กลับหน้าแรก / Main Menu

 

อพยพ 14 / Exodus 14

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25] [26] [27] [28] [29] [30] [31] [32] [33] [34] [35] [36] [37] [38] [39] [40]

ฟาโรห์ถูกชักชวนให้ตามคนอิสราเอลไปเพื่อถูกทำลาย
14:1 และพระเยโฮวาห์ตรัสกับโมเสสว่า

Pharaoh Enticed to Follow to Destruction
14:1 And the LORD spake unto Moses, saying,

14:2 “จงสั่งชนชาติอิสราเอลให้พวกเขาย้อนกลับไปและตั้งค่ายอยู่หน้าตำบลปีหะหิโรท ระหว่างมิกดลและทะเล หน้าตำบลบาอัลเซโฟน พวกเจ้าจงตั้งค่ายอยู่ตรงหน้าตำบลนั้นที่ริมทะเล

14:2 Speak unto the children of Israel, that they turn and encamp before Pihahiroth, between Migdol and the sea, over against Baalzephon: before it shall ye encamp by the sea.

14:3 ด้วยว่าฟาโรห์จะกล่าวถึงชนชาติอิสราเอลว่า ‘พวกเขาวนเวียนอยู่ในแผ่นดิน ถิ่นทุรกันดารนั้นกั้นพวกเขาไว้แล้ว’

14:3 For Pharaoh will say of the children of Israel, They are entangled in the land, the wilderness hath shut them in.

14:4 และเราจะบันดาลให้ใจของฟาโรห์แข็งกระด้างไป เพื่อฟาโรห์จะไล่ตามพวกเขามา และเราจะได้รับเกียรติเพราะฟาโรห์และบรรดากองทัพของเขา เพื่อบรรดาคนอียิปต์จะรู้ว่าเราคือพระเยโฮวาห์” และเขาทั้งหลายก็กระทำตาม

14:4 And I will harden Pharaoh's heart, that he shall follow after them; and I will be honoured upon Pharaoh, and upon all his host; that the Egyptians may know that I am the LORD. And they did so.

14:5 และมีคนบอกกษัตริย์แห่งอียิปต์ว่าประชากรเหล่านั้นหนีไปแล้ว และพระทัยของฟาโรห์และความคิดของข้าราชการของพระองค์ก็เปลี่ยนไปจากที่มีต่อประชากรนั้น และพวกเขาพูดว่า “ทำไมพวกเราจึงทำเช่นนี้ ที่พวกเราได้ปล่อยคนอิสราเอลไปให้พ้นจากการรับใช้พวกเราเล่า”

14:5 And it was told the king of Egypt that the people fled: and the heart of Pharaoh and of his servants was turned against the people, and they said, Why have we done this, that we have let Israel go from serving us?

14:6 และพระองค์ก็จัดเตรียมรถม้าศึกของพระองค์ และนำพลเมืองของพระองค์ไปพร้อมกัน

14:6 And he made ready his chariot, and took his people with him:

14:7 และพระองค์เอารถม้าศึกชั้นยอดหกร้อยคัน กับรถม้าศึกทั้งหมดในอียิปต์ และมีนายทหารควบคุมอยู่ทุกคัน

14:7 And he took six hundred chosen chariots, and all the chariots of Egypt, and captains over every one of them.

14:8 และพระเยโฮวาห์ทรงบันดาลให้พระทัยของฟาโรห์กษัตริย์แห่งอียิปต์แข็งกระด้างไป และพระองค์ได้ไล่ตามชนชาติอิสราเอล และชนชาติอิสราเอลนั้นออกมาด้วยความกล้าหาญ

14:8 And the LORD hardened the heart of Pharaoh king of Egypt, and he pursued after the children of Israel: and the children of Israel went out with an high hand.

14:9 แต่คนอียิปต์ไล่ตามพวกเขาไป มีทั้งม้าและรถม้าศึกทั้งหมดของฟาโรห์ และทหารม้ากับกองทัพของพระองค์ มาทันชนชาติอิสราเอลที่ตั้งค่ายอยู่ริมทะเล อยู่ข้างตำบลปีหะหิโรท หน้าตำบลบาอัลเซโฟน

14:9 But the Egyptians pursued after them, all the horses and chariots of Pharaoh, and his horsemen, and his army, and overtook them encamping by the sea, beside Pihahiroth, before Baalzephon.

14:10 และเมื่อฟาโรห์เข้ามาใกล้ ชนชาติอิสราเอลก็เงยหน้าขึ้นดู และดูเถิด คนอียิปต์ยกติดตามพวกเขามา พวกเขาก็มีความกลัวยิ่งนัก และชนชาติอิสราเอลจึงร้องทูลต่อพระเยโฮวาห์

14:10 And when Pharaoh drew nigh, the children of Israel lifted up their eyes, and, behold, the Egyptians marched after them; and they were sore afraid: and the children of Israel cried out unto the LORD.

14:11 และพวกเขาพูดกับโมเสสว่า “เพราะไม่มีหลุมฝังศพในอียิปต์หรือ ท่านจึงพาพวกเราออกมาตายในถิ่นทุรกันดาร ทำไมท่านจึงทำเช่นนี้ต่อพวกเรา คือพาพวกเราออกมาจากอียิปต์

14:11 And they said unto Moses, Because there were no graves in Egypt, hast thou taken us away to die in the wilderness? wherefore hast thou dealt thus with us, to carry us forth out of Egypt?

14:12 พวกเราได้บอกคำเหล่านี้แก่ท่านในอียิปต์แล้วมิใช่หรือว่า ‘ปล่อยพวกเราไว้แต่ลำพัง ขอให้พวกเรารับใช้คนอียิปต์เถิด’ เพราะการที่พวกเรารับใช้คนอียิปต์นั้น ก็ยังดีกว่าที่พวกเราจะมาตายในถิ่นทุรกันดาร”

14:12 Is not this the word that we did tell thee in Egypt, saying, Let us alone, that we may serve the Egyptians? For it had been better for us to serve the Egyptians, than that we should die in the wilderness.

14:13 และโมเสสได้พูดกับประชากรว่า “ท่านทั้งหลายอย่ากลัวเลย จงมั่นคงไว้ และคอยดูความรอดของพระเยโฮวาห์ ซึ่งพระองค์จะประทานให้ท่านทั้งหลายเห็นในวันนี้ ด้วยว่าคนอียิปต์ซึ่งท่านทั้งหลายได้เห็นในวันนี้ ตั้งแต่นี้ไปท่านทั้งหลายจะไม่เห็นพวกเขาอีกเลย

14:13 And Moses said unto the people, Fear ye not, stand still, and see the salvation of the LORD, which he will shew to you to day: for the Egyptians whom ye have seen to day, ye shall see them again no more for ever.

14:14 พระเยโฮวาห์จะทรงสู้รบแทนท่านทั้งหลาย และท่านทั้งหลายจงสงบอยู่เถิด”

14:14 The LORD shall fight for you, and ye shall hold your peace.

ไม้เท้าของโมเสสทำให้ทะเลแดงแยกออก
14:15 และพระเยโฮวาห์ตรัสกับโมเสสว่า “เหตุไฉนเจ้าจึงมาร้องทุกข์ต่อเรา จงสั่งชนชาติอิสราเอลเพื่อให้พวกเขาเดินต่อไปข้างหน้าเถิด

Moses' Rod Divides Red Sea
14:15 And the LORD said unto Moses, Wherefore criest thou unto me? speak unto the children of Israel, that they go forward:

14:16 แต่เจ้าจงยกไม้เท้าของเจ้า และเหยียดมือของเจ้าออกไปเหนือทะเล และให้ทะเลนั้นแยกออกจากกัน ชนชาติอิสราเอลจะได้เดินบนดินแห้งกลางทะเลนั้น

14:16 But lift thou up thy rod, and stretch out thine hand over the sea, and divide it: and the children of Israel shall go on dry ground through the midst of the sea.

14:17 และดูเถิด คือเราเอง เราจะบันดาลให้จิตใจของคนอียิปต์แข็งกระด้างไป และพวกเขาจะไล่ตามพวกเจ้ามา และเราจะได้รับเกียรติเพราะฟาโรห์ กองทัพ รถม้าศึก และทหารม้าทั้งหมดของเขา

14:17 And I, behold, I will harden the hearts of the Egyptians, and they shall follow them: and I will get me honour upon Pharaoh, and upon all his host, upon his chariots, and upon his horsemen.

14:18 และเมื่อเราได้รับเกียรติเพราะฟาโรห์ รถม้าศึกและทหารม้าของเขาแล้ว คนอียิปต์ทั้งหลายก็จะรู้ว่าเราคือพระเยโฮวาห์”

14:18 And the Egyptians shall know that I am the LORD, when I have gotten me honour upon Pharaoh, upon his chariots, and upon his horsemen.

14:19 และทูตสวรรค์ของพระเจ้าซึ่งนำค่ายของคนอิสราเอลนั้นได้กลับไปอยู่ข้างหลังพวกเขา และเสาเมฆซึ่งอยู่ข้างหน้าพวกเขาได้กลับมาตั้งอยู่ข้างหลังพวกเขา

14:19 And the angel of God, which went before the camp of Israel, removed and went behind them; and the pillar of the cloud went from before their face, and stood behind them:

14:20 และเสาเมฆนั้นมาอยู่ระหว่างค่ายของคนอียิปต์และค่ายของคนอิสราเอล และเสานั้นเป็นเมฆมืดทึบแก่คนอียิปต์ แต่เสาเมฆนั้นให้แสงสว่างในเวลากลางคืนแก่คนอิสราเอล เพื่อทั้งสองฝ่ายไม่ได้เข้าใกล้กันตลอดกลางคืน

14:20 And it came between the camp of the Egyptians and the camp of Israel; and it was a cloud and darkness to them, but it gave light by night to these: so that the one came not near the other all the night.

14:21 และโมเสสเหยียดมือของท่านออกไปเหนือทะเล และพระเยโฮวาห์ก็ทรงบันดาลให้ลมทิศตะวันออกพัดโหมไล่น้ำทะเลตลอดกลางคืนนั้น ทำให้ทะเลกลายเป็นดินแห้ง และน้ำก็แยกออกจากกัน

14:21 And Moses stretched out his hand over the sea; and the LORD caused the sea to go back by a strong east wind all that night, and made the sea dry land, and the waters were divided.

14:22 และชนชาติอิสราเอลก็พากันเดินบนดินแห้งกลางทะเล และน้ำนั้นตั้งเป็นเหมือนกำแพงสำหรับพวกเขา ทั้งทางขวาหรือทางซ้ายมือของพวกเขา

14:22 And the children of Israel went into the midst of the sea upon the dry ground: and the waters were a wall unto them on their right hand, and on their left.

กองทัพแห่งอียิปต์ถูกทำลาย
14:23 และคนอียิปต์ก็ไล่ตามพวกเขา และเข้าไปกลางทะเล คือม้าทั้งหมดของฟาโรห์ และรถม้าศึกและทหารม้าของพระองค์

Egyptian Army Destroyed
14:23 And the Egyptians pursued, and went in after them to the midst of the sea, even all Pharaoh's horses, his chariots, and his horsemen.

14:24 และต่อมาครั้นในเวลาย่ำรุ่ง พระเยโฮวาห์ทอดพระเนตรจากเสาเพลิงและเสาเมฆทรงเห็นกองทัพแห่งอียิปต์ และทรงบันดาลให้กองทัพแห่งอียิปต์เกิดโกลาหล

14:24 And it came to pass, that in the morning watch the LORD looked unto the host of the Egyptians through the pillar of fire and of the cloud, and troubled the host of the Egyptians,

14:25 และทรงกระทำให้ล้อรถม้าศึกหลุดออกจนพวกเขาขับไปด้วยความยากลำบากยิ่งนัก ดังนั้นคนอียิปต์จึงพูดว่า “ให้พวกเราหนีไปจากหน้าคนอิสราเอลเถิด เพราะพระเยโฮวาห์ทรงต่อสู้กับคนอียิปต์แทนพวกเขา”

14:25 And took off their chariot wheels, that they drave them heavily: so that the Egyptians said, Let us flee from the face of Israel; for the LORD fighteth for them against the Egyptians.

14:26 และพระเยโฮวาห์ตรัสกับโมเสสว่า “จงเหยียดมือของเจ้าออกไปเหนือทะเล เพื่อให้น้ำทะเลไหลกลับคืนมาท่วมคนอียิปต์ ทั้งรถม้าศึกและทหารม้าของพวกเขา”

14:26 And the LORD said unto Moses, Stretch out thine hand over the sea, that the waters may come again upon the Egyptians, upon their chariots, and upon their horsemen.

14:27 และโมเสสได้เหยียดมือของท่านออกไปเหนือทะเล ครั้นรุ่งเช้าทะเลก็ไหลกลับคืนอย่างรุนแรง และคนอียิปต์พากันหนีกระแสน้ำนั้น และพระเยโฮวาห์ทรงกวาดล้างคนอียิปต์ลงกลางทะเล

14:27 And Moses stretched forth his hand over the sea, and the sea returned to his strength when the morning appeared; and the Egyptians fled against it; and the LORD overthrew the Egyptians in the midst of the sea.

14:28 และน้ำก็ไหลกลับคืนท่วมรถม้าศึกและทหารม้า และกองทัพทั้งหมดของฟาโรห์ ซึ่งไล่ตามพวกเขาเข้าไปในทะเล ไม่เหลือสักคนเดียว

14:28 And the waters returned, and covered the chariots, and the horsemen, and all the host of Pharaoh that came into the sea after them; there remained not so much as one of them.

14:29 แต่ชนชาติอิสราเอลเดินไปบนดินแห้งกลางทะเล และน้ำตั้งขึ้นเหมือนกำแพงสำหรับพวกเขา ทั้งทางขวาหรือทางซ้ายมือของพวกเขา

14:29 But the children of Israel walked upon dry land in the midst of the sea; and the waters were a wall unto them on their right hand, and on their left.

14:30 ดังนี้ในวันนั้นพระเยโฮวาห์ทรงโปรดช่วยให้คนอิสราเอลรอดพ้นจากเงื้อมมือของคนอียิปต์ และคนอิสราเอลเห็นศพของคนอียิปต์อยู่ที่ชายทะเล

14:30 Thus the LORD saved Israel that day out of the hand of the Egyptians; and Israel saw the Egyptians dead upon the sea shore.

14:31 และคนอิสราเอลได้เห็นกิจการอันยิ่งใหญ่ ซึ่งพระเยโฮวาห์ได้ทรงกระทำแก่คนอียิปต์ และประชากรนั้นก็เกรงกลัวพระเยโฮวาห์ และเขาทั้งหลายเชื่อถือพระเยโฮวาห์และโมเสสผู้รับใช้ของพระองค์

14:31 And Israel saw that great work which the LORD did upon the Egyptians: and the people feared the LORD, and believed the LORD, and his servant Moses.

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope