กลับหน้าแรก / Main Menu

 

อพยพ 23 / Exodus 23

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25] [26] [27] [28] [29] [30] [31] [32] [33] [34] [35] [36] [37] [38] [39] [40]

กฎเกณฑ์ทางศีลธรรม
23:1 “เจ้าอย่านำเรื่องเท็จไปเล่าต่อ ๆ กัน อย่าให้มือของเจ้าเข้าส่วนเป็นพยานที่ไม่ยุติธรรมกับคนชั่วร้าย

Moral Rules
23:1 Thou shalt not raise a false report: put not thine hand with the wicked to be an unrighteous witness.

23:2 เจ้าอย่าทำความชั่วร้ายตามอย่างคนจำนวนมากที่พวกเขาทำกันอยู่นั้น ทั้งเจ้าอย่าเป็นพยานลำเอียงเข้าข้างคนหมู่มาก จะทำให้คำพิพากษาบิดเบือนไป

23:2 Thou shalt not follow a multitude to do evil; neither shalt thou speak in a cause to decline after many to wrest judgment:

23:3 ทั้งเจ้าอย่าลำเอียงเข้าข้างคนยากจนในคดีของเขา

23:3 Neither shalt thou countenance a poor man in his cause.

23:4 ถ้าเจ้าพบวัวตัวผู้หรือลาของศัตรูของเจ้าหลงมา เจ้าจงพามันไปส่งคืนให้เจ้าของเป็นแน่

23:4 If thou meet thine enemy's ox or his ass going astray, thou shalt surely bring it back to him again.

23:5 ถ้าเจ้าเห็นลาของผู้ที่เกลียดชังเจ้าล้มลงเพราะมันบรรทุกของหนัก อย่าเมินเฉยที่จะช่วยเหลือเขา เจ้าจงช่วยเขายกมันขึ้นเป็นแน่

23:5 If thou see the ass of him that hateth thee lying under his burden, and wouldest forbear to help him, thou shalt surely help with him.

23:6 เจ้าอย่าบิดเบือนคำพิพากษาให้ผิดไปจากความยุติธรรมที่คนยากจนควรได้รับในคดีของเขา

23:6 Thou shalt not wrest the judgment of thy poor in his cause.

23:7 เจ้าจงหลีกออกให้ห่างไกลจากการกล่าวหาที่เป็นความเท็จ และเจ้าอย่าประหารชีวิตคนที่ปราศจากความผิดและคนชอบธรรม เพราะเราจะไม่ยกโทษให้คนชั่วร้ายเลย

23:7 Keep thee far from a false matter; and the innocent and righteous slay thou not: for I will not justify the wicked.

23:8 และเจ้าอย่ารับสินบนเลย เพราะว่าสินบนนั้นทำให้คนมีสติปัญญากลายเป็นคนตาบอดไป และพลิกถ้อยคำของคนชอบธรรมไปเสีย

23:8 And thou shalt take no gift: for the gift blindeth the wise, and perverteth the words of the righteous.

23:9 เจ้าอย่าข่มเหงคนต่างชาติเช่นเดียวกัน เพราะพวกเจ้ารู้จักใจของคนต่างชาติแล้ว เพราะว่าเจ้าทั้งหลายก็เคยเป็นคนต่างชาติในแผ่นดินแห่งอียิปต์

23:9 Also thou shalt not oppress a stranger: for ye know the heart of a stranger, seeing ye were strangers in the land of Egypt.

ปีแห่งการหยุดพัก
23:10 เจ้าจงหว่านพืชและเกี่ยวเก็บผลในทุ่งนาของเจ้าตลอดหกปี

The Sabbatical Year
23:10 And six years thou shalt sow thy land, and shalt gather in the fruits thereof:

23:11 แต่ปีที่เจ็ดนั้นเจ้าจงให้ทุ่งนานั้นหยุดพักเสีย และปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้น เพื่อให้คนยากจนในชนชาติของเจ้าเก็บกิน และส่วนที่เหลืออยู่นั้นก็ให้สัตว์ป่าแห่งท้องทุ่งกินเสีย เจ้าจงกระทำเช่นเดียวกันกับสวนองุ่นและสวนมะกอกของเจ้า

23:11 But the seventh year thou shalt let it rest and lie still; that the poor of thy people may eat: and what they leave the beasts of the field shall eat. In like manner thou shalt deal with thy vineyard, and with thy oliveyard.

23:12 เจ้าจงทำการงานของเจ้าหกวัน และในวันที่เจ็ดนั้นเจ้าจงหยุดพัก เพื่อวัวตัวผู้และลาของเจ้าจะได้หยุดพัก และบุตรชายแห่งทาสหญิงของเจ้ากับคนต่างชาติจะได้รับการฟื้นฟูใหม่

23:12 Six days thou shalt do thy work, and on the seventh day thou shalt rest: that thine ox and thine ass may rest, and the son of thy handmaid, and the stranger, may be refreshed.

23:13 และในสิ่งสารพัดที่เราได้พูดกับเจ้าทั้งหลายแล้วนั้น จงถือปฏิบัติอย่างรอบคอบ และอย่าเอ่ยถึงชื่อพระอื่นเลย ทั้งอย่าให้ได้ยินชื่อของพระเหล่านั้นออกจากปากของเจ้า

23:13 And in all things that I have said unto you be circumspect: and make no mention of the name of other gods, neither let it be heard out of thy mouth.

เทศกาลประจำปี
23:14 เจ้าจงถือเทศกาลเลี้ยงถวายแก่เราปีละสามครั้ง

Three Yearly National Feasts
23:14 Three times thou shalt keep a feast unto me in the year.

23:15 เจ้าจงถือเทศกาลกินขนมปังไร้เชื้อ (เจ้าจงกินขนมปังไร้เชื้อเจ็ดวันตามที่เราบัญชาเจ้าไว้แล้ว ตามเวลาที่กำหนดไว้ในเดือนอาบีบ เพราะในเดือนนั้นเจ้าได้ออกมาจากอียิปต์ และอย่าให้ผู้ใดมาเฝ้าเรามือเปล่าเลย)

23:15 Thou shalt keep the feast of unleavened bread: (thou shalt eat unleavened bread seven days, as I commanded thee, in the time appointed of the month Abib; for in it thou camest out from Egypt: and none shall appear before me empty:)

23:16 และจงถือเทศกาลเก็บเกี่ยว ถวายผลแรกที่เกิดจากแรงงานของเจ้า ซึ่งเจ้าได้หว่านพืชลงในทุ่งนา และจงถือเทศกาลเก็บรวบรวมผลผลิต ซึ่งกระทำตอนปลายปี เมื่อเจ้าได้เก็บรวบรวมผลผลิตแห่งแรงงานของเจ้าจากทุ่งนา

23:16 And the feast of harvest, the firstfruits of thy labours, which thou hast sown in the field: and the feast of ingathering, which is in the end of the year, when thou hast gathered in thy labours out of the field.

23:17 จงให้ผู้ชายทั้งหลายของเจ้าเข้าเฝ้าองค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าปีละสามครั้ง

23:17 Three times in the year all thy males shall appear before the Lord GOD.

23:18 เจ้าอย่าถวายเลือดของเครื่องบูชาแก่เรา พร้อมกับขนมปังที่มีเชื้อ ทั้งอย่าปล่อยให้ไขมันแห่งเครื่องบูชาของเราเหลืออยู่จนถึงรุ่งเช้า

23:18 Thou shalt not offer the blood of my sacrifice with leavened bread; neither shall the fat of my sacrifice remain until the morning.

23:19 ผลผลิตอันดีเลิศซึ่งได้เก็บครั้งแรกจากไร่นาของเจ้านั้น เจ้าจงนำมาถวายในพระนิเวศน์แห่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้า เจ้าอย่าต้มเนื้อลูกแพะด้วยน้ำนมแม่ของมันเลย

23:19 The first of the firstfruits of thy land thou shalt bring into the house of the LORD thy God. Thou shalt not seethe a kid in his mother's milk.

วิธีการเข้าพิชิตแผ่นดินแห่งคานาอัน
23:20 ดูเถิด เราใช้ทูตสวรรค์องค์หนึ่งนำหน้าเจ้าเพื่อคอยระวังรักษาเจ้าในทางที่ไปนั้น และเพื่อนำเจ้าไปถึงสถานที่ซึ่งเราได้เตรียมไว้แล้ว

How to Deal in Conquest of Canaan
23:20 Behold, I send an Angel before thee, to keep thee in the way, and to bring thee into the place which I have prepared.

23:21 จงเอาใจใส่ทูตนั้นและเชื่อฟังเสียงของท่าน อย่ายั่วยุท่านเพราะท่านจะไม่ยกโทษการละเมิดของพวกเจ้าเลย ด้วยว่านามของเราอยู่ในท่าน

23:21 Beware of him, and obey his voice, provoke him not; for he will not pardon your transgressions: for my name is in him.

23:22 แต่ถ้าเจ้าเชื่อฟังเสียงของท่านอย่างแท้จริง และกระทำทุกสิ่งตามที่เรากล่าวไว้แล้ว ดังนั้นเราจะเป็นศัตรูต่อศัตรูของเจ้า และจะเป็นปฏิปักษ์ต่อปฏิปักษ์ของเจ้า

23:22 But if thou shalt indeed obey his voice, and do all that I speak; then I will be an enemy unto thine enemies, and an adversary unto thine adversaries.

23:23 ด้วยว่าทูตสวรรค์ของเราจะไปข้างหน้าเจ้า และจะนำเจ้าไปถึงคนอาโมไรต์ คนฮิตไทต์ คนเปริสซี คนคานาอัน คนฮีไวต์ และคนเยบุส และเราจะกำจัดคนเหล่านั้นออกเสีย

23:23 For mine Angel shall go before thee, and bring thee in unto the Amorites, and the Hittites, and the Perizzites, and the Canaanites, the Hivites, and the Jebusites: and I will cut them off.

23:24 เจ้าอย่ากราบไหว้พระทั้งหลายของพวกเขา หรือปรนนิบัติพระเหล่านั้น หรือทำตามการกระทำของพวกเขา แต่เจ้าจงทำลายพระเหล่านั้นอย่างสิ้นเชิง และทุบเสาศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาเสียให้แหลกละเอียด

23:24 Thou shalt not bow down to their gods, nor serve them, nor do after their works: but thou shalt utterly overthrow them, and quite break down their images.

23:25 และพวกเจ้าจงปรนนิบัติพระเยโฮวาห์พระเจ้าของพวกเจ้า และพระองค์จะทรงอวยพรแก่อาหารและน้ำของเจ้า และเราจะบันดาลให้โรคต่าง ๆ หายไปจากท่ามกลางเจ้า

23:25 And ye shall serve the LORD your God, and he shall bless thy bread, and thy water; and I will take sickness away from the midst of thee.

23:26 จะไม่มีการแท้งลูก หรือเป็นหมันในแผ่นดินของเจ้า เราจะให้เจ้ามีอายุยืนนาน

23:26 There shall nothing cast their young, nor be barren, in thy land: the number of thy days I will fulfil.

23:27 เราจะบันดาลให้ความหวาดกลัวของเราเกิดขึ้นก่อนหน้าเจ้า และเราจะทำลายชาวเมืองทั้งปวงที่เจ้าไปเผชิญหน้านั้น และเราจะให้พวกศัตรูทั้งหลายหันหลังหนีจากเจ้า

23:27 I will send my fear before thee, and will destroy all the people to whom thou shalt come, and I will make all thine enemies turn their backs unto thee.

23:28 และเราจะใช้ให้ฝูงต่อล่วงหน้าไปก่อนเจ้า ซึ่งจะขับไล่คนฮีไวต์ คนคานาอัน และคนฮิตไทต์ไปให้พ้นหน้าเจ้า

23:28 And I will send hornets before thee, which shall drive out the Hivite, the Canaanite, and the Hittite, from before thee.

23:29 เราจะไม่ขับไล่พวกเขาไปให้พ้นหน้าเจ้าภายในหนึ่งปี เกรงว่าแผ่นดินจะรกร้างไปและสัตว์ป่าแห่งท้องทุ่งจะทวีจำนวนขึ้นต่อสู้กับเจ้า

23:29 I will not drive them out from before thee in one year; lest the land become desolate, and the beast of the field multiply against thee.

23:30 แต่เราจะขับไล่พวกเขาไปให้พ้นหน้าเจ้าทีละเล็กทีละน้อยจนเจ้าทวีจำนวนมากขึ้น และได้รับแผ่นดินนั้นเป็นมรดก

23:30 By little and little I will drive them out from before thee, until thou be increased, and inherit the land.

23:31 และเราจะกำหนดเขตแดนของเจ้าไว้ตั้งแต่ทะเลแดงจนถึงทะเลของคนฟีลิสเตีย และตั้งแต่ถิ่นทุรกันดารจนจดแม่น้ำ เพราะเราจะมอบชาวเมืองทั้งหลายแห่งแผ่นดินนั้นไว้ในมือของพวกเจ้า และเจ้าจงขับไล่พวกเขาออกไปเสียให้พ้นหน้าเจ้า

23:31 And I will set thy bounds from the Red sea even unto the sea of the Philistines, and from the desert unto the river: for I will deliver the inhabitants of the land into your hand; and thou shalt drive them out before thee.

23:32 เจ้าอย่าทำพันธสัญญากับพวกเขา หรือกับพระทั้งหลายของพวกเขาเลย

23:32 Thou shalt make no covenant with them, nor with their gods.

23:33 พวกเขาจะอาศัยอยู่ในแผ่นดินของเจ้าไม่ได้ เกรงว่าพวกเขาจะชักจูงให้เจ้ากระทำบาปต่อเรา เพราะว่าถ้าเจ้าปรนนิบัติพระทั้งหลายของพวกเขา สิ่งนี้ก็จะเป็นบ่วงแร้วดักเจ้าเป็นแน่”

23:33 They shall not dwell in thy land, lest they make thee sin against me: for if thou serve their gods, it will surely be a snare unto thee.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope