต่งกิ่ง

25:11 A jubile shall that fiftieth year be unto you: ye shall not sow, neither reap that which groweth of itself in it, nor gather the grapes in it of thy vine undressed.

25:12 เพราะเป็นปีแห่งการเฉลิมฉลอง จะเป็นปีบริสุทธิ์สำหรับเจ้าทั้งหลาย พวกเจ้าจงรับประทานพืชผลที่งอกมาจากไร่นาในปีนั้น

25:12 For it is the jubile; it shall be holy unto you: ye shall eat the increase thereof out of the field.

25:13 ในปีแห่งการเฉลิมฉลองนี้ เจ้าทั้งหลายจงให้ทุกคนกลับไปยังที่ดินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตน

25:13 In the year of this jubile ye shall return every man unto his possession.

25:14 และถ้าเจ้าขายสิ่งใด ๆ ให้เพื่อนบ้านของเจ้า หรือซื้อสิ่งใด ๆ จากมือเพื่อนบ้านของเจ้า เจ้าทั้งหลายจงอย่ากดขี่ข่มเหงกันและกัน

25:14 And if thou sell ought unto thy neighbour, or buyest ought of thy neighbour's hand, ye shall not oppress one another:

25:15 ตามจำนวนปีหลังจากปีแห่งการเฉลิมฉลอง เจ้าจงซื้อไร่นาจากเพื่อนบ้านของเจ้า และตามจำนวนปีที่ปลูกพืชได้จงให้เขาขายแก่เจ้า

25:15 According to the number of years after the jubile thou shalt buy of thy neighbour, and according unto the number of years of the fruits he shall sell unto thee:

25:16 ถ้ามากปีเจ้าจะต้องเพิ่มราคาสูงขึ้น และถ้าน้อยปีเจ้าจงลดราคาให้ต่ำลง เพราะที่เขาขายนั้นเขาขายตามจำนวนปีที่ปลูกพืช

25:16 According to the multitude of years thou shalt increase the price thereof, and according to the fewness of years thou shalt diminish the price of it: for according to the number of the years of the fruits doth he sell unto thee.

25:17 เจ้าทั้งหลายจงอย่ากดขี่ข่มเหงกันและกัน แต่เจ้าจงเกรงกลัวพระเจ้าของเจ้า เพราะเราคือพระเยโฮวาห์พระเจ้าของพวกเจ้า

25:17 Ye shall not therefore oppress one another; but thou shalt fear thy God: for I am the LORD your God.

25:18 ดังนั้น เจ้าทั้งหลายจงกระทำตามกฎเกณฑ์ทั้งหลายของเรา และรักษาคำตัดสินต่าง ๆ ของเราและกระทำตาม และพวกเจ้าจะอาศัยอยู่ในแผ่นดินนั้นอย่างปลอดภัย

25:18 Wherefore ye shall do my statutes, and keep my judgments, and do them; and ye shall dwell in the land in safety.

25:19 และแผ่นดินจะบังเกิดผลของมัน และเจ้าทั้งหลายจะได้รับประทานอย่างอิ่มหนำ และอาศัยอยู่ในแผ่นดินนั้นอย่างปลอดภัย

25:19 And the land shall yield her fruit, and ye shall eat your fill, and dwell therein in safety.

25:20 และถ้าเจ้าทั้งหลายจะพูดว่า ‘ในปีที่เจ็ดพวกเราจะเอาอะไรรับประทาน ดูเถิด เราทั้งหลายจะไม่ได้หว่านหรือเกี่ยวพืชผลของพวกเรา’

25:20 And if ye shall say, What shall we eat the seventh year? behold, we shall not sow, nor gather in our increase:

25:21 ดังนั้น เราจะบัญชาพรของเราให้มีเหนือเจ้าทั้งหลายในปีที่หก และแผ่นดินนั้นจะบังเกิดพืชผลมากพอสำหรับสามปี

25:21 Then I will command my blessing upon you in the sixth year, and it shall bring forth fruit for three years.

25:22 และเจ้าทั้งหลายจะหว่านในปีที่แปด และจะยังรับประทานของเก่านั้นจนถึงปีที่เก้า จนกว่าพืชผลใหม่ของแผ่นดินนั้นเข้ามา พวกเจ้าจะรับประทานพืชผลเก่านั้นอยู่

25:22 And ye shall sow the eighth year, and eat yet of old fruit until the ninth year; until her fruits come in ye shall eat of the old store.

25:23 แผ่นดินนั้นจะขายขาดไม่ได้ เพราะว่าแผ่นดินนั้นเป็นของเรา เพราะเจ้าทั้งหลายเป็นคนต่างด้าวและเป็นคนอาศัยอยู่กับเรา

25:23 The land shall not be sold for ever: for the land is mine; for ye are strangers and sojourners with me.

25:24 และตลอดทั่วทั้งแผ่นดินที่เจ้าทั้งหลายถือกรรมสิทธิ์อยู่นั้น พวกเจ้าจงให้มีการไถ่ถอนแผ่นดินนั้นคืน

25:24 And in all the land of your possession ye shall grant a redemption for the land.

การไถ่ถอนแผ่นดินที่เป็นมรดก
25:25 ถ้าพี่น้องของเจ้ายากจนลงและขายที่ดินส่วนหนึ่งที่เป็นกรรมสิทธิ์ของเขา และหากว่ามีผู้ใดในพี่น้องของเขามาไถ่ถอนที่ดินนั้น ดังนั้น จงให้เขาไถ่ถอนที่ดินซึ่งพี่น้องของเขาขายไปนั้น

Redemption of Inherited Land
25:25 If thy brother be waxen poor, and hath sold away some of his possession, and if any of his kin come to redeem it, then shall he redeem that which his brother sold.

25:26 และถ้าชายคนนั้นไม่มีผู้อื่นมาไถ่ถอนที่ดินนั้นให้ และตัวเขาสามารถจะไถ่ถอนที่ดินนั้นเอง

25:26 And if the man have none to redeem it, and himself be able to redeem it;

25:27 ดังนั้น จงให้เขานับปีทั้งหลายที่เขาขายที่ดินนั้นไป และเงินที่เหลือนั้นจงคืนให้แก่คนที่เขาขายให้ เพื่อเขาจะได้กลับไปอยู่ในที่ดินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของเขา

25:27 Then let him count the years of the sale thereof, and restore the overplus unto the man to whom he sold it; that he may return unto his possession.

25:28 แต่ถ้าเขาไม่สามารถที่จะไถ่ที่ดินนั้นคืนได้ ดังนั้น ที่ดินที่เขาได้ขายไปจงให้อยู่ในมือของผู้ซื้อที่ดินนั้นจนถึงปีแห่งการเฉลิมฉลอง และในปีแห่งการเฉลิมฉลองนั้น จะต้องคืนที่ดินนั้น และเขาจะได้กลับไปอยู่ในที่ดินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของเขา

25:28 But if he be not able to restore it to him, then that which is sold shall remain in the hand of him that hath bought it until the year of jubile: and in the jubile it shall go out, and he shall return unto his possession.

25:29 และถ้าชายคนใดขายบ้านซึ่งอยู่ในเมืองที่มีกำแพง ดังนั้นเขาไถ่ถอนบ้านนั้นคืนได้ภายในหนึ่งปีแรกที่เขาขายบ้านนั้นไป ภายในหนึ่งปีเต็มเขาไถ่ถอนบ้านนั้นได้

25:29 And if a man sell a dwelling house in a walled city, then he may redeem it within a whole year after it is sold; within a full year may he redeem it.

25:30 และถ้าในเวลาหนึ่งปีเต็มเขาไม่ไถ่ถอนบ้านนั้น ดังนั้นให้จัดการเสียให้เป็นการแน่นอนว่า ผู้ซื้อบ้านที่อยู่ในเมืองที่มีกำแพงนั้นจะได้สิทธิ์ครอบครองบ้านนั้นตลอดชั่วอายุของเขา ในปีแห่งการเฉลิมฉลองก็จะไม่ต้องคืนบ้านนั้นให้

25:30 And if it be not redeemed within the space of a full year, then the house that is in the walled city shall be established for ever to him that bought it throughout his generations: it shall not go out in the jubile.

25:31 แต่บ้านใด ๆ ที่อยู่ในหมู่บ้านที่ไม่มีกำแพงล้อมรอบ จงนับบ้านเหล่านั้นเข้าเป็นพวกเดียวกันกับไร่นาในแผ่นดินนั้น คือไถ่ถอนบ้านเหล่านั้นคืนได้ และจะต้องคืนบ้านนั้นในปีแห่งการเฉลิมฉลอง

25:31 But the houses of the villages which have no wall round about them shall be counted as the fields of the country: they may be redeemed, and they shall go out in the jubile.

25:32 อย่างไรก็ตามเมืองต่าง ๆ ของคนเลวี และบ้านใด ๆ ในเมืองที่พวกเขาถือกรรมสิทธิ์ คนเลวีจะไถ่ถอนคืนได้ทุกเวลา

25:32 Notwithstanding the cities of the Levites, and the houses of the cities of their possession, may the Levites redeem at any time.

25:33 และถ้าผู้ใดซื้อของจากคนเลวี ดังนั้นบ้านซึ่งถูกขายไปนั้นกับเมืองที่เขาถือกรรมสิทธิ์จะต้องกลับคืนในปีแห่งการเฉลิมฉลอง เพราะบ้านทั้งหลายในเมืองต่าง ๆ ของคนเลวีเป็นกรรมสิทธิ์ของพวกเขาท่ามกลางชนชาติอิสราเอล

25:33 And if a man purchase of the Levites, then the house that was sold, and the city of his possession, shall go out in the year of jubile: for the houses of the cities of the Levites are their possession among the children of Israel.

25:34 แต่ไร่นาที่อยู่ชานเมืองตามเมืองทั้งหลายของพวกเขานั้นจะขายไม่ได้ เพราะว่าเป็นกรรมสิทธิ์เนืองนิตย์ของเขาทั้งหลาย

25:34 But the field of the suburbs of their cities may not be sold; for it is their perpetual possession.

ข้อยกเว้นต่าง ๆ ในการไถ่ถอน
25:35 และถ้าพี่น้องของเจ้ายากจนลงและเสื่อมถอยลงต่อหน้าเจ้า ดังนั้นเจ้าจะต้องชูกำลังเขา ถึงแม้ว่าเขาเป็นคนต่างด้าวหรือคนที่อาศัยอยู่ด้วย เพื่อเขาจะอาศัยอยู่กับเจ้า

Redemption of Property: Exceptions
25:35 And if thy brother be waxen poor, and fallen in decay with thee; then thou shalt relieve him: yea, though he be a stranger, or a sojourner; that he may live with thee.

25:36 เจ้าอย่าเอาดอกเบี้ยหรือเงินเพิ่มใด ๆ จากเขา แต่จงเกรงกลัวพระเจ้าของเจ้า เพื่อว่าพี่น้องของเจ้าจะอาศัยอยู่กับเจ้าได้

25:36 Take thou no usury of him, or increase: but fear thy God; that thy brother may live with thee.

25:37 เจ้าอย่าให้เงินของเจ้าแก่เขาโดยคิดดอกเบี้ย หรืออย่าให้เขายืมอาหารของเจ้าเพื่อเอาเงินเพิ่มใด ๆ จากเขา

25:37 Thou shalt not give him thy money upon usury, nor lend him thy victuals for increase.

25:38 เราคือพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้าทั้งหลาย ซึ่งนำพวกเจ้าออกจากแผ่นดินแห่งอียิปต์ เพื่อประทานแผ่นดินแห่งคานาอันให้แก่เจ้าทั้งหลาย และเพื่อจะเป็นพระเจ้าของพวกเจ้า

25:38 I am the LORD your God, which brought you forth out of the land of Egypt, to give you the land of Canaan, and to be your God.

25:39 และถ้าพี่น้องของเจ้าที่อาศัยอยู่ใกล้ชิดกับเจ้ายากจนลง และขายตัวให้แก่เจ้า เจ้าจงอย่าบังคับเขาให้ทำงานเหมือนทาส

25:39 And if thy brother that dwelleth by thee be waxen poor, and be sold unto thee; thou shalt not compel him to serve as a bondservant:

25:40 แต่ให้เขาเป็นอย่างลูกจ้างและคนที่อาศัยอยู่ด้วย เขาจะอยู่กับเจ้า และจะปรนนิบัติเจ้าไปจนถึงปีแห่งการเฉลิมฉลอง

25:40 But as an hired servant, and as a sojourner, he shall be with thee, and shall serve thee unto the year of jubile:

25:41 และจากนั้นเขาจะออกไปจากเจ้า ทั้งเขาและลูก ๆ ของเขาที่อยู่กับเขา และจะกลับไปสู่ครอบครัวของเขาเอง และเขาจะกลับไปอยู่ในที่ดินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบรรพบุรุษของเขา

25:41 And then shall he depart from thee, both he and his children with him, and shall return unto his own family, and unto the possession of his fathers shall he return.

25:42 เพราะว่าเขาทั้งหลายเป็นทาสของเรา ซึ่งเรานำออกจากแผ่นดินแห่งอียิปต์ พวกเขาจะขายตัวเป็นทาสไม่ได้

25:42 For they are my servants, which I brought forth out of the land of Egypt: they shall not be sold as bondmen.

25:43 เจ้าจงอย่าปกครองเขาด้วยความทารุณโหดร้าย แต่จงเกรงกลัวพระเจ้าของเจ้า

25:43 Thou shalt not rule over him with rigour; but shalt fear thy God.

25:44 ทั้งทาสชายหญิงของเจ้าซึ่งเจ้าจะมีได้นั้น จงให้มาจากบรรดาประชาชาติที่อยู่รอบ ๆ เจ้าทั้งหลาย พวกเจ้าจะซื้อทาสชายหญิงจากพวกเขาได้

25:44 Both thy bondmen, and thy bondmaids, which thou shalt have, shall be of the heathen that are round about you; of them shall ye buy bondmen and bondmaids.

25:45 ยิ่งกว่านั้นเจ้าทั้งหลายจะซื้อจากลูกหลานของคนต่างด้าวที่อาศัยอยู่ท่ามกลางพวกเจ้า ทั้งครอบครัวของพวกเขาที่อาศัยอยู่กับเจ้าทั้งหลาย ซึ่งเป็นคนเกิดในแผ่นดินของพวกเจ้า และเขาทั้งหลายจะเป็นกรรมสิทธิ์ของพวกเจ้าได้

25:45 Moreover of the children of the strangers that do sojourn among you, of them shall ye buy, and of their families that are with you, which they begat in your land: and they shall be your possession.

25:46 และเจ้าทั้งหลายจะทำให้พวกเขาเป็นมรดกแก่ลูก ๆ ของพวกเจ้าที่มาภายหลังเจ้าทั้งหลายได้ ให้เป็นมรดกแก่พวกเขาเป็นกรรมสิทธิ์ พวกเขาจะเป็นทาสของเจ้าทั้งหลายเป็นนิตย์ แต่สำหรับพี่น้องของพวกเจ้าคือชนชาติอิสราเอล เจ้าทั้งหลายจงอย่าปกครองเขาด้วยความทารุณโหดร้าย

25:46 And ye shall take them as an inheritance for your children after you, to inherit them for a possession; they shall be your bondmen for ever: but over your brethren the children of Israel, ye shall not rule one over another with rigour.

การไถ่ถอนคนอิสราเอลที่เป็นทาส
25:47 และถ้าคนต่างด้าวหรือคนที่อาศัยอยู่กับเจ้ามั่งมีขึ้น และพี่น้องของเจ้าที่อยู่ใกล้ชิดกับเขายากจนลง และขายตัวให้แก่คนต่างด้าวหรือคนที่อาศัยอยู่กับเจ้านั้น หรือขายให้แก่ญาติคนหนึ่งคนใดของคนต่างด้าวนั้น

Redemption of Israelite Bond Servants
25:47 And if a sojourner or stranger wax rich by thee, and thy brother that dwelleth by him wax poor, and sell himself unto the stranger or sojourner by thee, or to the stock of the stranger's family:

25:48 หลังจากเขาขายตัวแล้วก็จงให้มีการไถ่ถอนเขาอีก คือพี่น้องคนหนึ่งคนใดของเขาจะทำการไถ่ถอนเขาได้

25:48 After that he is sold he may be redeemed again; one of his brethren may redeem him:

25:49 ทั้งลุงของเขาหรือลูกลุงของเขาจะทำการไถ่ถอนเขาได้ หรือคนใด ๆ ที่เป็นญาติสนิทในครอบครัวของเขาจะไถ่ถอนเขาได้ หรือถ้าเขามีความสามารถ เขาจะไถ่ถอนตัวเองก็ได้

25:49 Either his uncle, or his uncle's son, may redeem him, or any that is nigh of kin unto him of his family may redeem him; or if he be able, he may redeem himself.

25:50 และจงให้ผู้ที่ขายตัวนับปีทั้งหลายที่ขายตัวกับผู้ที่ซื้อตัวเขาไป ว่าเขาได้ขายตัวกี่ปีจนถึงปีแห่งการเฉลิมฉลอง และค่าตัวของเขาจงเป็นค่าตามจำนวนปีเหล่านั้น เวลาที่เขาอยู่กับเจ้าของตัวเขานั้นจงให้คิดตามเวลาของลูกจ้าง

25:50 And he shall reckon with him that bought him from the year that he was sold to him unto the year of jubile: and the price of his sale shall be according unto the number of years, according to the time of an hired servant shall it be with him.

25:51 ถ้ายังมีเวลาอีกหลายปีเหลืออยู่ เขาจะต้องชำระเงินคืนเท่ากับเงินที่ถูกซื้อมา นับเป็นค่าไถ่ถอนตัวเขา

25:51 If there be yet many years behind, according unto them he shall give again the price of his redemption out of the money that he was bought for.

25:52 และถ้ายังเหลือน้อยปีจนกว่าจะถึงปีแห่งการเฉลิมฉลอง ดังนั้นจงให้ผู้ขายตัวคิดกับผู้ซื้อตัวไว้เป็นราคาค่าไถ่ของเขานั้น และตามจำนวนปีเหล่านั้น เขาจะคืนเงินให้กับผู้ซื้อตัว

25:52 And if there remain but few years unto the year of jubile, then he shall count with him, and according unto his years shall he give him again the price of his redemption.

25:53 และผู้ขายตัวนั้นจะต้องอยู่กับผู้ซื้อตัวเขาเหมือนอย่างลูกจ้างที่จ้างเป็นรายปี และอย่าให้ผู้นั้นปกครองเขาด้วยความทารุณโหดร้ายในสายตาของเจ้า

25:53 And as a yearly hired servant shall he be with him: and the other shall not rule with rigour over him in thy sight.

25:54 และถ้าเขาไม่ได้รับการไถ่ถอนตามเวลาเหล่านี้ ดังนั้นจงปล่อยเขาในปีแห่งการเฉลิมฉลอง ทั้งเขาพร้อมกับลูก ๆ ของเขาที่อยู่กับเขา

25:54 And if he be not redeemed in these years, then he shall go out in the year of jubile, both he, and his children with him.

25:55 เพราะชนชาติอิสราเอลเป็นทาสสำหรับเรา เขาทั้งหลายเป็นทาสของเรา ผู้ที่เรานำออกจากแผ่นดินแห่งอียิปต์ เราคือพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้าทั้งหลาย”

25:55 For unto me the children of Israel are servants; they are my servants whom I brought forth out of the land of Egypt: I am the LORD your God.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope