กลับหน้าแรกพระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV

 

2 พงศาวดาร 18

[1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25] [26] [27] [28] [29] [30] [31] [32] [33] [34] [35] [36]

เยโฮชาฟัททรงเป็นพันธมิตรกับอาหับ (1 พกษ 22:2-12)
18:1 บัดนี้ เยโฮชาฟัททรงมีทรัพย์มั่งคั่งและมีเกียรติอย่างมาก และทรงกระทำให้เป็นทองแผ่นเดียวกันกับอาหับ
18:2 และล่วงมาหลายปี พระองค์เสด็จลงไปเฝ้าอาหับในสะมาเรีย และอาหับทรงฆ่าแกะและวัวมากมายสำหรับพระองค์ และสำหรับพวกพลที่มาพร้อมกับพระองค์ และทรงชักชวนพระองค์ให้ขึ้นไปกับพระองค์มายังราโมทกิเลอาด
18:3 และอาหับกษัตริย์แห่งอิสราเอลตรัสกับเยโฮชาฟัทกษัตริย์แห่งยูดาห์ว่า “ท่านจะไปกับข้าพเจ้ายังราโมทกิเลอาดหรือ” และพระองค์ทูลตอบพระองค์ว่า “ข้าพเจ้าก็เป็นอย่างที่ท่านเป็น ประชากรของข้าพเจ้าก็เป็นเหมือนประชากรของท่าน และพวกเราจะอยู่กับท่านในสงคราม”
18:4 และเยโฮชาฟัทตรัสกับกษัตริย์แห่งอิสราเอลว่า “ข้าพเจ้าขอร้องท่าน ขอสอบถามดูพระวจนะของพระเยโฮวาห์วันนี้เถิด”
18:5 เพราะฉะนั้น กษัตริย์แห่งอิสราเอลได้รวบรวมพวกผู้พยากรณ์เข้าด้วยกัน ประมาณสี่ร้อยคน และตรัสกับพวกเขาว่า “พวกเราควรจะไปสู้รบกับราโมทกิเลอาดหรือ หรือเราควรจะยับยั้งไว้ก่อน” และเขาทั้งหลายทูลว่า “ขอเชิญเสด็จขึ้นไปเถิด เพราะพระเจ้าจะทรงมอบเมืองนั้นไว้ในพระหัตถ์ของกษัตริย์”
18:6 แต่เยโฮชาฟัททูลว่า “นอกจากนี้ไม่มีผู้พยากรณ์ของพระเยโฮวาห์อยู่ที่นี่ ซึ่งพวกเราจะสอบถามเขาได้แล้วหรือ”
18:7 และกษัตริย์แห่งอิสราเอลทูลเยโฮชาฟัทว่า “ยังมีชายคนหนึ่งซึ่งพวกเราจะให้ทูลถามพระเยโฮวาห์ได้ แต่ข้าพเจ้าเกลียดชังเขา เพราะเขาไม่เคยพยากรณ์เรื่องดีเกี่ยวกับข้าพเจ้าเลย มีแต่พยากรณ์เรื่องร้ายเสมอ คนนั้นคือมีคายาห์บุตรชายของอิมลาห์” และเยโฮชาฟัททูลว่า “ขอกษัตริย์อย่าตรัสดังนั้นเลย”
18:8 แล้วกษัตริย์แห่งอิสราเอลทรงเรียกมหาดเล็กคนหนึ่งเข้ามา และตรัสสั่งว่า “ไปพามีคายาห์บุตรชายของอิมลาห์มาเร็ว ๆ”
18:9 และกษัตริย์แห่งอิสราเอลและเยโฮชาฟัทกษัตริย์แห่งยูดาห์ต่างประทับบนบัลลังก์ของพระองค์เอง โดยทรงฉลองพระองค์ และพระองค์ทั้งสองประทับ ณ ช่องว่างตรงทางเข้าประตูเมืองสะมาเรีย และผู้พยากรณ์ทั้งปวงได้พยากรณ์ถวายอยู่ต่อพระพักตร์ของพระองค์ทั้งสอง
18:10 และเศเดคียาห์บุตรชายของเคนาอะนาห์ได้ทำเขาสัตว์ด้วยเหล็กสำหรับตน และพูดว่า “พระเยโฮวาห์ตรัสดังนี้ว่า ‘ด้วยสิ่งเหล่านี้ เจ้าจะผลักคนซีเรียไปจนกว่าเขาทั้งหลายถูกผลาญเสีย’”
18:11 และบรรดาผู้พยากรณ์ได้พยากรณ์อย่างนั้นทูลว่า “ขอเสด็จขึ้นไปราโมทกิเลอาดเถิด และมีชัยชนะเถิด เพราะพระเยโฮวาห์จะทรงมอบเมืองนั้นไว้ในพระหัตถ์ของกษัตริย์”

ผู้พยากรณ์แท้มีคายาห์พยากรณ์ถึงการสิ้นพระชนม์ของอาหับ (1 พกษ 22:13-28)
18:12 และผู้สื่อสารผู้ไปตามมีคายาห์ได้พูดกับท่านว่า “ดูเถิด ถ้อยคำทั้งหลายของบรรดาผู้พยากรณ์ต่างพูดสิ่งที่ดีแก่กษัตริย์เป็นปากเดียวกัน ฉะนั้นข้าพเจ้าขอร้องท่าน ขอให้ถ้อยคำของท่านเหมือนอย่างถ้อยคำของคนหนึ่งในพวกนั้น และขอท่านพูดสิ่งที่ดีเถิด”
18:13 และมีคายาห์พูดว่า “พระเยโฮวาห์ทรงพระชนม์อยู่แน่ฉันใด พระเจ้าของข้าพเจ้าตรัสว่าอย่างไร ข้าพเจ้าจะต้องพูดอย่างนั้น”
18:14 และเมื่อท่านมาเฝ้ากษัตริย์ กษัตริย์ตรัสกับท่านว่า “มีคายาห์ พวกเราควรจะไปสู้รบกับราโมทกิเลอาดหรือ หรือพวกเราควรจะยับยั้งไว้ก่อน” และท่านทูลว่า “ขอเชิญพระองค์เสด็จขึ้นไปและมีชัยชนะ และเขาทั้งหลายจะถูกมอบไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์”
18:15 และกษัตริย์ตรัสกับท่านว่า “เราจะต้องขอร้องเจ้ากี่ครั้งว่า เจ้าจะไม่กล่าวสิ่งใดนอกจากความจริงในพระนามของพระเยโฮวาห์”
18:16 แล้วท่านทูลว่า “ข้าพระองค์ได้เห็นคนอิสราเอลทั้งปวงกระจัดกระจายอยู่บนภูเขาต่าง ๆ อย่างแกะที่ไม่มีผู้เลี้ยง และพระเยโฮวาห์ได้ตรัสว่า ‘คนเหล่านี้ไม่มีนาย ให้เขาทั้งหลายต่างกลับไปยังบ้านของตนโดยสันติภาพเถิด’”
18:17 และกษัตริย์แห่งอิสราเอลทูลเยโฮชาฟัทว่า “ข้าพเจ้าไม่ได้บอกท่านแล้วหรือว่า เขาจะไม่พยากรณ์เรื่องดีเกี่ยวกับข้าพเจ้าเลย มีแต่เรื่องร้ายเท่านั้น”
18:18 มีคายาห์ทูลอีกว่า “ฉะนั้น ขอสดับพระวจนะของพระเยโฮวาห์ ข้าพระองค์ได้เห็นพระเยโฮวาห์ประทับนั่งบนพระที่นั่งของพระองค์ และบรรดาบริวารแห่งฟ้าสวรรค์ยืนข้างขวาพระหัตถ์ของพระองค์และข้างซ้ายของพระองค์
18:19 และพระเยโฮวาห์ตรัสว่า ‘ผู้ใดจะเกลี้ยกล่อมอาหับกษัตริย์แห่งอิสราเอล เพื่อเขาจะขึ้นไปและล้มลงที่ราโมทกิเลอาด’ และตนหนึ่งได้ทูลอย่างนี้ และอีกตนหนึ่งได้ทูลอย่างนั้น
18:20 แล้วมีวิญญาณตนหนึ่งมาข้างหน้า และยืนเฝ้าต่อพระพักตร์ของพระเยโฮวาห์ และทูลว่า ‘ข้าพระองค์จะเกลี้ยกล่อมเขา’ และพระเยโฮวาห์ตรัสกับเขาว่า ‘จะทำอย่างไร’
18:21 และเขาทูลว่า ‘ข้าพระองค์จะออกไป และจะเป็นวิญญาณมุสาอยู่ในปากของผู้พยากรณ์ของเขาทุกคน’ และพระเยโฮวาห์ตรัสว่า ‘เจ้าจะไปเกลี้ยกล่อมเขาและเจ้าจะทำได้สำเร็จด้วย จงออกไปและทำเช่นนั้นเถิด’
18:22 เพราะฉะนั้นบัดนี้ ดูเถิด พระเยโฮวาห์ได้ทรงใส่วิญญาณมุสาในปากของผู้พยากรณ์เหล่านี้ของพระองค์ และพระเยโฮวาห์ได้ตรัสเรื่องร้ายต่อพระองค์”
18:23 แล้วเศเดคียาห์บุตรชายของเคนาอะนาห์ได้เข้ามาใกล้และตบแก้มของมีคายาห์ และพูดว่า “พระวิญญาณของพระเยโฮวาห์ได้เสด็จไปจากข้าเพื่อพูดกับเจ้าได้อย่างไร”
18:24 และมีคายาห์พูดว่า “ดูเถิด เจ้าจะเห็นในวันนั้น เมื่อเจ้าจะเข้าไปในห้องชั้นในเพื่อซ่อนตัวเจ้าเอง”
18:25 แล้วกษัตริย์แห่งอิสราเอลตรัสว่า “เจ้าทั้งหลายจงจับมีคายาห์ และพาเขากลับไปมอบให้กับอาโมนผู้ว่าราชการนคร และแก่โยอาชราชโอรสของกษัตริย์
18:26 และจงพูดว่า ‘กษัตริย์ตรัสดังนี้ว่า “เอาคนนี้จำคุกเสีย และให้ขนมปังแห่งความทุกข์กับน้ำแห่งความทุกข์แก่เขา จนกว่าเราจะกลับมาโดยสันติภาพ”’”
18:27 และมีคายาห์ทูลว่า “ถ้าพระองค์เสด็จกลับมาโดยสันติภาพอย่างแน่นอน พระเยโฮวาห์ก็ไม่ได้ตรัสโดยข้าพระองค์” และท่านกล่าวว่า “พวกท่านประชากรทั้งสิ้นเอ๋ย จงฟังเถิด”

การสงครามที่ราโมทกิเลอาด อาหับถูกฆ่า (1 พกษ 22:29-40)
18:28 ดังนั้น กษัตริย์แห่งอิสราเอลและเยโฮชาฟัทกษัตริย์แห่งยูดาห์จึงเสด็จขึ้นไปยังราโมทกิเลอาด
18:29 และกษัตริย์แห่งอิสราเอลตรัสกับเยโฮชาฟัทว่า “ข้าพเจ้าจะปลอมตัวและจะเข้าทำศึก แต่ท่านจงสวมเครื่องทรงของท่าน” ดังนั้นกษัตริย์แห่งอิสราเอลจึงทรงปลอมพระองค์ และพระองค์ทั้งสองเข้าทำศึก
18:30 บัดนี้ กษัตริย์แห่งประเทศซีเรียได้ทรงบัญชาบรรดาผู้บัญชาการกองรถม้าศึกที่อยู่กับพระองค์ว่า “เจ้าทั้งหลายอย่ารบกับทหารน้อยหรือใหญ่ เว้นแต่เฉพาะกษัตริย์แห่งอิสราเอล”
18:31 และต่อมา เมื่อเหล่าผู้บัญชาการกองรถม้าศึกเห็นเยโฮชาฟัทแล้ว เขาทั้งหลายก็พูดว่า “นั่นไงกษัตริย์แห่งอิสราเอล” ฉะนั้นเขาทั้งหลายจึงวนล้อมพระองค์เพื่อต่อสู้ แต่เยโฮชาฟัททรงร้องขึ้น และพระเยโฮวาห์ทรงช่วยพระองค์ และพระเจ้าทรงให้เขาทั้งหลายไปเสียจากพระองค์
18:32 ด้วยว่าในเวลาต่อมา เมื่อเหล่าผู้บัญชาการกองรถม้าศึกรับรู้ว่าไม่ใช่กษัตริย์แห่งอิสราเอล พวกเขาจึงหันกลับจากการไล่ตามพระองค์
18:33 และมีชายคนหนึ่งโก่งธนูยิงสุ่มไป และถูกกษัตริย์แห่งอิสราเอลเข้าระหว่างเกล็ดเกราะและแผ่นบังพระอุระ ฉะนั้นพระองค์จึงตรัสกับคนขับรถม้าศึกของพระองค์ว่า “หันมือกลับเถิด เพื่อเจ้าจะพาเราออกจากการรบ เพราะเราบาดเจ็บแล้ว”
18:34 และวันนั้นการสู้รบก็ดุเดือดขึ้น อย่างไรก็ตามกษัตริย์แห่งอิสราเอลก็พยุงพระองค์เองขึ้นไว้ในรถม้าศึกของพระองค์เผชิญหน้าคนซีเรียจนถึงเวลาเย็น และประมาณเวลาดวงอาทิตย์ตกพระองค์ก็สิ้นพระชนม์

 

พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV / Thai Bible King James Version

© 2003 Philip Pope